วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'เอกนิติ' ชูไทยหลุมหลบภัย ดันลงทุนไตรมาส 1 พุ่ง 2.6 แสนล้าน ลุ้น GDP โต 3%

'เอกนิติ' ชูไทยหลุมหลบภัย ดันลงทุนไตรมาส 1 พุ่ง 2.6 แสนล้าน ลุ้น GDP โต 3%

"เอกนิติ" ชูจุดแข็งไทยหลุมหลบภัยลงทุน ท่ามกลางแรงกดดันภูมิรัฐศาสตร์ โชว์ไตรมาสแรกลงทุนจริงโต 18% มูลค่ากว่า 2.6 แสนล้านบาท ลั่นเดินหน้ากิโยตินกฎหมายปลดล็อกอุปสรรค ดันจีดีพีทะยานแตะ 3% พลัส ภายใน 1-2 ปี

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา โลกไม่เคยเผชิญกับแรงกระแทก และการเปลี่ยนผ่านที่รุนแรงเท่านี้มาก่อน ทั้งจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ที่ลุกลามสู่เศรษฐกิจ (Geoeconomics) ตลอดจนวิกฤติพลังงาน และภาวะเงินเฟ้อที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางวิกฤติยังคงมีโอกาส เนื่องจากนักลงทุนทั่วโลกกำลังมองหาพื้นที่ปลอดภัย และมีความมั่นคง ซึ่งประเทศไทยตอบโจทย์ดังกล่าวได้อย่างชัดเจน สะท้อนได้จากตัวเลขยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในปีที่ผ่านมาที่เติบโตแบบก้าวกระโดดกว่า 60% คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 1.8 ล้านล้านบาท และเพียงไตรมาสแรกของปีนี้ มียอดขอรับการส่งเสริมสูงถึง 1 ล้านล้านบาท

ทั้งนี้ การลงทุนจะเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป โดยในไตรมาส 1 ปี 2569 ข้อมูลการลงทุนจริงจากบีโอไอ รวมถึงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) พบว่ามีการเติบโตถึง 18% หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 260,000 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขการลงทุนผ่านบีโอไอนั้นคิดเป็นสัดส่วนราว 25-30% ของการลงทุนภาคเอกชนทั้งหมด

ทั้งนี้ ปัจจัยสนับสนุนสำคัญที่ทำให้การลงทุนเติบโต มาจากการที่ประเทศไทยสามารถคว้าโอกาสไว้ได้ ประกอบกับนโยบาย "BOI Fast Pass" ที่เริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งโอกาสจากสถานการณ์โลกที่กำลังปั่นป่วน ประเทศไทยได้กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยหรือ "หลุมหลบภัย" (Safe Haven) ที่ดึงดูดเม็ดเงินลงทุน และซัปพลายเชนใหม่ๆ เข้ามา อีกทั้งยังเห็นสัญญาณที่ดีจากการที่ธุรกิจไทยสามารถก้าวข้ามเข้าสู่ธุรกิจอุตสาหกรรมใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ โครงสร้างอุตสาหกรรมไทยยังเริ่มส่งสัญญาณการปรับตัวเชิงบวก โดยภาคธุรกิจสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมเข้าสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งเป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดซัปพลายเชนใหม่ๆ ให้เคลื่อนย้ายฐานการผลิตเข้ามาในประเทศ

นายเอกนิติ เน้นย้ำว่า รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งดำเนินการปลดล็อกกฎกติกาต่างๆ อย่างเข้มข้น เพื่อทำให้การลงทุนทำได้ง่ายขึ้น และผลักดันให้เกิดการแปลงสถานะจากการแค่การสมัครขอรับการส่งเสริมการลงทุนให้กลายเป็นการลงทุนจริง โดยคาดหวังว่าจะสามารถผลักดันให้เกิดการลงทุนจริงในปีนี้ได้ 5-6% ของยอดการขอรับส่งเสริมการลงทุนทั้งหมด

"การปลดล็อกกติกาเหล่านี้ รัฐไม่ได้เสียเงินงบประมาณเลยสักบาทเดียว แต่เกิดจากความทุ่มเทของหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนที่ช่วยกัน ผลลัพธ์ที่ได้มีความชัดเจนมาก โดยในไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้ว การลงทุนภาคเอกชนกลับมาบวกเกิน 6% ดันจีดีพีจากที่คาดว่าจะโตเพียง 0.3% ขยับขึ้นมาเป็น 2.5%"

นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า เชื่อมั่นว่าการลงทุนจะเป็นแหล่งการเติบโตใหม่ของเศรษฐกิจไทย หากสามารถขับเคลื่อนการปลดล็อกข้อจำกัดต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่อง การยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทยให้ไปถึงเป้าหมายที่ระดับ 3% พลัส ภายในระยะเวลา 1-2 ปีนี้ ทำได้แน่นอน

'เอกนิติ' ชูไทยหลุมหลบภัย ดันลงทุนไตรมาส 1 พุ่ง 2.6 แสนล้าน ลุ้น GDP โต 3%

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์