เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 15 พ.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมหารือร่วมระหว่างรัฐบาลกับภาคเอกชน เรื่องแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ จากภาคธุรกิจ และกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ
โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และรมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม นายไชยชนก ชิดชอบ รมว. ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว. ศึกษาธิการ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม
ส่วนภาคเอกชนที่เข้าร่วมทยอยเดินทางมาตั้งแต่เวลา 16.30 น. เช่น นายภัคพล งามลักษณ์ ประธานคณะผู้บริหารด้านปฏิบัติการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ นายเวทิต โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูลย์ จำกัด (มหาชน) ได้นั่งขนาบข้างนายกฯ
นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานกรรมการบริหาร บริษัทกัลฟ์ ดีเวลลอป้มนท์ จำกัด (มหาชน) นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ผู้บริหารบริษัท คิง เพาเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด
เมื่อเวลา 17.20 น. ที่ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวเปิดงานกิจกรรม "ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง" เพื่อรับฟังความคิดเห็นและนำข้อมูลมาประมวลผลเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศว่ารัฐบาลมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับภาคเอกชนในวันนี้ โดยตั้งใจจะให้เป็นเวทีที่รัฐบาลรับฟังเพียงอย่างเดียวเพื่อนำความประสงค์ของผู้ประกอบการไปจัดทำแนวทางในการทำงาน
ทั้งนี้รัฐบาลชุดนี้ถือว่าภาคเอกชนเป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะต้องขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปพร้อมกับรัฐบาล โดยไม่สามารถแยกกันเดินได้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันของไทยท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าที่ผ่านมา รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลดอุปสรรคและเสริมสร้างศักยภาพให้แก่ภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาด้านกฎระเบียบและขั้นตอนการอนุญาตที่ซ้ำซ้อน ซึ่งถือเป็นต้นทุนแฝงในการดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้ยังเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และการปรับปรุงทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ รวมถึงการเตรียมความพร้อมเข้าสู่อุตสาหกรรมสีเขียวที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก
นายอนุทิน ยังได้กล่าวถึงผลการประชุมอาเซียนที่ประเทศฟิลิปปินส์ว่า รัฐบาลได้ผลักดันประเด็นสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ เสถียรภาพทางพลังงาน (ASEAN Power Grid) ความร่วมมือด้านพลังงานสะอาด และความมั่นคงทางอาหาร โดยเน้นย้ำว่าอาเซียนต้องพูดด้วย "เสียงเดียวกัน" เพื่อเพิ่มพลังในการต่อรองในระดับภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพสูงและอยู่ในตำแหน่งศูนย์กลางของอาเซียน จึงมีโอกาสมากกว่าประเทศอื่นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้มั่นคงแข็งแกร่ง
"รัฐบาลชุดนี้พร้อมที่จะอำนวยความสะดวกในทุกด้าน โดยจะไม่ยึดติดกับกฎระเบียบเดิมๆ หรือขั้นตอนที่ยุ่งยาก (Red Tape) และที่สำคัญที่สุดคือเราจะมอบความยุติธรรมให้แก่ผู้ประกอบการทุกคน" นายอนุทิน กล่าว
ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีระบุว่าในวันนนี้ได้มีการเชิญหน่วยงานอย่างสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มาร่วมรับฟังในวันนี้ ก็เพื่อให้เกิดการนำความเห็นไปประยุกต์ใช้ให้ตรงตามความคาดหวังของภาคเอกชน
เพราะรัฐบาลถือว่าเมื่อภาคเอกชนประสบความสำเร็จ ประเทศไทยย่อมประสบความสำเร็จ และทุกคนคือผู้ชนะร่วมกัน
โดยหลังจากนี้จะมีการหารือเชิงลึกร่วมกับนักธุรกิจชั้นนำต่อเนื่องในช่วงอาหารค่ำ เพื่อนำข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติต่อไป

