วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม 2569

Login
Login

‘อนุทิน‘ ตั้งบอร์ด รื้อ ‘โครงสร้างค่าไฟ - ค่าพร้อมจ่าย’ ’ปกรณ์‘นั่งประธาน ตั้งเป้าค่าไฟเป็นธรรม

‘อนุทิน‘ ตั้งบอร์ด รื้อ ‘โครงสร้างค่าไฟ - ค่าพร้อมจ่าย’  ’ปกรณ์‘นั่งประธาน ตั้งเป้าค่าไฟเป็นธรรม

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาราคาไฟฟ้าในเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะประเด็นต้นทุนจากสัญญารับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน ซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญทั้งค่าความพร้อมจ่าย หรือ Availability Payment (AP) และค่าพลังงานไฟฟ้า หรือ Energy Payment (EP) ที่ถูกหยิบยกเป็นข้อห่วงกังวลจากประชาชนและภาคเอกชนในช่วงค่าไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้น 

 ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2569 นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน โดยมี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นรองประธาน และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ กระทรวงพลังงาน กระทรวงมหาดไทย  อัยการสูงสุด เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการสภาพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงาน กกพ. และผู้แทนภาคประชาชน

น.ส.รัชดา กล่าวว่า คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่ศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาความไม่สอดคล้องกับธรรมเนียมการทำสัญญารับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตเอกชน ทั้งในส่วนค่าความพร้อมจ่ายและค่าพลังงานไฟฟ้า รวมถึงทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อให้การแก้ไขเป็นไปตามกฎหมาย เป็นธรรมแก่คู่สัญญาทุกฝ่าย และสอดคล้องกับภาระต้นทุนที่ประชาชนต้องรับผิดชอบ

การดำเนินการดังกล่าว รัฐบาลมีความเข้าใจว่าค่าไฟฟ้าเป็นต้นทุนสำคัญของครัวเรือนและภาคธุรกิจ แต่การแก้ไขปัญหาจะต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน ไม่ใช้เพียงมาตรการเฉพาะหน้า เพราะระบบไฟฟ้าเกี่ยวข้องกับความมั่นคงพลังงาน การลงทุนระยะยาว และความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ รัฐบาลต้องใช้กระบวนการที่โปร่งใส

 

ดึงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมวิเคราะห์ปัญหาและหาทางออก ด้วยเป้าหมายหลักคือทำให้ระบบพลังงานไทยมีความมั่นคง โปร่งใส แข่งขันได้ และประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด โดยจะเดินหน้าแก้ปัญหาค่าไฟฟ้าอย่างจริงจัง บนหลักกฎหมาย ความเป็นธรรม และการยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง

“ในช่วงที่โลกกำลังเผชิญวิกฤตพลังงาน รัฐบาลไทยไม่ได้มองเพียงการประคองสถานการณ์เฉพาะหน้า แต่ใช้วิกฤตนี้เป็นโอกาสทบทวนโครงสร้างค่าไฟให้เป็นธรรมขึ้น ประชาชนต้องได้รับการดูแล ขณะเดียวกันผู้ประกอบการที่ทำถูกต้องตามกฎหมายต้องอยู่ได้ มีแรงจูงใจลงทุนและพัฒนาระบบไฟฟ้าไทยต่อไป” น.ส.รัชดา กล่าว