วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ฤดูกาลปลูกข้าวปี69ฝ่าด่านท้าทาย น้ำมัน-ปุ๋ย-เอลนีโญกดดันตลาด

ฤดูกาลปลูกข้าวปี69ฝ่าด่านท้าทาย  น้ำมัน-ปุ๋ย-เอลนีโญกดดันตลาด

13 พ.ค. 69 พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เริ่มฤดูกาลเพาะปลูกชาวนาไทย ท่ามกลางทิศทางตลาดเต็มไปด้วยปัจจัยท้าทาย ทั้ง เอลนีโญ ราคาน้ำมันแพง และ ปุ๋ยเคมีขาดแคลนและราคาสูง ผู้ส่งออกเวียดนามชี้ราคาตลาดผันผวน ทำลังเลรับออร์เดอร์ฟิลิปปินส์

ในวันพุธที่ 13 พฤษภาคม 2569  ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความพร้อมในการจัดงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2569 โดยมีนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้ทำหน้าที่พระยาแรกนา 

ก่อนหน้านี้ คณะปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ผู้แทนสถาบันเกษตรกร และผู้แทนสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2569 เข้าร่วมฝึกซ้อมเสมือนจริงรับพระราชทานรางวัลในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ

สำหรับปี 2569 มีเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรที่ผ่านการคัดเลือก เข้ารับพระราชทานรางวัลอันทรงเกียรติรวมทั้งสิ้น 39 ราย ในการฝึกซ้อมครั้งนี้เพื่อให้ผู้เข้ารับพระราชทานรางวัลมีความเข้าใจในลำดับขั้นตอนและเกิดความภาคภูมิใจในวาระสำคัญของชีวิตเกษตรกรไทย

รางวัลปราชญ์เกษตรของแผ่นดินและเกษตรกรดีเด่นสาขาต่าง ๆ ถือเป็นเครื่องหมายเชิดชูเกียรติที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาภาคการเกษตรของไทยให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนสืบไป

ไทยปลูกข้าว61 ล้านไร่ทั่วประเทศ 

ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร(สศก.) ระบุว่า การผลิตข้าวนาปี ปี 2568/69 สศก. คาดการณ์(ข้อมล ณ เดือนมี.ค. 2569) มีเนื้อที่เพาะปลูก 61.341 ล้านไร่ผลผลิต 26.968 ล้านตัน ผลผลิตต่อไร่ 440 กิโลกรัม

โดยเนื้อที่เพาะปลูกคาดว่าลดลง เนื่องจากราคาที่เกษตรกรขายได้ไม่จูงใจ ทำให้มีการลดรอบปลูกข้าวนาปีจาก 2 รอบเหลือเพียงรอบเดียว บางพื้นที่ปรับเปลี่ยนไปปลูกอ้อยโรงงานที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าและบางส่วนปรับเปลี่ยนไปเป็นที่อยู่อาศัย

อย่างไรก็ตาม พบว่าสําหรับผลผลิตต่อไร่คาดว่าเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากปริมาณน้ำเพียงพอต่อการเพาะปลูกและการเจริญเติบโตของต้นข้าวคาดการณ์ผลผลิตจะออกสู่ตลาดช่วงเดือนก.ค.2568 - พ.ค.2569 โดยในเดือนพ.ค. 2569มีผลผลิตออกสู่ตลาดประมาณ 0.002 ล้านต้นข้าวเปลือก หรือคิดเป็น0.01% ของผลผลิตข้าวนาปีทั้งหมด

ส่วนข้าวนาปรัง ปี 2569 สศก. คาดการณ์มีเนื้อที่เพาะปลูก 12.240 ล้านไร่ผลผลิต 8.038 ล้านตันข้าวเปลือก และผลผลิตต่อไร่ 657 กิโลกรัมโดยเนื้อที่เพาะปลูกคาดว่ามีแนวโน้มลดลงจากปีที่แล้วเนื่องจากเกษตรกรขาดความมั่นใจเกี่ยวกับราคาข้าวที่มีแนวโน้มตกตํ่าลง ประกอบกับปัจจัยการผลิตยังคงอยู่ในเกณฑ์สูงเกษตรกรจึงปล่อยพื้นที่ว่าง บางรายปรับเปลี่ยนไปปลูกอ้อยโรงงานและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า

ราคาข้าวเปลือกส่งสัญญาณดีขึ้น

ด้านราคาที่ชาวนาขายได้ข้าวเปลือกเจ้านาปีหอมมะลิ สัปดาห์นี้ (4-10 พ.ค. 2569) เฉลี่ยตันละ 15,954 บาท ราคาสูงขึ้นจากตันละ 15,831 บาทในสัปดาห์ก่อ 0.78% ข้าวเปลือกเจ้าความชื้น 15% สัปดาห์นี้เฉลี่ยตันละ 7,157 บาท ราคาสูงขึ้นจากตันละ 7,127 บาทในสัปดาห์ก่อน 0.42%

