วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'คอร์รัปชัน' ดันต้นทุนพุ่ง 30% 'ไทย' เสี่ยงหลุดดีลการค้าโลก

'คอร์รัปชัน' ดันต้นทุนพุ่ง 30% 'ไทย' เสี่ยงหลุดดีลการค้าโลก

ผลสำรวจ “การสำรวจความคิดเห็นภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการภาครัฐ” จัดโดยคณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และ “เพื่อนไม่ทน” ได้จากการสำรวจครั้งนี้จัดทำจากกลุ่มตัวอย่างผู้บริหาร และตัวแทนภาคธุรกิจ 401 รายทั่วประเทศ 

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เพื่อสะท้อนมุมมองภาคเอกชนต่อความโปร่งใสของระบบราชการ และนำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายที่รัฐบาลควรเร่งดำเนินการในระยะต่อไป ปัญหาคอร์รัปชันยังเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจไทย และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น

ที่ผ่านมาคณะทำงาน ได้ขับเคลื่อนกรอบดำเนินงาน “6 ด้าน ต้านทุจริต” ทั้งปลูกฝังจิตสำนึก การรณรงค์ภาคธุรกิจ และประชาชน รวมถึงจัดเวทีเสวนา “หยุดสแกมเมอร์ ทุนเทา และนอมินี” เพื่อผลักดันให้ประเด็นต่อต้านคอร์รัปชันเข้าสู่การรับรู้ของสังคมในวงกว้าง

ลุยหารือภาครัฐลดดุลยพินิจเจ้าหน้าที่

นอกจากนี้ ภาคเอกชนยังเข้าพบประธาน ป.ป.ท. และประธาน ป.ป.ช. เพื่อเสนอแนวทางลดใช้ดุลยพินิจเจ้าหน้าที่รัฐ เพิ่มการใช้เทคโนโลยี เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และกำหนดกติกาที่เท่าเทียม เพื่อให้การปฏิบัติราชการมีความโปร่งใสมากขึ้น

ขณะเดียวกัน สำนักงาน ป.ป.ช.ขานรับแนวทางดังกล่าว โดยปรับการทำงานเชิงรุกมากขึ้น ทั้งการนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการทำงาน เปิดช่องสื่อสาร และรับเรื่องร้องเรียนที่เข้าถึงง่าย รวมถึงประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าคดีสำคัญให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้วันที่ 15 พ.ค.2569 คณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน มีกำหนดเข้าพบนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันของประเทศ

'คอร์รัปชัน' ดันต้นทุนพุ่ง 30% 'ไทย' เสี่ยงหลุดดีลการค้าโลก

ดร.พจน์ กล่าวว่า การรวมตัวเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชันครั้งนี้ ถือเป็นความพยายามครั้งใหญ่ และอาจเป็นครั้งสำคัญที่สุด หากภาคเอกชนไม่ร่วมมือกันอย่างจริงจัง อาจไม่สามารถผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งต้องเร่งขับเคลื่อนเพื่ออย่างน้อยช่วยชะลอปัญหาคอร์รัปชันที่ส่งผลต่อสังคม เศรษฐกิจ และทัศนคติของคนรุ่นใหม่

หวั่นตกขบวนเข้าร่วม OECD

"ปัญหาคอร์รัปชันเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญการเจรจาทางเศรษฐกิจ และการค้าระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าร่วม OECD หรือการทำข้อตกลง FTA กับหลายประเทศ หากไทยไม่เร่งจัดการปัญหานี้ ก็อาจกระทบความสามารถในการแข่งขัน และการขับเคลื่อนประเทศในอนาคต"

เรียกรับสินบนเป็นต้นทุนทางเศรษฐกิจ

นายรัฐไกร ลิ้มศิริตระกูล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ส.อ.ท. มองปัญหาการทุจริต การเรียกรับสินบน เป็น “ต้นทุนทางเศรษฐกิจ” ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการประกอบธุรกิจ การลงทุน และความสามารถแข่งขันประเทศ ต้นทุนดังกล่าวไม่ได้กระทบเฉพาะภาคเอกชนเท่านั้น แต่ยังสะท้อนกลับไปสู่ประชาชนผ่านราคาสินค้า และบริการที่สูงขึ้น 

