นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงผลการประชุมคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลังเป็นประธาน ว่าที่ประชุมวันนี้ (15 พ.ค.) ได้พิจารณากรอบการดำเนินงานของคณะกรรมการฯโดยนำผลการศึกษาโครงการศึกษาความเหมาะสม ออกแบบเบื้องต้น ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และ วิเคราะห์รูปแบบการลงทุน (Business Development Model) โครงการพัฒนาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามันของ สนข. (ปี 2568) เป็นกรณีฐานในการพิจารณาร่วมกับผลการศึกษาโครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการเชื่อมโยงเส้นทางขนส่งทางทะเลฝั่งอ่าวไทยและอันดามันของประเทศไทย ของวุฒิสภา (สว.) (ปี 2565) ส่วนรายงานการศึกษาของจุฬาฯ และสศช.ที่ทำร่วมกันในปี 2562 ไม่ได้ใช้ในการพิจารณาของคณะกรรมการ เนื่องจากเป็นการศึกษาจากเอกสาร และการศึกษาเบื้องต้นเท่านั้น
ทั้งนี้ได้มีการกำหนดให้มีการพิจารณาประเด็นเพิ่มเติมให้เป็นปัจจุบัน ได้แก่ การพิจารณาปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัจจัยผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ ส่วนประเด็นท่าเรือขนาใหญ่ที่สิงคโปร์และมาเลเซียมีการลงทุนเพิ่มเติมนั้นที่ประชุมได้มีการหารือและให้นำปัจจัยเรื่องนี้มาพิจารณาในรายงานด้วย
ทั้งนี้ยืนยันว่าการศึกษาข้อมูลทั้งหมดนั้นเพื่อให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด และได้ข้อมูลตามจริงโดยที่กรรมการไม่ได้มีธงมาล่วงหน้าแต่อย่างใด
สำหรับมติที่ประชุมที่สำคัญ ได้กำหนดกรอบแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ ประกอบด้วย
1.รวบรวมข้อมูล ที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกในปัจจุบัน ความก้าวหน้าของแผนการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (Southern Economic Corridor: SEC) แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานของโลกความพร้อมของโครงข่ายคมนาคมทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบันและที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและพัฒนาทั้งภายในประเทศและระหว่างภูมิภาค ศักยภาพของอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยและประเทศคู่ค้า ความพร้อมของแหล่งเงินจากการประมาณการฐานะการเงินและการคลังของประเทศ
2.ประเมินความเป็นไปได้ของการพัฒนาโครงการแลนด์บริดจ์และผลกระทบในมิติต่าง ๆ โดยพิจารณาความเหมาะสมของสมมติฐานที่สำคัญที่ใช้ในการศึกษาความเหมาะสมทางการเงิน เศรษฐกิจ และการให้เอกชน ร่วมลงทุน รวมถึงรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
3.รูปแบบการพัฒนาที่เหมาะสม และ 4.กำหนดแนวทางการจัดให้มีการรับฟังและรวบรวมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน โดยมีแนวทาง กลยุทธ์ และแผนการสื่อสารรวมทั้งการเปิดเผยข้อมูลโครงการตามหลักความโปร่งใส พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชน ชุมชนในพื้นที่ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างเพียงพอ พร้อมส่งเสริมและดำเนินการให้เกิดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนโดยเฉพาะที่อยู่ในพื้นที่อย่างทั่วถึง และเอื้อต่อการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์
นอกจากนี้ที่ประชุมเห็นควรให้มีการแต่งตังคณะอนุกรรมการฯ จำนวน 3 คณะ ได้แก่
(1) คณะอนุกรรมการ พิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาโครงการแลนด์บริดจ์ โดยมีเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ เป็นประธานอนุกรรมการ
(2) คณะอนุกรรมการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการพัฒนาโครงการแลนด์บริดจ์ โดยมีปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานอนุกรรมการ และ
(3) คณะอนุกรรมการพิจารณาและขับเคลื่อนกระบวนการมีส่วนร่วมและการสื่อสารสาธารณะ โดยมีปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานอนุกรรมการ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะกรรมการฯ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพทั้งในส่วนของการประเมินความเป็นไปได้ของการพัฒนา และผลกระทบในมิติต่าง ๆ
รวมถึงการรับฟังและรวบรวมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเพื่อประกอบการพิจารณาแนวทางขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ โดยให้คณะอนุกรรมการฯ ทั้ง 3 คณะ รายงานผลการดำเนินงานให้คณะกรรมการฯ พิจารณาในการประชุมครั้งถัดไปในเดือน มิ.ย.นี้

