วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม 2569

Login
Login

พาณิชย์ แจงนำเข้าข้าวโพดสหรัฐ 1 ล้านตัน เสริมความมั่นคงอาหาร ย้ำไม่ทิ้งเกษตรกรไทย

พาณิชย์ แจงนำเข้าข้าวโพดสหรัฐ 1 ล้านตัน เสริมความมั่นคงอาหาร ย้ำไม่ทิ้งเกษตรกรไทย

พาณิชย์ แจง เอกชนไทยซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐฯ ประกันความมั่นคงห่วงโซ่อุปทานอาหาร หลังไทยผลิตไม่พอ แถมยังมีมาตรกนำเข้าข้าวโพดปลอดการเผา วิกฤตตะวันออกกลาง ดันต้นทุนสูง ย้ำมีมาตรการคุ้มครองเกษตรกรไทยเข้ม ทั้งรับซื้อผลผลิตในประเทศก่อน คุมโควตานำเข้า เก็บภาษีนำเข้าสูง

นายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์  ชี้แจงถึงการนำเข้าข้าวโพด จากสหรัฐอเมริกา ปริมาณ 1 ล้านตัน  ว่า  ในช่วงต้นเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และกระทรวงพาณิชย์ ได้เข้าร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามความร่วมมือซื้อขายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ระหว่างภาคเอกชนไทยและสหรัฐอเมริกา เพื่อเสริม “ความมั่นคงห่วงโซ่อุปทานอาหาร” และเพิ่มทางเลือกในการจัดหาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้

ปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ประมาณ 9 ล้านตันต่อปี แต่สามารถผลิตได้ในประเทศเพียง 5 ล้านตัน ส่งผลให้ต้องจัดหาวัตถุดิบเพิ่มเติมอีกประมาณ 4 ล้านตัน ผ่านการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมา และ สปป.ลาว รวมถึงการใช้วัตถุดิบทดแทน เช่น ข้าวสาลีจากยูเครนและออสเตรเลีย

อย่างไรก็ตาม การนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ยังอยู่ภายใต้มาตรการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด โดยผู้ประกอบการต้องรับซื้อผลผลิตข้าวโพดในประเทศให้หมดก่อนในราคาที่รัฐบาลกำหนด เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาผลผลิตเกษตรกร ขณะเดียวกันการนำเข้าข้าวโพดและวัตถุดิบทดแทนจะต้องบริหารจัดการไม่ให้กระทบต่อราคาภายในประเทศ

นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2569 เป็นต้นไป ไทยจะใช้มาตรการเข้มงวดในการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน โดยกำหนดให้ต้องเป็นผลผลิต “ปลอดการเผา” และตรวจสอบย้อนกลับได้ ตามนโยบายแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ส่งผลให้ปริมาณนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านมีแนวโน้มลดลง

พาณิชย์ แจงนำเข้าข้าวโพดสหรัฐ 1 ล้านตัน เสริมความมั่นคงอาหาร ย้ำไม่ทิ้งเกษตรกรไทย

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังทำให้ต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ เช่น ข้าวสาลีและกากถั่วเหลือง ปรับตัวสูงขึ้น ภาคเอกชนจึงจำเป็นต้องกระจายแหล่งนำเข้าใหม่ รวมถึงจากสหรัฐฯ เพื่อป้องกันภาวะวัตถุดิบขาดแคลน และรักษาความสามารถแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์และปศุสัตว์ไทย เช่น ไก่เนื้อ ไก่ไข่ สุกร สัตว์น้ำ และอาหารแปรรูป ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมส่งออกสำคัญของประเทศ

นายกรนิจ กล่าวว่า การเปิดนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์เสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าไทย-สหรัฐฯ ในระยะยาว และช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อการเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการส่งออกสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปของไทยไปยังตลาดสหรัฐฯ ที่ถือเป็นตลาดสำคัญอันดับหนึ่งของไทย

ส่วนผลกระทบจากการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีต่อสินค้าเกษตรที่เป็นสินค้าที่เป็นวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ อาทิ รำ แกลบ ปลายข้าว นั้น กระทรวงพาณิชย์ ได้พูดคุยกับ นายบรรจง ตั้งจิตรวัฒนากุล นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย โดยยืนยันว่าจะร่วมกันกำกับดูแลห่วงโซ่อุปทานอาหารสัตว์ให้สมดุล และไม่ให้กระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยเฉพาะราคาปลายข้าวและรำข้าวที่เชื่อมโยงกับราคาข้าวเปลือก

ทั้งนี้ การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในส่วนที่เกินจากโควตา 1 ล้านตัน จะถูกจัดเก็บภาษีในอัตราสูงถึง 72  % บวกด้วยค่าธรรมเนียมนำเข้า 180 บาทต่อตัน จึงทำให้ต้นทุนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์นำเข้าย่อมแข่งขันได้ยาก เมื่อเทียบกับ วัตถุดิบในประเทศที่ไม่เจอภาษี และ ค่าใช้จ่ายในการขนส่งระหว่างประเทศ

สำหรับข้อกังวล การนำเข้าสินค้าเกษตรส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและเกษตรกรภายในประเทศ การนำเข้าสินค้าเกษตรมา มีหน่วยงานรับผิดชอบหลัก คือ กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำหนดให้มีการวิเคราะห์ความเสี่ยงศัตรูพืชและจัดทำ "พิธีสาร" (Protocol) ร่วมกับประเทศคู่ค้า เพื่อวางเกณฑ์ควบคุมตั้งแต่การขึ้นทะเบียนสวนและโรงคัดบรรจุต้นทาง พร้อมบังคับใช้มาตรการกำจัดศัตรูพืชเฉพาะทางตามมาตรฐานสากล เช่น การรมยาหรือการอบความร้อน ก่อนกำกับดูแลผ่านระบบใบอนุญาตและใบรับรองสุขอนามัยพืช (PC) โดยสินค้าทุกล็อตจะถูกสุ่มตรวจอย่างละเอียด ณ ด่านตรวจพืช เพื่อสกัดกั้นสินค้า โรค และแมลงไม่ให้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและเกษตรกรภายในประเทศ

ทั้งนี้ รัฐบาลได้พิจารณาอย่างรอบคอบ รัดกุม และคำนึงถึงผลประโยชน์ที่สมดุลของทุกภาคส่วนในห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ เกษตรกร พ่อค้า ผู้ประกอบการผลิต ผู้ส่งออก และ ที่สำคัญ คือ ผู้บริโภค ที่ไม่ควรได้รับผลกระทบด้านราคาจากต้นทุนที่สูงขึ้นโดยไม่พึงจะเป็น