วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม 2569

Login
Login

‘ธุรกิจสนามบิน’เสี่ยงโตดีแต่ไม่มีกำไร เทรนด์โลกเร่งกลไกปั้มรายได้แหล่งอื่น

‘ธุรกิจสนามบิน’เสี่ยงโตดีแต่ไม่มีกำไร  เทรนด์โลกเร่งกลไกปั้มรายได้แหล่งอื่น

WEF โชว์คาดการณ์ผู้โดยสารทางอากาศ พุ่งเกือบเท่าตัว ช่วง 20 ปีจากนี้ ปัดปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ปัจจัยเสี่ยงแต่เป็นแรงหนุนธุรกิจสร้างความยืดหยุ่นรับความท้าทายใหม่ ชี้เทรนด์ธุรกิจสนามบินทั่วโลกมองหาแหล่งรายได้อื่นหลังพบการจัดการสนามบิน-เทรนด์ความยั่งยืนทำเสี่ยงเสียสมดุลรายได้-รายจ่าย ทอท.เปิดแผนพัฒนา ‘สนามบิน’

 ข้อมูลจาก รายงาน Global Aviation Sustainability Outlook 2026 ของสภาเศรษฐกิจโลก หรือ  WEF ระบุว่า คาดการณ์ปริมาณผู้โดยสารทางอากาศฉบับล่าสุดปี 2025-2054 ของ ACI World คาดการณ์ว่าปริมาณผู้โดยสารทั่วโลกจะแตะ 10.2 พันล้านคนในปี 2026 และ 18.8 พันล้านคนในปี 2045 

“ยืนยันถึงการเติบโตของความต้องการในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง และเน้นย้ำถึงบทบาทของการบิน โดยเฉพาะสนามบิน ในฐานะแหล่งที่มาของความมั่นคงที่ช่วยให้เกิดการค้า การเดินทาง การท่องเที่ยว และการเชื่อมต่อระดับโลก”

สนามบินเป็นศูนย์กลางของระบบการบิน และเป็นมากกว่าโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ สนามบินทำหน้าที่เป็นจุดยึดทางเศรษฐกิจและประตูสู่ชุมชน สนับสนุนห่วงโซ่อุปทาน สร้างงาน และรักษาการเชื่อมโยงที่สำคัญซึ่งเป็นรากฐานของเศรษฐกิจที่ทำงานได้อย่างดี

มองปัญหาภูมิรัฐศาสตร์เป็นปัจจัยหนุน

อย่างไรก็ตาม มองว่า การเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงทางสังคม ผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ และความไม่แน่นอนในวงกว้าง ไม่ควรเป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้า แต่ควรเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดความมุ่งมั่น เร่งดำเนินการ และยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นต่อการสร้างภาคการบินที่ยืดหยุ่น ยั่งยืน และสร้างสรรค์ การทำให้ภาคส่วนนี้เติบโตอย่างยั่งยืนจึงไม่ใช่แค่เรื่องสำคัญของอุตสาหกรรม แต่เป็นสิ่งจำเป็นทางเศรษฐกิจระดับโลก

ข้อมูลจากstatista.com ระบุว่าตลาดสนามบินทั่วโลกกำลังปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติของการจราจรหลังการระบาดใหญ่ ขณะเดียวกันก็เผชิญกับความต้องการด้านความยั่งยืน ขีดความสามารถ และประสิทธิภาพที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ปริมาณผู้โดยสารยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนความต้องการหลัก แต่ผลประกอบการทางการเงินขึ้นอยู่กับความสมดุลระหว่างรายได้จากธุรกิจการบินและรายได้จากธุรกิจอื่นๆ มากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากสนามบินต่างๆ กำลังมองหาแหล่งรายได้ที่ยั่งยืนมากขึ้นควบคู่ไปกับกิจกรรมการบินหลัก

ในยุโรป โครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนาแล้วและกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดเป็นตัวกำหนดการพัฒนาสนามบิน โดยการเติบโตถูกจำกัดด้วยขีดจำกัดด้านขีดความสามารถที่ศูนย์กลางหลัก และการมุ่งเน้นที่ประสิทธิภาพและรายได้เชิงพาณิชย์อย่างมาก

ธุรกิจสนามบินเอเชียเติบโตเร็วที่สุด

ส่วนสหรัฐได้รับประโยชน์จากเครือข่ายการบินภายในประเทศขนาดใหญ่ ซึ่งสนับสนุนปริมาณผู้โดยสารที่คงที่และรายได้จากธุรกิจการบินที่มั่นคง ในขณะที่การปรับปรุงอาคารผู้โดยสารและการพัฒนาเชิงพาณิชย์ได้มาจากการเติบโตจากธุรกิจอื่นๆ

ด้านเอเชียยังคงเป็นภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุด โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากความต้องการเดินทางทางอากาศที่เพิ่มขึ้นและการขยายสนามบินอย่างต่อเนื่อง พร้อมโอกาสที่เพิ่มขึ้นทั้งในด้านรายได้จากธุรกิจการบินและรายได้เชิงพาณิชย์

