“พิพัฒน์” กางโปรเจกต์บูมภาคใต้ สั่ง ทช. เร่งขยายโครงการถนนเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้ “ไทยแลนด์ริเวียร่า” ครอบคลุมอ่าวไทย - อันดามัน เข็นงบปี 2570 ศึกษาออกแบบต่อขยาย ช่วงชุมพร – สุราษฎร์ธานี – นครศรีธรรมราช - สงขลา ระยะทางรวม 630 กิโลเมตร ขณะที่เมกะโปรเจกต์ปีนี้ เตรียมลงนามสร้าง สะพานข้ามทะลสาบสงขลา และสะพานเชื่อมเกาะลันตา มิ.ย.นี้ มูลค่าลงทุนกว่า 6.6 พันล้านบาท
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่กรมทางหลวงชนบท (ทช.) โดยระบุว่า ทช.ในฐานะหน่วยงานที่มีโครงข่ายเส้นทางเข้าถึงชุมชน และใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด ตนได้กำชับให้เร่งเดินหน้ายกระดับระบบคมนาคมทั่วประเทศให้ทันสมัย ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเป้าหมายสูงสุดของการสร้างถนน เชื่อมต่อเส้นทาง คือการลดภาระค่าใช้จ่าย ลดภาระในการเดินทาง และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชน
สำหรับหนึ่งในโครงการพัฒนาโครงข่ายทางถนนที่เร่งด่วนและเชื่อว่าจะเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน รวมไปถึงเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว คือ โครงการถนนเลียบชายฝั่งภาคใต้ (Thailand Riviera) ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายที่กระทรวงฯ ต้องการผลักดันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรรม โดยสถานะโครงการขณะนี้ ทช. ดำเนินการก่อสร้างและเปิดให้บริการแล้ว อีกทั้งในปีงบประมาณ 2570 ยังอยู่ระหว่างเร่งศึกษาเพื่อขยายโครงข่ายทาง
“โครงการไทยแลนด์ริเวียร่าเป็นถนนสายสำคัญที่จะทำให้การเดินทางสะดวกแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว เป็นส่วนสำคัญของการกระตุ้นเศรษฐกิจจากท่องเที่ยว โดยปัจจุบันทราบว่า ทช. เร่งก่อสร้างส่วนของถนนชายฝั่งอ่าวไทยแล้ว อย่างไรก็ดี ขอให้เร่งรัดดำเนินการส่วนของชายฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งจะเชื่อมตั้งแต่จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล”
นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า โครงการสำคัญของ ทช.ที่จะได้เห็นการขับเคลื่อนในปีนี้ ยังมีโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา - อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง วงเงิน 4,841 ล้านบาท และโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ วงเงิน 1,854 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบัน ทช. ได้ดำเนินการประกาศผู้ชนะทั้ง 2 โครงการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ขณะที่สถานะโครงการปัจจุบัน เนื่องจากเป็นโครงการที่จะใช้เงินลงทุนจากการกู้กับธนาคารโลก (World Bank) ทำให้ขณะนี้ต้องรอให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กระทรวงการคลัง เจรจารายละเอียดกับ World Bank หลังจากนั้นกระทรวงการคลังจะเป็นผู้เสนอเรื่องการกู้เงินไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา จากนั้น กระทรวงการคลังจะลงนามในสัญญาเงินกู้กับ World Bank