โดยมีผลศึกษาพบว่าบางประเทศ หากสามารถปรับแก้ปัญหาการทุจริต และเรียกรับสินบนได้อย่างจริงจัง ราคาสินค้า และบริการอาจลดลงได้มากถึง 20-30% ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะเมื่อต้องแข่งขันกับประเทศที่มีต้นทุนทำธุรกิจต่ำกว่าไทย

“โครงสร้างกฎหมาย และกฎระเบียบของประเทศ ทั้งปัญหากฎหมายมีจำนวนมากเกินไป กฎหมายล้าสมัย และกฎหมายที่ไม่มีคุณภาพเพียงพอ เปิดช่องให้มีการตีความอย่างกว้างขวางเมื่อกฎหมายเปิดโอกาสให้ตีความได้มาก ก็เปิดช่องให้เกิดการใช้ดุลยพินิจ และนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชันได้ง่าย”

'คอร์รัปชัน' ดันต้นทุนพุ่ง 30% 'ไทย' เสี่ยงหลุดดีลการค้าโลก

“คอร์รัปชัน” ปัจจัยกระทบเชื่อมั่นลงทุน

นายวรกฤต จารุวงศ์ภัค เลขาธิการ สมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ปัญหาคอร์รัปชันเป็นปัจจัยที่มีผลโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือประเทศไทยในการดึงดูดการลงทุน โดยเฉพาะช่วงที่เศรษฐกิจไทยยังเติบโตในระดับต่ำ การพัฒนาประเทศจึงต้องอาศัยการผลักดันโครงการสำคัญในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่

ภาคเอกชน 3 สถาบัน เห็นว่าการผลักดันอุตสาหกรรมเป้าหมายภายใต้โครงการ Reinvent Thailand รวมถึงการสร้าง New S-Curve ใหม่ต้องอาศัยความเชื่อมั่นจากนักลงทุน ทั้งไทย และต่างประเทศ หนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่กระทบต่อความเชื่อมั่นคือ ปัญหาคอร์รัปชันทำให้การขับเคลื่อนแนวทาง Zero Corruption เป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

หน่วยงานที่มีอำนาจอนุมัติช่องทาง “รับสินบน”

นายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน กล่าวว่า การที่ภาคเอกชนต้องติดต่อกับหน่วยงานภาครัฐ ทั้งหน่วยงานที่มีอำนาจอนุมัติ อนุญาต หรือหน่วยงานให้บริการ พบว่าแทบทุกแห่งมีปัญหาการเรียกรับสินบนเกิดขึ้น เพียงแต่ระดับความรุนแรงมากน้อยแตกต่างกันไป 

หน่วยงานจำนวน 26 แห่งที่ปรากฏชื่อในการสำรวจ เป็นกลุ่มหน่วยงานที่เสี่ยงสูงต่อการเกิดคอร์รัปชัน และการเรียกรับสินบน ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า สิ่งที่ประชาชน และนักธุรกิจพูดมาโดยตลอดว่า มีการเรียกรับสินบนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง

อย่างไรก็ตาม การเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อโจมตีหรือประณามหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องการตีแผ่ข้อเท็จจริงให้สังคม หน่วยงานภาครัฐ และรัฐบาลรับรู้ร่วมกัน เพื่อพุ่งเป้าไปที่การแก้ปัญหาคอร์รัปชัน และลดอุปสรรคในการทำธุรกิจของประเทศ หากสังคมยังพูดถึงปัญหาคอร์รัปชันแต่ไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้ ประเทศจะถดถอยลงเรื่อยๆ

นอกจากนี้ คณะทำงาน Zero Corruption กกร. และเพื่อนไม่ทน ขอเชิญชวนภาคเอกชน และประชาชนทุกคน หากพบเห็นการเรียกรับสินบนหรือการทุจริต ให้ร้องเรียนผ่านช่องทางที่ปลอดภัย โดยสามารถใช้แอปพลิเคชัน DAI ผ่านระบบ “Corruption Boss” หรือ “แชตฟ้องโกงทันใจ” ซึ่งสามารถแจ้งพฤติกรรม สถานที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ โดยไม่จำเป็นต้องระบุชื่อ-นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ หรือเลขบัตรประชาชน

ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. และสำนักงาน ป.ป.ท. รับปากว่าจะนำข้อมูลร้องเรียนดังกล่าวไปตรวจสอบต่อไป ขณะที่ ภาคธุรกิจที่ผ่านมาเกินกว่าครึ่งไม่กล้าร้องเรียน เพราะกลัวได้รับผลกระทบ ถูกคุกคาม หรือไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อได้

