ไทย–บังกลาเทศ เร่งปูทาง FTA เชื่อมเศรษฐกิจอ่าวเบงกอล–อาเซียน หวังขยายโอกาสการค้าและการลงทุนใหม่ ด้านผู้แทนภาครัฐ เอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ เห็นพ้อง FTA จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับความร่วมมือเศรษฐกิจไทย–บังกลาเทศในระยะยาว
สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) (ITD) ร่วมกับ คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) และ สถานทูตบังกลาเทศ ประจำประเทศไทย จัดการประชุมหัวข้อ “Enhancing Bangladesh–Thailand Economic Engagement: Challenges, Opportunities, and the Way Forward in the Future Free Trade Agreement (FTA)” ณ United Nations Conference Centre เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการค้า การลงทุน และแนวทางพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและบังกลาเทศ
นางอาร์มิดา ซัลเซียะฮ์ อาลิสจะฮ์บานา (Ms. Armida Salsiah Alisjahbana) เลขาธิการบริหาร ESCAP กล่าวว่า ESCAP ให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน รวมถึงการสนับสนุนด้านวิชาการ เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศสามารถใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการประสานกฎระเบียบและมาตรฐานทางการค้าระหว่างประเทศ
ESCAP ยังย้ำถึงความพร้อมในการสนับสนุนด้านวิชาการ การวิเคราะห์เชิงนโยบาย และการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศสามารถใช้ประโยชน์จาก FTA ได้อย่างเต็มศักยภาพ ทั้งในด้านการค้าสินค้า การค้าบริการ การลงทุน และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค
นายฟัยยาซ มูรชิด กาซี เอกอัครราชทูตบังกลาเทศประจำประเทศไทย และนายอับดุล ราฮิม คาน Additional Secretary กระทรวงพาณิชย์บังกลาเทศ ระบุว่า บังกลาเทศกำลังเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวพ้นสถานะประเทศพัฒนาน้อยที่สุด (LDC) ภายในปี ค.ศ. 2029 จึงเร่งขยายเครือข่ายความตกลงการค้าเสรีกับประเทศคู่ค้า เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจในระยะยาว โดยไทยถือเป็นหุ้นส่วนสำคัญที่มีศักยภาพในการต่อยอดความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และบริการสมัยใหม่ เช่น การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ สินค้าอุปโภคบริโภค และบริการสุขภาพ
ขณะที่นายสุภกิจ เจริญกุล ผู้อำนวยการ ITD กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างไทยและบังกลาเทศไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านการค้า แต่ยังครอบคลุมถึงการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ของภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดย ITD พร้อมสนับสนุนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการพัฒนาศักยภาพด้านการค้าและการลงทุนอย่างต่อเนื่อง
ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทย–บังกลาเทศมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการผลักดันความตกลงการค้าเสรี (FTA) ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงด้านโลจิสติกส์ระหว่างเอเชียใต้กับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงเพิ่มบทบาทของภูมิภาคอ่าวเบงกอลในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่ของโลก
ด้านนางอุมาพร ฟูตระกูล รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า มูลค่าการค้าระหว่างไทย–บังกลาเทศ ในปี ค.ศ. 2025 อยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์ แม้การค้าระหว่างสองประเทศยังไม่สมดุล แต่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยไทยส่งออกวัตถุดิบอุตสาหกรรม
ขณะที่นำเข้าสิ่งทอและอาหารทะเลจากบังกลาเทศ ทั้งนี้ เมื่อบังกลาเทศพ้นสถานะประเทศ LDC จะไม่ได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีแบบ DFQF จึงเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ทั้งสองฝ่ายเร่งเดินหน้าศึกษาความเป็นไปได้ของ FTA ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการหารือเชิงสำรวจ (Exploratory Discussions) เพื่อจัดทำกรอบการเจรจาและปูทางสู่การลงนาม FTA ในอนาคตภายในปี ค.ศ. 2026
ผู้เชี่ยวชาญจาก ESCAP และสถาบันวิชาการของบังกลาเทศ ประเมินว่า หากทั้งสองประเทศสามารถใช้ประโยชน์จาก FTA ได้อย่างเต็มที่ รวมถึงส่งเสริมการลงทุนระหว่างกัน จะช่วยเพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศได้มากกว่าร้อยละ 40 และช่วยหนุน GDP ของบังกลาเทศเพิ่มขึ้น
อีกประเด็นสำคัญคือแนวคิดการเชื่อมโยงโลจิสติกส์ระหว่างท่าเรือระนองของไทยกับท่าเรือจิตตะกองของบังกลาเทศ รวมถึงโครงการ Landbridge ของไทย ซึ่งถูกมองว่าจะช่วยลดต้นทุนขนส่ง เพิ่มประสิทธิภาพการกระจายสินค้า และเสริมศักยภาพทางการค้าในภูมิภาคอ่าวเบงกอล