สำหรับ 2 โครงการดังกล่าว มีวงเงินรวม 6,695 ล้านบาท โดย World Bank ปล่อยกู้ให้ไทยในวงเงิน 141.51 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 4.5 พันล้านบาท ส่วนที่เหลือจะใช้งบประมาณแผ่นดินในการดำเนินการลงทุน ทั้งนี้ เมื่อกระบวนการขออนุมัติและทำสัญญากับ World Bank แล้วเสร็จ จึงจะเป็นกระบวนการของทาง ทช.ในการลงนามสัญญาจ้างกับผู้รับเหมาก่อสร้าง เบื้องต้นคาดว่าจะมีการเสนอเรื่องเข้า ครม. และลงนามสัญญาได้ภายในเดือน มิ.ย.นี้ เริ่มก่อสร้างได้ทันที โดยจะใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี แล้วเสร็จภายในปี 2572
นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาล่าช้า เนื่องจากติดหนึ่งในเงื่อนไขที่ World Bank กังวล คือประเด็นของการดูแลทรัพยากรทางทะเล โดยเฉพาะโลมาอิรวดีที่อยู่คู่ทะเลสาบสงขลามาตลอด ประเด็นนี้ทำให้ต้องกลับมาพิจารณาดูงบประมาณเพื่อจัดทำโครงการอนุบาลปลาโลมา โดยรัฐบาลได้จัดสรรงบราว 400 ล้านบาทเพื่อดำเนินโครงการนี้
“ในพื้นที่ทางทะเลส่วนนี้พบว่ายังมีโลมาอิรวดีอยู่ประมาณ 10 ตัว เป็นปลาโลมา 3 น้ำที่อยู่คู่กับประเทศไทยมานาน และเป็นกลุ่มสุดท้ายในไทยแล้ว ประเด็นนี้ทำให้เราต้องกลับมาดูงบประมาณเพื่อช่วยอนุบาล ถ้าไม่มีการอนุบาลโลมา โครงการนี้ก็คงไม่ได้สร้าง เพราะ World Bank ไม่รับ และการมีอนุบาลโลมาก็ช่วยให้สามารถขยายพันธุ์จากการผสมเทียมโลมาได้ เชื่อว่า 3 – 4 ปีนี้จะสามารถขยายพันธุ์โลมาอิรวดีได้จำนวนไม่น้อย”
นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กล่าวว่า โครงการถนนเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้ เป็นโครงการที่ครอบคลุมถนนของหลายหน่วยงาน ในส่วนของ ทช.ปัจจุบันมีแผนดำเนินงานออกเป็น 5 ระยะ ประกอบด้วย
ระยะที่ 1 เส้นทางสมุทรสงคราม – ประจวบคีรีขันธ์ – ระนอง - ชุมพร โดย ทช. ดูแลระยะทางรวม 514.616 กิโลเมตร ปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ
ระยะที่ 2 เส้นทางชุมพร – สุราษฎร์ธานี – นครศรีธรรมราช - สงขลา ระยะทางประมาณ 600 กิโลเมตร ขณะนี้อยู่ระหว่างขอสนับสนุนงบประมาณปี 2570 วงเงิน 45 ล้านบาท เพื่อจ้างที่ปรึกษาศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเชิงหลักการของเส้นทางท่องเที่ยว นอกจากนี้ ในปีงบประมาณ 2570 ทช. จะใช้งบประมาณ 21 ล้านบาท เพื่อเดินหน้าสำรวจและออกแบบโครงการไทยแลนด์ริเวียร์ร่า เส้นทางสิชล-ท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร
ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) เส้นทางสมุทรปราการ – สมุทรสาคร - สมุทรสงคราม ระยะทางรวม 83 กิโลเมตร ปัจจุบันได้ทำการสำรวจออกแบบและจัดทำรายงานวิเคราะผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้วเสร็จ ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการก่อสร้าง โดยในปี 2570 จะดำเนินการสำรวจอสังหาริมทรัพย์
ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 2) เส้นทางเพชรบุรี - ประจวบคีรีขันธ์ (ตะนาวศรีคีรีพัฒน์) ระยะทางรวม 350 กิโลเมตร ปัจจุบันได้ทำการสำรวจออกแบบ และผ่านการพิจารณาเล่มรายงาน EIA แล้ว โดยขณะนี้ ทช. ได้เริ่มเข้าพื้นที่ดำเนินการก่อสร้างแล้ว จำนวน 2 โครงการ รวมระยะทางประมาณ 81 กิโลเมตร
ระยะที่ 4 เส้นทางสงขลา – ปัตตานี - นราธิวาส ในส่วนของ ทช. มีระยะทางดูแลรวม 155.680 กิโลเมตร ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2569
ระยะที่ 5 เลียบชายฝั่งทะเลอันดามัน เส้นทางระนอง – พังงา – ภูเก็ต – กระบี่ – ตรัง - สตูล ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาโดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) โดยในส่วนของ ทช. มีระยะทางดำเนินการรวม 600.268 กิโลเมตร