        บริษัทท่าอากาศยานไทยจำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.ประกาศปรับอัตราค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ (Passenger Service Charge : PSC) เป็น 1,120 บาทต่อคน จากอัตราเดิม 730 บาทต่อคน หรือปรับเพิ่มขึ้น 390 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย.2569 ณ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ ทอท. ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานหาดใหญ่  ทั้งนี้ อัตราค่าบริการผู้โดยสารภายในประเทศยังคงเดิมที่ 130 บาทต่อคน

ทอท.เก็บค่าบริการผู้โดยสารขาออก1,120บาท

สำหรับการปรับขึ้นค่า PSC ดังกล่าว เป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) ครั้งที่ 3/2568 เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2568 โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน มีมติเห็นชอบในหลักการให้ ทอท. ปรับขึ้นอัตราค่าบริการดังกล่าว พร้อมมั่นใจว่าจะไม่มีผลต่อการตัดสินใจเดินทางของผู้โดยสาร อีกทั้งยังพบว่าค่า PSC ของไทยยังต่ำกว่าการจัดเก็บในหลายท่าอากาศยานต่างประเทศ

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท.กล่าวว่า ทอท.ประเมินว่าการปรับเพิ่มค่าบริการ PSC ให้สอดคล้องกับต้นทุนจริงที่เกิดขึ้น จะทำให้รายได้ของ ทอท.เพิ่มขึ้นอีกราว 10,000 ล้านบาทต่อปี และสามารถนำรายได้ส่วนดังกล่าวไปพัฒนาบริการในท่าอากาศยานเพิ่มขึ้น โดย ทอท. ขอยืนยันว่า ค่าบริการ PSC ไม่ใช่ภาษี และไม่ใช่รายได้เพื่อแสวงหากำไร แต่เป็นรายได้ที่นำไปใช้เฉพาะในกิจการที่เกี่ยวข้องกับสนามบินเท่านั้น

นำเงินพัฒนาแอร์พอร์ต 6 แห่งให้ดีขึ้น

โดยรายได้จากค่า PSC จะนำไปใช้ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และความปลอดภัยแก่ผู้โดยสาร เบื้องต้นทอท.มีแผนขยายขีดความสามารถของท่าอากาศยานในระยะ 5 ปี รวมมูลค่าการลงทุนราว 8 หมื่นล้านบาทซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการที่มีผลการศึกษาความเหมาะสมพร้อมแล้ว และอยู่ระหว่างเสนอสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พิจารณา ประกอบด้วย

โครงการ East Expansion มูลค่าการลงทุนราว 1.2 หมื่นล้านบาทสถานะปัจจุบันได้เสนอไปยังเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) หาก ครม.อนุมัติโครงการจะสามารถเริ่มกระบวนการเปิดประกวดราคาได้ทันที คาดใช้เวลาประกวดราคา 4 เดือน จึงประเมินว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในช่วงปลายปีนี้ ใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปี เปิดบริการในปี 2573

โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 วงเงินรวม 6.9 หมื่นล้านบาทโดยในช่วง 5 ปีแรกนี้ จะมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานส่วนแรก และอาคารผู้โดยสาร 3 ใช้วงเงินราว 3 หมื่นล้านบาท สถานะโครงการปัจจุบันอยู่ระหว่างรอการพิจารณาจาก สศช. และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) คาดว่าจะเสนอ ครม.ได้ภายในปีนี้ และเริ่มก่อสร้างต้นปีหน้า

ทุ่ม 2 หมื่นล้านพัฒนาสุวรรณภูมิ

โครงการแผนแม่บทพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ฉบับปี 2568)โดยคาดว่าจะมีการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภคต่างๆ วงเงินลงทุนรวมประมาณ 2 หมื่นล้านบาท

โครงการท่าอากาศยานภูเก็ต ระยะที่ 2 วงเงินลงทุนราว 1 หมื่นล้านบาทเพื่อขยายขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารสูงสุด 18 ล้านคนต่อปี จากปัจจุบัน 12.5 ล้านคนต่อปี

“ทอท. เรามีความพร้อมเรื่องเงินลงทุนตามแผนที่วางไว้ โดยมีการจัดสรรเงินลงทุนไว้ส่วนหนึ่ง แยกจากกระแสเงินสดในมือที่มีสะสมเฉลี่ยอีกประมาณ 1 หมื่นล้านบาท รวมทั้งจะใช้เงินรายได้จากค่าบริการ PSC ที่จัดเก็บเพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับ ทอท. มาใช้ในการลงทุนพัฒนาบริการสนามบิน จึงไม่จำเป็นต้องกู้เงินมาลงทุน”

นางสาวปวีณา กล่าวด้วยว่า นอกจากการพัฒนาสนามบินแล้วทอท.ยังมีแผนพัฒนาบริการภายในสนามบินเพื่อสร้างความสะดวกให้กับผู้โดยสารมากยิ่งขึ้น โดยจะนำระบบบริการผู้โดยสารอัตโนมัติ (CUPPS) มาใช้เพื่อลดระยะเวลารอคอย เพิ่มความคล่องตัวในการเช็กอิน และยกระดับประสบการณ์การเดินทางของผู้โดยสาร

‘ธุรกิจสนามบิน’เสี่ยงโตดีแต่ไม่มีกำไร  เทรนด์โลกเร่งกลไกปั้มรายได้แหล่งอื่น