วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม 2569

Login
Login

‘จีน’เบอร์ใหญ่อุตฯเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ‘IEA’ชี้เข้มแข็งห่วงโซ่อุปทานปัจจัยหนุน

‘จีน’เบอร์ใหญ่อุตฯเทคโนโลยีพลังงานสะอาด    ‘IEA’ชี้เข้มแข็งห่วงโซ่อุปทานปัจจัยหนุน

เทคโนโลยีพลังงานสะอาดกำลังเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และชีวิตประจำวันของทั่วโลก ปัจจัยสำคัญมาจากการตัวเทคโลยีพลังงานสะอาดที่ตอบโจทย์ต้นทุน ผลกำไร และเงื่อนไขทางธุรกิจและการลงทุน แต่อีกปัจจัยที่กำลังส่งแรงให้เทคโนโลยีพลังงานสะอาดเคลื่อนตัวเร็วขึ้นคือ ความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ด้านต่างๆทั่วโลก

สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA)  เผยแพร่รายงาน Energy Technology Perspectives 2026 ( March 2026) สาระสำคัญระบุว่า  แม้ว่าอัตราภาษีศุลกากรทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นอย่างมากและรวดเร็ว แต่ก็พบว่า ฉากทัศน์การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย หรือ Stated Policies Scenario (STEPS) ชี้ว่ามูลค่าการค้าสุทธิทั่วโลกของกลุ่มเทคโนโลยีพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าจาก 290 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 เป็น 620 พันล้านดอลลาร์ในปี 2035 

โดยมีจีนเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุด ด้วยมูลค่าการส่งออกสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 375 พันล้านดอลลาร์ในปี 2035 ด้วยศักยภาพส่วนแบ่งการส่งออก 10% ของการส่งออกสินค้าทั้งหมดทั่วโลกในปัจจุบัน 

สาเหตุหลักที่ตลาดเทคโนโลยีพลังงานสะอาดเติบโตโดดเด่น เป็นเพราะการตอบสนองต่อนโยบายอุตสาหกรรมและการค้าต่อการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าของจีนซึ่งมีมูลค่าประมาณ 50 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025  โดยจีนได้เปลี่ยนเส้นทางการส่งออกไปยังตลาดใหม่ ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ คาดการณ์ว่ารถยนต์ไฟฟ้าของจีนจะมีสัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่งของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดโดยเฉลี่ยในปี 2035 

แม้ว่า ในสหภาพยุโรป การคงไว้ซึ่งมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดช่วยป้องกันไม่ให้ส่วนแบ่งการนำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเกินระดับปัจจุบันที่ประมาณ 20% จนถึงปี 2035 อย่างไรก็ตาม ด้วยขนาดของตลาด ทำให้ยุโรงเป็นแรงส่งสำคัญต่อการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าของจีน  ขณะที่ตลาดอเมริกาเหนือยังคงปิดกั้นการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนอย่างแทบจะสมบูรณ์

รายงานระบุถึง นโยบายอุตสาหกรรมและการค้าที่นำมาใช้ในสหรัฐและอินเดีย ว่า กำลังส่งเสริมขั้นตอนปลายน้ำของการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ภายในประเทศ แม้ว่าจีนยังคงเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทาน 

โดยอินเดียมีการเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งการผลิตทั่วโลกมากที่สุดในSTEPS โดยเพิ่มขึ้นจาก 3% ในปี 2024 เป็นมากกว่า 10% ในปี 2035 และกลายเป็นผู้ส่งออกแผงโซลาร์เซลล์สุทธิภายในปี 2030

ขณะที่สหรัฐ พบว่า นโยบายที่มีอยู่และการลดลงการเข้าถึงตลาดในสหรัฐทำให้สหรัฐเกือบจะพึ่งพาตนเองได้ภายในปี 2030 ในส่วนสหภาพยุโรป กฎหมายอุตสาหกรรมสุทธิเป็นศูนย์ได้เข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินการแล้ว แต่เป้าหมายที่กำหนดไว้ไม่ได้มาพร้อมกับการสนับสนุนทางการเงินอย่างเป็นระบบสำหรับการลงทุนภายในประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นในการประกาศที่จำกัดสำหรับโรงงานผลิตแผงโซลาร์เซลล์แห่งใหม่