“คอร์รัปชัน” แย่ลงเมื่อเทียบกับ 3 ปีก่อน

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า การสำรวจความคิดเห็นภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการภาครัฐภายใต้โครงการ “คนไทยไม่ทนคอร์รัปชัน” สำรวจภาคธุรกิจ 401 ตัวอย่างทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 26 มี.ค.-10 เม.ย.2569 พบภาคธุรกิจ มองปัญหาคอร์รัปชันเป็นอุปสรรคการดำเนินธุรกิจ 

ผู้ตอบแบบสอบถาม 30.8% ระบุว่าเป็นอุปสรรคมาก และ 28.0% ระบุว่าเป็นอุปสรรคอย่างมาก รวมเป็น 58.8% ขณะที่อีก 30.3% มองว่าเป็นอุปสรรคปานกลาง ขณะที่ 51.2% เห็นว่าสถานการณ์คอร์รัปชันแย่ลงเมื่อเทียบกับช่วง 3 ปีก่อน และอีก 51% ระบุว่าการติดต่อราชการมีความยุ่งยากมากขึ้น

ธุรกิจ 60.9% พบร้องขอผลประโยชน์ตอบแทน

ด้านประสบการณ์ตรงภาคธุรกิจ พบ 60.9% ของผู้ที่ยื่นขออนุญาตหน่วยงานรัฐ เคยพบการสื่อเป็นนัยหรือร้องขอผลประโยชน์ตอบแทน ขณะที่ 45.9% ยอมรับว่าเคยจ่ายเงิน ของขวัญ หรือผลประโยชน์ให้เจ้าหน้าที่รัฐ นอกจากนี้ 37.3% ระบุว่าในอุตสาหกรรมของตนจ่ายเงินพิเศษเพื่อให้ได้สัญญาภาครัฐ เฉลี่ยที่ 11-15% ของมูลค่าสัญญา

รูปแบบสินบนที่พบมากสุด ได้แก่ เงินสด 46.6% รองลงมา ของขวัญ เลี้ยงรับรอง 23.1% และบริจาคหรือสปอนเซอร์ 18.7%

ส่วนการประกวดราคาภาครัฐ  27.3% ระบุว่า เคยมีบุคคลอ้างว่าสามารถช่วยให้ชนะการประมูลได้ และอีก 27.3% ได้รับการแนะนำให้ใช้ตัวกลางหรือที่ปรึกษาบางราย 

ตำรวจทางหลวง-จราจร รับสินบนมากสุด

สำหรับหน่วยงานที่เสี่ยงสูงจากการเรียกรับสินบนมากสุด ได้แก่ ตำรวจทางหลวง และตำรวจจราจร ซึ่งมีการติดต่อเฉลี่ย 1.69 ครั้งต่อปี และทุกครั้งมีการเสนอสิ่งตอบแทน คิดเป็น 100% 

กระบวนการยุติธรรม (ยกเว้นศาล) เสนอสิ่งตอบแทน 94.4% ของการติดต่อทั้งหมด 

องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) 91.7%

กรมเจ้าท่า 90%

กรมทางหลวง 82% 

กรมโยธาธิการ และผังเมือง 78.9%  

จ่าย “กรมควบคุมมลพิษ” ต่อครั้งสูงสุด

ส่วนหน่วยงานที่มีมูลค่าสินบนเฉลี่ยต่อครั้งสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 

กรมควบคุมมลพิษมีจำนวนเงินที่เสนอให้ 102,160 บาทต่อครั้ง 

รองลงมาเป็นกรมเจ้าท่า 100,000 บาทต่อครั้ง 

กรมสรรพสามิต 94,667 บาทต่อครั้ง 

กรมสรรพากร 89,498 บาทต่อครั้ง 

กระบวนการยุติธรรม (ยกเว้นศาล) 88,750 บาทต่อครั้ง

อย./บริการสาธารณสุข 74,643 บาทต่อครั้ง

กรมทางหลวง 70,167 บาทต่อครั้ง

กรมโยธาธิการ และผังเมือง 70,000 บาทต่อครั้ง

กรมอุทยานแห่งชาติ 68,000 บาทต่อครั้ง

กรมป่าไม้ 67,500 บาทต่อครั้ง

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์