    ข้อมูลจาก tradingeconomics.com ระบุว่า ราคาข้าวล่วงหน้าซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 11.8 ดอลลาร์ต่อร้อยปอนด์ ซึ่งเป็นราคาสูงสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค. 2568 ท่ามกลางความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นต่อตลาดข้าวเนื่องจากคาดการณ์ว่า อุปทานข้าวทั่วโลกจะลดลงในปีนี้ เนื่องจากเกษตรกรทั่วเอเชียลดการเพาะปลูกลงเนื่องจากปัญหาการขาดแคลนปุ๋ยและต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นซึ่งเชื่อมโยงกับสงครามอิหร่าน 

ในขณะเดียวกัน การเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญคาดว่าจะนำมาซึ่งสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้งมากขึ้นในภูมิภาคที่ผลิตข้าวโดยในช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งอาจส่งผลให้ผลผลิตลดลงอีก 

“การขาดแคลนปุ๋ยและภัยแล้งกำลังส่งผลกระทบต่อผลผลิตจากพืชผลขนาดเล็กที่กำลังเก็บเกี่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว ในขณะที่การเก็บเกี่ยวหลักที่จะมาถึงคาดว่าจะเผชิญกับแรงกดดันที่มากขึ้นทั้งต่อ อินเดีย ไทย และฟิลิปปินส์ ในเดือนมิ.ย.และก.ค.”

โควตานำเข้าข้าวฟิลิปปินส์พ.ค.-มิ.ย. 6 แสนตัน

ในขณะที่เวียดนามและอินโดนีเซียกำลังเพาะปลูกพืชผลฤดูกาลที่สอง แม้จะมีความเสี่ยงเหล่านี้ แต่สต็อกข้าวทั่วโลกยังคงมีอยู่มากหลังจากผลผลิตที่แข็งแกร่งมาหลายปี โดยอินเดียซึ่งเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดมีสต็อกสูงถึง 42 ล้านตัน ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด

    ข้อมูลจาก S&P Global ระบุว่า จุดหมายปลายทางการส่งออกข้าวที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนความต้องการ โดยผู้ซื้อต่างกระตือรือร้นที่จะซื้อในปริมาณมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ฟิลิปปินส์กำหนดโควตาการนำเข้ารวม 600,000 ตันสำหรับเดือนพ.ค.และมิ.ย.

 ผู้ส่งออกข้าวรายหนึ่งในนครโฮจิมินห์ ระบุว่า ปัจจุบัน ผู้นำเข้าจากฟิลิปปินส์ยังคงสนใจที่จะสั่งซื้อใหม่ อย่างไรก็ตาม ผู้ส่งออกเวียดนามไม่เต็มใจที่จะเสนอราคาใหม่ในตอนนี้ เนื่องจากกำลังให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามสัญญาที่ลงนามไว้ในเดือนก.พ.และมี.ค.

“แม้ราคาในประเทศจะสูงขึ้น แต่ซัพพลายเออร์บางรายยังคงดำเนินการตามสัญญาเดิมที่มีอยู่อย่างขาดทุน”

     ข้อมูลจากกรมศุลกากรเวียดนามระบุว่า เวียดนามส่งออกข้าว 711,264 ตันไปยังฟิลิปปินส์ในสองเดือนแรกของปี 2569  เพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แม้ว่า ผู้ซื้อจากฟิลิปปินส์สนใจ แต่ผู้ส่งออกหลายรายไม่สามารถชดเชยต้นทุนได้ในระดับราคาตลาดปัจจุบัน”

ต้นทุนเทรดข้าวพุ่ง 10%กดสัญญาเก่าขาดทุน

จากข้อมูลของ S&P Global Energy CERA คาดว่าฟิลิปปินส์จะนำเข้าข้าว 3.1 ล้านตันในฤดูกาลการตลาดปี 2568-2569 (ก.ค.-มิ.ย.)ลดลง 42.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ผู้ส่งออกอีกรายในนครโฮจิมินห์ กล่าวว่า ไม่ได้เสนอขายข้าวพันธุ์ DT8 ได้เนื่องจากความเสี่ยงในตลาดมีเกินไป  ทั้ง ต้นทุนการผลิต บรรจุภัณฑ์ และโลจิสติกส์ที่สูงขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้น ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ได้เพิ่มแรงกดดันให้ราคาสูงขึ้น

“ค่าใช้จ่ายของเวียดนามสำหรับข้าวเพิ่มขึ้น 10% ในเดือนเม.ย.เมื่อเทียบกับเดือนมี.ค. ซึ่งเกิดจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทำให้ต้องเพิ่มราคาขายมิฉะนั้นผู้ส่งออกจะขาดทุน”

ฤดูกาลปลูกข้าวปี69ฝ่าด่านท้าทาย  น้ำมัน-ปุ๋ย-เอลนีโญกดดันตลาด