วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม 2569

Login
Login

‘พิพัฒน์’ เตรียมเปิดเวที ถกปม Double Deck แลกสัมปทาน BEM 22 ปี 5 เดือน

‘พิพัฒน์’ เตรียมเปิดเวที ถกปม Double Deck แลกสัมปทาน BEM 22 ปี 5 เดือน

“พิพัฒน์” เดินหน้าโครงการทางด่วนขั้นที่ 2 แลกสัมปทาน BEM 22 ปี 5 เดือน เตรียมเดินสายทำความเข้าใจสหภาพฯ - ประชาชน ยันโครงการต้องคุ้มค่าและปลอดภัย ขณะที่ กทพ. เผยสถานะปัจจุบันอยู่ในกระบวนการคณะกรรมการ PPP พิจารณา ด้านโปรเจกต์ลงทุนเร่งด่วนปีนี้ เตรียมเสนอ ครม. เห็นชอบ “ทางด่วนภูเก็ต” ก.ค.นี้ หลังผลกระทบด้านต้นทุนค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้น ปรับแบบหวังคุมราคาให้กรอบเดิม 1.1 หมื่นล้านบาท คาดเปิดประมูลทันที เริ่มก่อสร้างต้นปี 2570

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) โดยระบุว่า ได้กำชับให้ กทพ. เร่งรัดดำเนินโครงการเพื่อให้สามารถจัดซื้อจัดจ้างและก่อสร้างตามแผน ซึ่งหนึ่งในโครงการที่ประชาชนติดตาม คือ โครงการทางพิเศษสายพระราม 3 - ดาวคะนอง - วงแหวนรอบกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ซึ่งอยู่ในพื้นที่ก่อสร้างบนถนนพระราม 2 ขอยืนยันว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการเป็นของขวัญปีใหม่ 2570 

ส่วนโครงการทางพิเศษยกระดับชั้นที่ 2 หรือ Double Deck (ช่วงงามวงศ์วาน-พระราม 9) ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษาความคุ้มค่า และตามที่สหภาพ กทพ. และประชาชนมีข้อกังวลเกี่ยวกับความคุ้มค่า ผลกระทบของผู้ใช้ทางและประชาชนในพื้นที่ก่อสร้างน้้น ตนจะนัดหารือกับสหภาพฯ รวมไปถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบ 200 - 300 คน เพื่อหารือถึงความเหมาะสมของโครงการ ทั้งในด้านประโยชน์ต่อการแก้ปัญหาการจราจร ความคุ้มค่าการลงทุน รวมถึงแนวทางการขยายสัมปทานให้เอกชน หากมีการลงทุนเพิ่มเติม จะต้องมีการศึกษาว่าโครงการดังกล่าวช่วยลดปัญหารถติดได้มากน้อยเพียงใด คุ้มค่าต่อการลงทุนหรือไม่ และเอกชนต้องยืนยันแผนก่อสร้างด้วยว่ามีความปลอดภัยสูงสุด

‘พิพัฒน์’ เตรียมเปิดเวที ถกปม Double Deck แลกสัมปทาน BEM 22 ปี 5 เดือน

"ผมยืนยันว่าก่อนจะนำเข้า ครม. ต้องทำความเข้าใจกับทุกฝ่ายให้ชัดเจน ทั้งสหภาพฯ ผู้ได้รับผลกระทบ ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าโครงการนี้คุ้มค่าจริง โครงการจะช่วยกระจายการจราจรได้มากเพียงใด คาดว่าจะได้เริ่มนัดหารือกับในเดือนหน้า และได้ข้อสรุปภายใน 2-3 เดือนนี้"

นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า หากพบว่าโครงการมีประโยชน์จริง เรื่องนี้ก็ต้องเร่งดำเนินการ ต้องไม่ล่าช้า แต่หากไม่คุ้มค่าก็ไม่ควรสร้างความคาดหวังต่อผู้ใช้ทาง หรือภาคเอกชน เพราะโครงการนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไข หากมีการลงนามสัญญาลงทุน จะมีการขยายสัมปทานเพื่อแลกกับเอกขนปรับลดค่าทางด่วนตลอดสาย ช่วงงามวงศ์วาน-พระราม 9 เหลือไม่เกิน 50 บาทตลอดอายุสัมปทาน ปรับลดจากปัจจุบันที่เก็บค่าผ่านทาง 70-80 บาท 

