วันเสาร์ ที่ 23 พฤษภาคม 2569

Login
Login

เอกนิติ เล็งต่อยอดเวที CEO พบรัฐบาล ฟื้น กรอ.ทำงานร่วมรัฐ-เอกชน ดันยุทธศาสตร์เศรษฐกิจประเทศ

เอกนิติ เล็งต่อยอดเวที CEO พบรัฐบาล ฟื้น กรอ.ทำงานร่วมรัฐ-เอกชน ดันยุทธศาสตร์เศรษฐกิจประเทศ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงเวทีรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนครั้งใหญ่ภายใต้แนวคิด “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง” ซึ่งจะเชิญผู้บริหารระดับสูง (CEO) ประมาณ 34-35 ท่าน จาก 10 กลุ่มอุตสาหกรรมมาร่วมเสนอแนะแนวทางในวันนี้ (15 พ.ค.) ว่าการจัดเวทีครั้งนี้เป็นดำริของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทยซึ่งต้องการรับฟังความเห็นจากภาคเอกชน

เพื่อขับเคลื่อนโจทย์สำคัญคือการพาเศรษฐกิจไทยก้าวข้ามการเปลี่ยนแปลงของโลก และการปรับโฉมโครงสร้างเศรษฐกิจ (Economy Transformation) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในอนาคต


“รูปแบบการจัดเวทีครั้งนี้จะรับฟังจากภาคเอกชนที่จะแสดงความคิดเห็นแบบเปิดกว้าง แล้วผมจะสรุปประเด็นต่างๆที่ได้จากที่ประชุมเพื่อให้ได้แนวทางการขับเคลื่อนที่เป็นโจทย์สำคัญของเศรษฐกิจไทยภายใต้ภูมิทัศน์ใหม่ เพื่อพลิกโฉมประเทศไทยให้แข่งขันกับประเทศต่างๆ ซึ่งจะนำเอาแนวทางที่ได้มารวมกับยุทธศาสตร์การยกเครื่องเศรษฐกิจที่ได้ทำงานร่วมกับทีมงานไว้” นายเอกนิติ กล่าว 

  • ดัน 5 ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ได้จัดทำไว้เพื่อเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย จะผลักดันผ่านเครื่องยนต์หลักได้แก่ การลงทุน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์, เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy), เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) การปฏิรูปการศึกษา  รวมถึงการปฏิรูประบบราชการ

 
ทั้งนี้การลงทุนในอนาคตต้องเป็นเรื่องของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ๆ เช่น พลังงานสะอาด และการแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรค เพื่อให้การยกเครื่องและเพิ่มความสามารถเศรษฐกิจไทยสามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง

  • จ่อฟื้น กรอ.ประชุมรัฐร่วมรัฐ-เอกชน

นายเอกนิติกล่าวต่อว่าสำหรับการขับเคลื่อนข้อเสนอของภาคเอกชน และยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศนั้นตั้งใจที่จะใช้เวทีคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) เป็นกลไกหลัก ซึ่งถือว่าเป็นการนำกลไกในอดีตกลับมาอีกครั้ง แต่จะมีการปรับปรุงบทบาทให้มีความทันสมัยและกระฉับกระเฉงมากขึ้น

ซึ่งจะเปลี่ยนจากรูปแบบเดิมที่ภาครัฐเป็นฝ่ายนำมาเป็นการทำงานร่วมกันโดยให้ภาคเอกชนเป็นผู้นำในประเด็นที่เชี่ยวชาญ และรัฐบาลทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุน (Facilitator) โดยเฉพาะการแก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค  ทั้งนี้วางแผนว่าจะมีการติดตามผลงานอย่างใกล้ชิดทุกเดือน และตั้งเป้าให้เ