“สรรเพชญ” เร่งเครื่อง SRTA ปฏิรูปสินทรัพย์รถไฟ ดึงที่ดิน 3.9 หมื่นไร่ มูลค่ากว่า 3.6 แสนล้านบาท สร้างรายได้ Non - core ลดภาระขาดทุน ตั้งเป้าปี 2569 ทำรายได้ 3,335 ล้านบาท พร้อมดันอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (ยิวด์) เติบโตต่อเนื่อง 4% ภายใน 4 ปีนี้ ปักหมุดปั้นแปลง “สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์” เป็นศูนย์กลางขนส่งและเชิงพาณิชย์มิกซ์ยูส
นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) บริษัทลูกบริหารสินทรัพย์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยระบุว่า ตนได้มอบหมายให้ SRTA เร่งพัฒนาสินทรัพย์ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ที่รับโอนจาก รฟท. รวม 1.2 หมื่นสัญญา ไปพัฒนาและสร้างรายได้ให้เติบโตอย่างยั่งยืน เป็นส่วนสำคัญของการสร้างรายได้นอกเหนือธุรกิจหลัก (Non core) เพื่อลดภาระขาดทุนของ รฟท.
โดยในปีงบประมาณ 2569 ถือเป็นปีแรกที่ SRTA จะดำเนินงานบริหารสินทรัพย์ทั้ง 1.2 หมื่นสัญญา โดยตั้งเป้าจะสามารถสร้างรายได้นำส่งให้ รฟท. รวมประมาณ 3,335 ล้านบาท แบ่งเป็น รายได้จากการบริหารสัญญาเช่าเดิม ประมาณ 2,068 ล้านบาท และรายได้จากการปล่อยเช่าช่วง รวมถึงการพัฒนาโครงการใหม่อีกประมาณ 1,266 ล้านบาท นับเป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนผ่านจากการบริหารสัญญาแบบเดิม ไปสู่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว และสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
ทั้งนี้ การดำเนินงานของ SRTA ตนคาดหวังว่าจะสามารถบริหารสินทรัพย์ให้มีรายได้เติบโตต่อเนื่อง ทำให้ รฟท. มีรายได้ที่เข้มแข็ง จากเดิมพบว่า รฟท. มีที่ดินประเภทที่ไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจเดินรถ (Non-core) อยู่ทั่วประเทศมากกว่า 39,000 ไร่ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 360,000 ล้านบาท แต่ที่ผ่านมาใช้ประโยชน์ได้เพียงประมาณ 9% เท่านั้น จึงมองว่าส่วนนี้ยังมีโอกาสที่จะสามารถต่อยอดเพื่อสร้างรายได้กับพื้นที่ส่วนนี้ให้มากขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
"SRTA จะต้องสร้างมูลค่าให้กับที่ดินของการรถไฟฯ ให้เพิ่มขึ้น และสร้างอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนสินทรัพย์ (ยิวด์) จากปัจจุบัน 1% ของมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด ให้เพิ่มขึ้นเป็น 4% ภายใน 4 ปีหรือภายในรัฐบาลนี้"
นายสรรเพชญ กล่าวด้วยว่า ตามแผนงานของ SRTA ทราบว่าจะมีการผลักดันที่ดินแปลงใหญ่ 10 แห่ง รวมพื้นที่กว่า 1,200 ไร่ ทั้งในกรุงเทพฯ และภูมิภาค ได้รับมอบจาก รฟท. มาเร่งศึกษาและเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนเพื่อสร้างรายได้ โดยหนึ่งในที่ดินแปลงใหญ่ที่มีศักยภาพสูงจะพัฒนาส่วนแรก อาทิ พื้นที่บางซื่อ (แปลง E) ที่อยู่ระหว่างศึกษาแนวทางพัฒนาอาคารกระทรวงคมนาคมแห่งใหม่ และสร้างเมืองอัจฉริยะแบบผสมผสาน (Mixed-Use Development) และพื้นที่นิคมรถไฟ กม.11 (แปลง G) ที่เริ่มมีเอกชนแสดงความสนใจลงทุน
"เป้าหมายสำคัญของเรา คือการเปลี่ยนทรัพย์สินของการรถไฟ จากที่ดินที่รอการพัฒนา ให้กลายเป็นสินทรัพย์เศรษฐกิจที่สร้างรายได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว และเป็นเครื่องมือสำคัญในการฟื้นฟูฐานะทางการเงินของการรถไฟฯ"
นางสาวไตรทิพย์ ศิวะกฤษณ์กุล ประธานกรรมการ (บอร์ด) SRTA กล่าวว่า ภายในปีงบประมาณ 2569 SRTA มีแผนทำสัญญาส่วนของที่ดินศักยภาพสูง อาทิ ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ย่านมักกะสัน กว่า 1 ไร่ ซึ่งจะพัฒนาเป็นโรงแรม ปัจจุบันเตรียมเปิดประมูลหาเอกชนลงทุน รวมไปถึงที่ดินย่าน RCA และที่ดินพร้อมอาคารกลาสเฮาส์ รัชดา บริเวณถนนรัชดาภิเษก สถานะปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาทำสัญญาเช่า
ส่วนแผนงานปี 2570 SRTA จะผลักดันที่ดิน 10 แปลงใหญ่ที่ได้รับมอบมาจาก รฟท. ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสม โดยคาดว่าจะนำร่องพัฒนาที่ดินย่านพหลโยธิน บริเวณสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ส่วนของแปลง A อยู่ระหว่างศึกษาร่วมกับบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) และกระทรวงคมนาคม เพื่อออกแบบเป็นศูนย์กลางการขนส่ง ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างรอผลศึกษาของ บขส. โดย SRTA จะเตรียมพื้นที่ไว้รองรับ
และแปลง E จะศึกษาเพื่อรองรับการก่อสร้างกระทรวงคมนาคมแห่งใหม่ และโครงการเชิงพาณิชย์แบบผสมผสาน (มิกซ์ยูส) นอกจากนี้จะเห็นแผนพัฒนาที่ชัดเจนของที่ดินสถานีรถไฟหาดใหญ่ ที่ดินแม่น้ำ 160 ไร่ ที่ดินสนามกอล์ฟหัวหิน และที่ดินท่านุ่น 100 ไร่

