วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม 2569

Login
Login

เปิดเกณฑ์กลั่นกรองโครงการกู้ 4 แสนล้าน ชู 4 กฎเหล็ก สกัดงบซ้ำซ้อน

เปิดเกณฑ์กลั่นกรองโครงการกู้ 4 แสนล้าน ชู 4 กฎเหล็ก สกัดงบซ้ำซ้อน

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ เปิดเผยว่า ปัจจุบันได้มีการเผยแพร่รายละเอียด ขั้นตอนการทำงาน หลักเกณฑ์การพิจารณา การประเมินผล การตรวจสอบ และแบบฟอร์มสำหรับการเสนอโครงการไว้บนเว็บไซต์ของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เรียบร้อยแล้ว และกำลังจะเชื่อมโยงเข้ากับเว็บไซต์ของกระทรวงการคลัง เพื่อเปิดให้ส่วนราชการต่างๆ ได้รับรู้ขั้นตอนและสามารถเสนอโครงการเข้ามาได้ โดยเปิดรับทั้งโครงการในกลุ่มการบรรเทาค่าครองชีพประชาชนและการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพื่อนำมาพิจารณาในวาระการประชุมครั้งต่อๆ ไป

รายงานจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ระเบียบว่าด้วยการดำเนินการตามแผนงานหรือโครงการภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 หรือ พ.ร.ก. กู้เงินพลังงาน วงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท มีการกำหนดหลักเกณฑ์และรายละเอียดขั้นตอนการกลั่นกรองโครงการของหน่วยงานรัฐที่จะเสนอขอใช้เม็ดเงินกู้ดังกล่าวอย่างเข้มงวด เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและโปร่งใสในทุกมิติของการเบิกจ่าย
 

สำหรับโครงการที่จะขอใช้เงินกู้ได้นั้น จะถูกแบ่งออกเป็น 2 แผนงานหลัก ได้แก่ แผนงานที่ 1 สำหรับการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน และแผนงานที่ 2 สำหรับการส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การเปลี่ยนผ่านจากพลังงานฟอสซิลไปสู่เทคโนโลยีพลังงานทดแทน การส่งเสริมยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาทักษะนวัตกรรมใหม่

ในส่วนของการกลั่นกรองโครงการ หน่วยงานของรัฐที่มีความประสงค์จะเสนอโครงการเพื่อขอรับการจัดสรรเงินกู้ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีเจ้าสังกัด และเสนอรายละเอียดผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ก่อนเสนอต่อคณะกรรมการพิจารณา 

เปิด 4 กฎเหล็กเกณฑ์กลั่นกรองโครงการ

โดยคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้จะพิจารณาภายใต้กฎเหล็ก 4 เงื่อนไขสำคัญ ประกอบด้วย

  1. เป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์สอดคล้องกับแผนงานตามบัญชีท้าย พ.ร.ก.
  2. เป็นโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องใช้จ่ายหรือก่อหนี้ผูกพันโดยเร็ว แต่ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ หรือได้รับงบประมาณไว้แต่ไม่เพียงพอ
  3. โครงการต้องมีความพร้อม สามารถดำเนินการได้ทันทีภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ
  4. ต้องเป็นโครงการที่มีความคุ้มค่าในการดำเนินงาน และก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจหรือสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ หากเจาะลึกลงไปถึงเงื่อนไขความพร้อมของแต่ละแผนงานพบว่า ในการจัดทำแบบฟอร์มข้อเสนอโครงการสำหรับแผนงานที่ 1 (เยียวยา) หน่วยงานจะต้องระบุรายละเอียดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน ทั้งจำนวนกลุ่มประชาชน หรือกลุ่มผู้ประกอบการ ซึ่งต้องครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจขนาดย่อม ธุรกิจขนาดกลาง ไปจนถึงกลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัป รวมทั้งต้องระบุรูปแบบการช่วยเหลือทั้งที่เป็นตัวเงินและไม่เป็นตัวเงิน ตลอดจนแสดงวิธีการที่ใช้ในการประมาณการค่าใช้จ่ายอย่างละเอียด

ส่วนโครงการภายใต้แผนงานที่ 2 (เปลี่ยนผ่านพลังงาน) นอกเหนือจากการดำเนินงานแล้ว จะต้องประเมินและแสดงหลักฐานความพร้อมของโครงการในมิติต่าง ๆ อย่างรัดกุม เช่น ความพร้อมของพื้นที่ดำเนินงาน ความพร้อมของแบบรูปรายการ สถานะการผ่านประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA/IEE) ความพร้อมของแรงงานและเครื่องมือ ตลอดจนความพร้อมในการบริหารจัดการภายหลังดำเนินโครงการแล้วเสร็จ

นอกจากนี้ การเสนอโครงการทั้ง 2 แผนงานจะต้องได้รับการรับรองว่า เป็นการของบประมาณที่ไม่ซ้ำซ้อนกับงบประมาณอื่น ๆ และมีความจำเป็นเร่งด่วนในระดับที่ไม่สามารถรอใช้จ่ายจากงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 และ พ.ศ. 2570 ได้

ซึ่งเมื่อโครงการผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการกลั่นกรองฯ และเสนอให้ ครม. มีมติอนุมัติแล้ว สำนักงบประมาณจะดำเนินการจัดสรรเงินกู้ และ สบน. จะเป็นผู้จัดหาเงินกู้เพื่อใช้จ่ายในโครงการ โดยหน่วยงานเจ้าของโครงการสามารถเริ่มดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวกับการพัสดุได้ทันทีหลังจาก ครม. อนุมัติ แต่จะสามารถใช้จ่ายหรือก่อหนี้ผูกพันได้ก็ต่อเมื่อได้รับการจัดสรรเงินกู้จากสำนักงบประมาณแล้วเท่านั้น