การเปิดเผยผลสำรวจของคณะทำงาน Zero Corruption: กกร. และเพื่อนไม่ทน ที่ระบุรายชื่อหน่วยงานภาครัฐ 26 แห่ง ซึ่งถูกมองว่า “มีความเสี่ยงสูงต่อการเรียกรับสินบน” ได้กลายเป็นแรงสั่นสะเทือนครั้งสำคัญต่อภาพลักษณ์ของระบบราชการไทย โดยเฉพาะหน่วยงานที่มีหน้าที่อนุมัติ อนุญาต หรือใช้อำนาจกำกับดูแลภาคธุรกิจโดยตรง
แม้ทางคณะทำงาน Zero Corruption: กกร. และเพื่อนไม่ทน จะออกตัวว่า การเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อโจมตีหรือประณามหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องการตีแผ่ข้อเท็จจริงให้สังคม หน่วยงานภาครัฐ และรัฐบาลรับรู้ร่วมกัน เพื่อพุ่งเป้าไปที่การแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น และลดอุปสรรคในการทำธุรกิจของประเทศแตก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ส่งผลกระทบต่อหน่วยงานรัฐที่ปรากฏชื่ออยู่ในผลสำรวจ
"หน่วยงานที่ถูกสะท้อนจากผลสำรวจว่ามีความเสี่ยงสูง”ทั้ง 26 แห่ง ครอบคลุมตั้งแต่หน่วยงานด้านกฎหมาย การคมนาคม การจัดเก็บภาษี ทรัพยากรธรรมชาติ ไปจนถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สะท้อนว่าปัญหาคอร์รัปชันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่กระจายตัวอยู่ในกลไกภาครัฐหลายมิติ
โดยหน่วยงานจำนวน 26 แห่งที่ปรากฏชื่อในการสำรวจ ประกอบด้วย 1. ตำรวจทางหลวง/จราจร 2.กระบวนการยุติธรรม (ยกเว้นศาล) 3.องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) 4.กรมเจ้าท่า 5.กรมทางหลวง 6.กรมโยธาธิการ และผังเมือง 7.ตำรวจท้องที่ 8.กรมทรัพย์สินทางปัญญา 9. กรมสรรพากร 10.กรมการขนส่งทางบก
11.กรมศุลกากร 12. กรมชลประทาน 13.กรมพัฒนาธุรกิจการค้า 14.กรมอุทยานแห้งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 15. กรมจัดหางาน 16.กรมป่าไม่ 17.สำนักงานคณะกรมการอาหารและยา (อย.)/บริการสาธารณสุข 18.กรมสรรพามิต 19.กรมที่ดิน 20.กรมควบคุมมลพิษ
21.องค์การบรืหารส่วนจังหวัด (อบจ.) 22.กรมทรัพยากรธรนี 23.การประปา 24.การไฟฟ้า 25. กรมโรงงาน และ26.กรมปศุสัตว์
ผลสำรวจยังลงลึกในรายละเอียด โดยได้จัดจัดอันดับ “10 หน่วยงานที่มีอัตราการเสนอสิ่งตอบแทนบ่อยที่สุด” พบว่า ตำรวจทางหลวง/จราจร ครองอันดับ 1 ตามด้วยกระบวนการยุติธรรม (ยกเว้นศาล) อบต. กรมเจ้าท่า กรมทางหลวง กรมโยธาธิการ และผังเมือง ตำรวจท้องที่ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมสรรพากร และกรมการขนส่งทางบก
ขณะที่อีกมิติหนึ่ง คือ “มูลค่าสินบนเฉลี่ยสูงสุด” กลับพบว่า กรมควบคุมมลพิษ และกรมเจ้าท่า มีตัวเลขเฉลี่ยสูงถึง 100,000 บาทต่อครั้ง ตามาด้วยกรมสรรพสามิต กรมสรรพากร กระบวนการยุติธรรม (ยกเว้นศาล) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) / บริการสาธารณสุข กรมทางหลวง 8.กรมโยธาธิการ และผังเมือง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเฉลี่ย และกรมป่าไม้
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนภาพสำคัญว่า หน่วยงานที่มีอำนาจในการ “ให้หรือไม่ให้” ใบอนุญาต อนุมัติโครงการ หรือมีผลต่อการดำเนินธุรกิจโดยตรง มักมีความเสี่ยงต่อการเกิดการแสวงหาผลประโยชน์สูงตามไปด้วย เพราะอำนาจรัฐถูกเชื่อมโยงกับผลตอบแทนทางเศรษฐกิจมหาศาล