‘พิพัฒน์’ เตรียมเปิดเวที ถกปม Double Deck แลกสัมปทาน BEM 22 ปี 5 เดือน

ส่วนอีกหนึ่งโครงการที่ยังต้องเจรจาแก้ไขปัญหา คือ โครงการทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ หรือทางยกระดับบนถนนประเสริฐมนูกิจ (เกษตร-นวมินทร์) ซึ่งขณะนี้มีความชัดเจนแล้วว่าจะก่อสร้างเป็นทางยกระดับ เพราะอุโมงค์ใช้ต้นทุนก่อสร้างสูงเกินไป โดยเรื่องนี้ทราบว่ายังติดปัญหามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ไม่เห็นด้วย ดังนั้นตนจะเข้าไปหารือกับอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ด้วยตัวเอง  และหลังจากนั้นจะหารือต่อกับสภามหาวิทยาลัย เพื่อขอความร่วมมือให้เดินหน้าโครงการ

ด้านความคืบหน้าโครงการทางพิเศษ จังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 1 ช่วงกะทู้-ป่าตอง ขณะนี้ กทพ.อยู่ระหว่างเตรียมเสนอ ครม. ในเดือน ก.ค.นี้ เพื่อขออนุมัติโครงการ เนื่องจากที่ผ่านมามีต้นทุนก่อสร้างเพิ่มขึ้นจากค่าวัสดุปรับตัว ทำให้แผนก่อสร้างในรูปแบบเดิมต้องใช้วงเงินเพิ่มขึ้นจากที่ ครม.เคยอนุมัติ ดังนั้น กทพ.ปรับแบบก่อสร้าง ลดความกว้างอุโมงค์จากเดิม 17 เมตร เหลือประมาณ 14-15 เมตร แต่ยังคงจำนวนช่องจราจรเท่าเดิม ทั้งช่องรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เพื่อควบคุมวงเงินไม่ให้สูงเกินกรอบเดิม และยังยืนยันว่าอุโมงค์ดังกล่าวจะมีความแข็งแรงตามมาตรฐาน

นายพิพัฒน์ ยังกล่าวถึงนโยบายเปลี่ยนระบบไฟส่องสว่างบนทางพิเศษเป็นหลอด LED ด้วยว่า จะดำเนินการทยอยเปลี่ยนตามอายุการใช้งานของหลอดเดิม โดยหากหลอดใดยังใช้งานได้อีกหลายปี จะใช้ระบบควบคุมแสง ปรับลดความเข้มแสงในช่วงเวลาที่ไม่จำเป็น เพื่อประหยัดพลังงาน ซึ่งสามารถลดค่าไฟได้ราว 40% และประเมินว่าหากเปลี่ยนเป็นหลอด LED ทั้งหมด จะช่วยลดค่าไฟได้ถึงประมาณ 60% โดย มาตรการนี้ใช้กับกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ด้วย ดังนั้น ข่าวที่ว่า ทช. จะเปลี่ยนโคมไฟ LED จำนวน 800,000 ดวงภายในปี 2571 เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน

นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กล่าวว่า จากผลการศึกษายืนยันได้ว่าโครงการ Double Deck สามารถแก้ปัญหาจราจรได้ ซึ่งความเป็นห่วงของสหภาพฯ และข้อกังวลของประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบ กทพ. จะเดินหน้าทำความเข้าใจ โดยหากได้ข้อสรุปลงนามสัญญากับ BEM จะมีเงื่อนไขปรับลดค่าผ่านทางเหลือ 50 บาทตลอดอายุสัญญา และทำสัญญาสัมปทานใหม่ ขยายจากสัญญาเดิมไปอีก 22 ปีห้าเดือนเริ่มนับจากปี 2578 ดังนั้นสัญญาจะไปสิ้นสุดในปี 2601

ส่วนโครงการเร่งด่วนที่จะเปิดประมูล แบ่งเป็นโครงการทางด่วนภูเก็ตและทางด่วนบนถนนประเสริฐมนูกิจจะมีการเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) ในเดือน มิ.ย.นี้ก่อนเสนอเข้า ครม.พิจารณาในเดือนก.ค.นี้ หลังจากนั้นเปิดประมูลได้ทันที คาดเริ่มก่อสร้างต้นปี 2570 ส่วนโครงการทางด่วนภูเก็ตระยะที่ 2 ช่วงเมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้ ขณะนี้อยู่ระหว่างทบทวนตัวเลขการลงทุน เนื่องจากมีต้นทุนค่าวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้น เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถเสนอให้บอร์ดพิจารณาได้ภายในปีงบประมาณ 2569