“จุดอ่อนที่ภูมิภาคประเทศหรือภูมิภาค เผชิญ ต่อการสร้างความเข้มแข็งของเทคโนโลยีพลังงานสะอาดคือ การขาดความเข้มแข็งตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยพบว่า แต่ละประเทศจะมีจุดอ่อนไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่ง ซึ่งต่างจากจีน ที่มี ความเข้มแข็งตลอดห่วงโซ่อุปทานอย่างมีนัยสำคัญ"รายงานระบุ 

 ความแข็งแกร่งด้านการผลิตของจีนหมายความว่าประเทศจีนมีสัดส่วนกำลังการผลิต 60-85% สำหรับห่วงโซ่อุปทานหลัก และมากกว่า 95% สำหรับบางขั้นตอนการผลิต ดังนั้น ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการหยุดชะงักจะแตกต่างกันไปสำหรับแต่ละห่วงโซ่อุปทานและเทคโนโลยี ตัวอย่างเช่น การหยุดชะงักของการส่งออกแบตเตอรี่จากจีนในแต่ละเดือนจะนำไปสู่การสูญเสียผลผลิตโดยประมาณ 17 พันล้านดอลลาร์จากโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในที่อื่นๆ โดยโรงงานในสหภาพยุโรปคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของการสูญเสียดังกล่าว 

ขณะที่ การหยุดชะงักของการส่งออกชิ้นส่วนห่วงโซ่อุปทานพลังงานแสงอาทิตย์จากจีนในแต่ละเดือนจะหมายความว่าโรงงานผลิตแผงโซลาร์เซลล์นอกประเทศจีนจะสูญเสียผลผลิตมูลค่าประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ โดยมากกว่า 40% ของผลผลิตที่ได้รับผลกระทบกลับอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย

อิทธิพลของบริษัทผู้ผลิตเทคโนโลยีพลังงานสะอาดของจีนขยายออกไปนอกพรมแดนของประเทศ บริษัทจีนมีสัดส่วนการผลิตจำนวนมากที่ตั้งอยู่นอกประเทศจีนในอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ แต่ในทางตรงกันข้าม การเป็นเจ้าของกำลังการผลิตแบตเตอรี่ของจีนนอกประเทศจีนยังคงมีจำกัด 5% แต่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณหนึ่งในสี่ภายในปี 2030

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยมอบนโยบายแก่การไฟฟ้านครหลวง (MEA) โดยเน้นย้ำการผลักดันพลังงานสะอาด การลดค่าไฟฟ้า และการพัฒนาระบบบริการพลังงานให้ตอบโจทย์ประชาชนมากขึ้น โดยให้ศึกษาแนวทางลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้า เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้ประชาชน พร้อมเร่งสนับสนุนการติดตั้ง Solar Rooftop ในภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ 

“โดยย้ำชัดว่า พลังงานสะอาดต้องไม่เป็นภาระหรือสร้างหนี้ให้ประชาชน” แต่ต้องเป็นทางเลือกที่เข้าถึงได้จริง คุ้มค่า และช่วยลดรายจ่ายระยะยาวได้อย่างเป็นรูปธรรม” 

พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้ MEA เร่งจัดทำระบบ “One Stop Service” ด้าน Solar Rooftop ภายในเดือนพ.ค.นี้ ตามนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล โดยบูรณาการความร่วมมือกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนตั้งแต่การให้คำปรึกษา การขออนุญาตติดตั้ง การเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า ไปจนถึงการประสานงานด้านสินเชื่อและบริการหลังการติดตั้งแบบครบวงจรในจุดเดียว

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเมืองอัจฉริยะ ผ่านโครงการ Smart Metro Grid ระบบมิเตอร์อัจฉริยะ (Smart Meter) การขยายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) และโครงการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน เพื่อยกระดับความปลอดภัย ทัศนียภาพเมือง และรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในอนาคต

แม้เทคโนโลยีพลังงานสะอาดจะเป็นสิ่งจำเป็น แต่การเลือกใช้อย่างเหมาะสม เพื่อการพึ่งพาพลังงานด้วยตัวเองอย่างแท้จริง เพราะ การลดพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล อาจเป็นการหนีจากกับดักหนึ่ง เพื่อไปอยู่ในอีกกับดักหนึ่งก็เป็นได้ การส่งเสริมการผลิตในประเทศตลอดห่วงโซ่อุปทานจึงเป็นสิ่งจำเป็นพอๆกับการส่งเสริมการใช้งานในครัวเรือน 

‘จีน’เบอร์ใหญ่อุตฯเทคโนโลยีพลังงานสะอาด    ‘IEA’ชี้เข้มแข็งห่วงโซ่อุปทานปัจจัยหนุน