นอกจากนี้ยังสะท้อนว่า ปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์พิเศษยังฝังรากอยู่ในกระบวนการติดต่อราชการแทบทุกระดับ แตกต่างกันเพียง “ความถี่” และ “มูลค่า” ของการจ่ายสินบน ซึ่งหมายความว่า ภาคเอกชนจำนวนมากยังต้องแบกรับ “ต้นทุนนอกระบบ” เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าได้
พลัน..ที่ผลสำรวจเผยแพร่ออกสู่สาธารณชน เกิดกระแสวิจารณ์และผลกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กรที่ปรากฏชื่ออยู่ในผลสำรวจ ทำให้หน่วยงานที่มีชื่อรีบออกมาชี้แจง และตอบโต้อย่างดุเดือด สะท้อนว่า ประเด็นนี้กระทบต่อ “ศักดิ์ศรีองค์กร” อย่างชัดเจน
โดยเฉพาะกรมควบคุมมลพิษ ที่ออกมาตอบโต้รุนแรง ยืนยันว่าไม่มีอำนาจอนุญาตเอกชนตามที่ถูกกล่าวอ้าง พร้อมเรียกร้องให้ กกร. ชี้แจงข้อมูลภายใน 7 วัน เพื่อกู้ภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือขององค์กรกลับคืน ยังไม่นับรวมองค์กรอื่นที่จะตามมาอีก โดยเฉพาะการ"จี้"ไปยัง กกร.และกลุ่มเพื่อนไม่ทน ให้ออกมาชี้แจงรายละเอียดของผลสำรวจดังกล่าว
การออกมาตอบโต้ของหลายหน่วยงาน แสดงให้เห็นว่า “ภาพลักษณ์องค์กร” กลายเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้ข้อเท็จจริงทางกฎหมาย ซึ่งผลสำรวจไม่เพียงส่งผลต่อภาพลักษณ์ขององค์กร
แต่ยังส่งแรงกระเพื่อมต่อศรัทธาและความเชื่อมั่นต่อองค์กรภาครัฐ ซึ่งหลังจากนี้ สังคมจะจับตาว่า หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงจะสามารถพิสูจน์ความโปร่งใส และฟื้นความเชื่อมั่นกลับคืนมาได้มากน้อยเพียงใด ท่ามกลางแรงกดดันเรื่องการปราบปรามคอร์รัปชันที่เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ในสังคมไทย
แรงกระเพื่อมต่อผลสำรวจดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียง “ชื่อเสียง” ขององค์กร แต่ลามไปถึงความเชื่อมั่นของประชาชน นักลงทุน และภาคธุรกิจต่อระบบราชการไทยโดยรวม
เพราะเมื่อหน่วยงานรัฐถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับการเรียกรับสินบน ความน่าเชื่อถือในการบังคับใช้กฎหมายและความโปร่งใสในการกำกับดูแลก็จะถูกตั้งคำถามทันที
ในเชิงเศรษฐกิจ ภาพลักษณ์ด้านคอร์รัปชันถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุนของต่างชาติ เนื่องจากนักลงทุนมองว่า “ต้นทุนใต้โต๊ะ” เป็นความเสี่ยงที่คาดการณ์ไม่ได้ และอาจกระทบต่อการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ส่งผลให้ประเทศไทยเสียเปรียบในเวทีการแข่งขันระดับภูมิภาค
แม้ผลสำรวจดังกล่าวอาจยังเป็นเพียง “การรับรู้” ของภาคเอกชน และไม่ใช่ข้อพิสูจน์ทางกฎหมายว่าหน่วยงานใดกระทำผิดจริง แต่ในเชิงสังคมและภาพลักษณ์ ถือว่าได้สร้างแรงกดดันมหาศาลต่อหน่วยงานที่ถูกพาดพิง
เพราะเมื่อชื่อองค์กรถูกเชื่อมโยงกับคำว่า “สินบน” หรือ “คอร์รัปชัน” ความเสียหายด้านความเชื่อมั่นย่อมเกิดขึ้นทันที แม้ยังไม่มีข้อยุติทางข้อเท็จจริง

