“คมนาคม” บูรณาการหน่วยงานรัฐ ยกระดับมาตรฐานรถรับส่งนักเรียน ผลักดันเป็น “วาระแห่งชาติ” พร้อมคุมเข้มรับเปิดเทอม เน้นตรวจสภาพรถให้มีความปลอดภัย – พัฒนาฐานข้อมูลผ่านระบบออนไลน์
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในการประชุมเพื่อบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของรถรับส่งนักเรียน โดยมีนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ผู้บริหารกรมการขนส่งทางบก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สภาองค์กรของผู้บริโภค สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และผู้ทรงคุณวุฒิด้านความปลอดภัยทางถนน เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 1 กรมการขนส่งทางบก
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า การประชุมวันนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการติดตามการดำเนินงานตามนโยบายที่ได้มอบไว้ต่อกรมการขนส่งทางบก ในเรื่องของ “การยกระดับรถรับส่งนักเรียนให้ได้มาตรฐานสากล” ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญสูงสุดกับสวัสดิภาพและความปลอดภัยของเด็กและเยาวชน ซึ่งจะเติบโตไปเป็นกำลังหลักของประเทศชาติในอนาคต
โดยมีเป้าหมายในการบูรณาการรถรับส่งนักเรียนที่ยังอยู่นอกระบบ ให้เข้าสู่กระบวนการกำกับดูแลอย่างถูกต้อง เพื่อให้รถทุกคันผ่านเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้ ให้นำบทเรียนจากเหตุการณ์ในอดีตมาวิเคราะห์เพื่อยกระดับมาตรการเชิงรุก
ทั้งนี้ การดำเนินมาตรการเกี่ยวกับรถรับส่งนักเรียนไม่ได้ขึ้นอยู่กับกระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางบก เพียงหน่วยงานเดียว หากแต่จะต้องได้รับความร่วมมือและมีการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงศึกษาธิการ โดยโรงเรียนและสถานศึกษาทุกแห่งจะต้องเข้ามามีบทบาทในการจัดการการเดินทางของนักเรียนจากบ้านมายังโรงเรียนให้มีความสะดวกและปลอดภัย
เนื่องจากจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาของเด็กและเยาวชนอย่างทั่วถึง รวมทั้งปลูกฝังความรู้และจิตสำนึกด้านความปลอดภัยให้กับบุคลากรด้านการศึกษา นักเรียน และผู้ปกครอง กระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จะต้องเป็นหน่วยงานขับเคลื่อนการบูรณาการระดับพื้นที่ รวมทั้งเน้นย้ำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนดให้การจัดรถรับส่งนักเรียน โดยเฉพาะสำหรับเด็กยากจนและด้อยโอกาส เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญที่จะช่วยเปิดโอกาสให้สามารถเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
อย่างไรก็ดี ในส่วนของกระทรวงคมนาคม ได้ขับเคลื่อนการดำเนินการเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของรถรับส่งนักเรียนมาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยที่ผ่านมากรมการขนส่งทางบกได้บูรณาการร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ในการจัดทำฐานข้อมูลรถรับส่งนักเรียน ผ่านเว็บไซต์ schoolbussafety.dlt.go.th ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการพัฒนาต่อยอดการจัดการรถรับส่งนักเรียนอย่างปลอดภัย
และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของรถรับส่งนักเรียนก่อนเปิดภาคการศึกษา ได้มีการสั่งการไปยังสำนักงานขนส่งจังหวัดทุกจังหวัดให้ขอความร่วมมือสถานศึกษาในการนำรถรับส่งนักเรียนเข้าตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบห้ามล้อ (ระบบเบรก) ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุในช่วงที่ผ่านมา โดยหากทดสอบไม่ผ่าน ให้เร่งทำการแก้ไขก่อนนำรถไปใช้รับส่งนักเรียนในช่วงเปิดภาคการศึกษาต่อไป
นายสิริพงศ์ กล่าวด้วยว่า มาตรการด้านความปลอดภัยของรถรับส่งนักเรียน เป็นเรื่องที่มีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ซึ่งก้าวต่อไปจะได้ผลักดันเสนอให้รัฐบาลรับเป็น “วาระแห่งชาติ” เนื่องจากถือเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตของเด็กและเยาวชน โดยทุกหน่วยงานจะต้องยกระดับการดำเนินงานในหน้าที่ความรับผิดชอบของตน
สำหรับกระทรวงคมนาคม ได้มีนโยบายให้กรมการขนส่งทางบกเดินหน้ามาตรการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสภาพรถรับส่งนักเรียนและรถโดยสารที่จะนำนักเรียนไปทัศนศึกษา โดยให้บูรณาการร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อลดภาระของบุคลากรทางการศึกษา การอบรมผู้ขับรถและผู้ประจำรถรับส่งนักเรียนเพิ่มเติมจากหลักสูตรปกติ เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยในการดูแลเด็กนักเรียน
อีกทั้งจะมีการนำเทคโนโลยีระบบ GPS มาใช้ในการยืนยันตัวตน ตรวจสอบความเร็วและติดตามตำแหน่งของรถ เช่นเดียวกับรถสาธารณะประเภทอื่นๆ ผ่านระบบ DLT GPS Notice รวมทั้งให้ศึกษาแนวคิดในการนำรายได้จากเงินภาษีประจำปี (ป้ายวงกลม) บางส่วน ซึ่งโดยปกติกรมการขนส่งทางบกได้จัดเก็บและนำส่งให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กันไว้สำหรับนำไปใช้ในการดำเนินมาตรการปลอดภัยเกี่ยวกับรถรับส่งนักเรียนโดยเฉพาะ
นอกจากนี้ แนวคิดในการกำหนดแผ่นป้ายทะเบียนเฉพาะสำหรับรถรับส่งนักเรียน จะเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลและเพื่อสร้างจุดสังเกตสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนคันอื่นๆ ที่จะต้องใช้ความระมัดระวังเพิ่มขึ้นเมื่อเข้าใกล้ โดยได้มอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความปลอดภัยในการเดินทางให้กับเด็กนักเรียนต่อไป
นอกจากนี้ เพื่อส่งเสริมให้เกิดความปลอดภัยบนท้องถนน ตนได้สั่งการเพิ่มเติมให้กรมการขนส่งทางบกต่อยอด “โครงการนักเรียนรุ่นใหม่มีใบขับขี่” เพื่อวางรากฐานด้านจิตสำนึกความปลอดภัยแก่กลุ่มนักเรียนนักศึกษา ณ สถานศึกษาต่างๆ รวมถึงให้พิจารณาจัดการอบรมปลูกฝังจิตสำนึกด้านความปลอดภัยเพิ่มเติมแก่กลุ่มผู้ขับขี่รถสาธารณะ ทั้งรถโดยสารและรถบรรทุก และให้กรมการขนส่งทางบกเร่งรัดการอำนวยความสะดวกให้กับผู้รับบริการด้านใบอนุญาตขับรถทั้งประเภทส่วนบุคคลและสาธารณะ โดยพิจารณาเพิ่มรอบการฝึกอบรมและการเปิดให้บริการในวันหยุดราชการด้วย

