กรณีกระแสข่าวว่าบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในไทยบางแห่ง ต้องสงสัยว่าอาจเป็นทางผ่านในการลักลอบส่งออกชิปประมวลผลระดับสูงของค่ายเอ็นวิเดีย (Nvidia) ไปยังประเทศจีน ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อคำสั่งควบคุมการส่งออกของทางการสหรัฐอเมริกา และอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ และสิทธิประโยชน์ทางการค้าของไทย
ภายในงานเสวนาเชิงนโยบายด้านอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ "กรุงเทพธุรกิจ" ได้สอบถามไปยังสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ถึงประเด็นข้อกังวลดังกล่าว โดยบีโอไอระบุว่าทางหน่วยงาน และทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมรับทราบถึงความเสี่ยงนี้เป็นอย่างดี และมีความระมัดระวังขั้นสูงสุด ปัจจุบันบีโอไอได้ประสานการทำงานร่วมกับกรมศุลกากรอย่างใกล้ชิด เพื่อเฝ้าระวัง และป้องกันปัญหาการสวมสิทธิสินค้าในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อย่างรัดกุม โดยมุ่งเป้าตรวจสอบความผิดปกติของการนำเข้า และส่งออกให้ได้ 100% เต็ม
สำหรับมาตรการเชิงรุกในการป้องกันนั้น บีโอไอได้ยกระดับขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติโครงการส่งเสริมการลงทุนให้มีความเข้มงวดมากขึ้น เงื่อนไขสำคัญคือโครงการที่จะได้รับการอนุมัติจะต้องมี "กระบวนการผลิตที่มีนัยสำคัญ" เกิดขึ้นจริงภายในประเทศ ทางหน่วยงานยืนยันอย่างชัดเจนว่าจะไม่มีการอนุมัติสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนให้กับธุรกิจที่มีลักษณะเป็นเพียงการนำเข้าวัตถุดิบมาประกอบชิ้นส่วนอย่างง่ายแล้วทำการส่งออกทันที หรือเป็นเพียงอุตสาหกรรมที่เน้นการใช้แรงงาน โดยไม่มีการถ่ายทอดนวัตกรรมหรือสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ในขั้นตอนการประเมิน และติดตามผลการดำเนินโครงการ บีโอไอจะทำงานแบบบูรณาการเพื่อตรวจสอบลงลึกไปถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต รวมถึงการตรวจสอบรหัสพิกัดศุลกากรอย่างละเอียด เพื่อเป็นเครื่องพิสูจน์ให้แน่ใจว่าสินค้าเหล่านั้นได้ผ่านกระบวนการแปรสภาพ มีการเปลี่ยนแปลง หรือสร้างมูลค่าเพิ่มในระดับที่ได้มาตรฐานสากลจริง ก่อนที่จะถูกส่งออกไปยังประเทศปลายทาง
ทั้งนี้ หากบีโอไอหรือหน่วยงานรัฐตรวจพบว่าบริษัทใดมีพฤติกรรมเข้าข่ายการกระทำความผิด หรือตรวจพบเรื่องการสวมสิทธิส่งออก ทางบีโอไอจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับบริษัทนั้นโดยตรงทันที
“ประเทศไทย รวมถึงประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่สามารถไปต่อสู้หรือแข่งขันกับชาติมหาอำนาจได้ จึงจำเป็นต้องวางตัวเป็นกลาง และปรับนโยบายให้สอดคล้องกับคู่ค้า ทั้งสหรัฐอเมริกา และจีน เพื่อให้สามารถทำการค้าได้กับทั้งสองฝ่าย”
นอกจากนี้ ภูมิภาคอาเซียนยังมีความแข็งแกร่งในฐานะผู้ผลิตขั้นปลาย (Back-end) ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดโลก จึงเชื่อมั่นว่าความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์จะไม่ส่งผลกระทบที่เลวร้ายต่ออุตสาหกรรมในภูมิภาคนี้
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์

