บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ประกาศปรับอัตราค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ (Passenger Service Charge : PSC) เป็น 1,120 บาทต่อคน จากอัตราเดิม 730 บาทต่อคน หรือปรับเพิ่มขึ้น 390 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย.2569 ณ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ ทอท. ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ทั้งนี้ อัตราค่าบริการผู้โดยสารภายในประเทศยังคงเดิมที่ 130 บาทต่อคน
สำหรับการปรับขึ้นค่า PSC ดังกล่าว เป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) ครั้งที่ 3/2568 เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2568 โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน มีมติเห็นชอบในหลักการให้ ทอท. ปรับขึ้นอัตราค่าบริการดังกล่าว พร้อมมั่นใจว่าจะไม่มีผลต่อการตัดสินใจเดินทางของผู้โดยสาร อีกทั้งยังพบว่าค่า PSC ของไทยยังต่ำกว่าการจัดเก็บในหลายท่าอากาศยานต่างประเทศ
นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. กล่าวว่า ทอท.ประเมินว่าการปรับเพิ่มค่าบริการ PSC ให้สอดคล้องกับต้นทุนจริงที่เกิดขึ้น จะทำให้รายได้ของ ทอท.เพิ่มขึ้นอีกราว 10,000 ล้านบาทต่อปี และสามารถนำรายได้ส่วนดังกล่าวไปพัฒนาบริการในท่าอากาศยานเพิ่มขึ้น โดย ทอท. ขอยืนยันว่า ค่าบริการ PSC ไม่ใช่ภาษี และไม่ใช่รายได้เพื่อแสวงหากำไร แต่เป็นรายได้ที่นำไปใช้เฉพาะในกิจการที่เกี่ยวข้องกับสนามบินเท่านั้น
โดยรายได้จากค่า PSC จะนำไปใช้ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และความปลอดภัยแก่ผู้โดยสาร เบื้องต้น ทอท.มีแผนขยายขีดความสามารถของท่าอากาศยานในระยะ 5 ปี รวมมูลค่าการลงทุนราว 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการที่มีผลการศึกษาความเหมาะสมพร้อมแล้ว และอยู่ระหว่างเสนอสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พิจารณา ประกอบด้วย
โครงการ East Expansion มูลค่าการลงทุนราว 1.2 หมื่นล้านบาท สถานะปัจจุบันได้เสนอไปยังเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) หาก ครม.อนุมัติโครงการจะสามารถเริ่มกระบวนการเปิดประกวดราคาได้ทันที คาดใช้เวลาประกวดราคา 4 เดือน จึงประเมินว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในช่วงปลายปีนี้ ใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปี เปิดบริการในปี 2573
โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 วงเงินรวม 6.9 หมื่นล้านบาท โดยในช่วง 5 ปีแรกนี้ จะมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานส่วนแรก และอาคารผู้โดยสาร 3 ใช้วงเงินราว 3 หมื่นล้านบาท สถานะโครงการปัจจุบันอยู่ระหว่างรอการพิจารณาจาก สศช. และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) คาดว่าจะเสนอ ครม.ได้ภายในปีนี้ และเริ่มก่อสร้างต้นปีหน้า
โครงการแผนแม่บทพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ฉบับปี 2568) โดยคาดว่าจะมีการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภคต่างๆ วงเงินลงทุนรวมประมาณ 2 หมื่นล้านบาท
โครงการท่าอากาศยานภูเก็ต ระยะที่ 2 วงเงินลงทุนราว 1 หมื่นล้านบาท เพื่อขยายขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารสูงสุด 18 ล้านคนต่อปี จากปัจจุบัน 12.5 ล้านคนต่อปี
“ทอท. เรามีความพร้อมเรื่องเงินลงทุนตามแผนที่วางไว้ โดยมีการจัดสรรเงินลงทุนไว้ส่วนหนึ่ง แยกจากกระแสเงินสดในมือที่มีสะสมเฉลี่ยอีกประมาณ 1 หมื่นล้านบาท รวมทั้งจะใช้เงินรายได้จากค่าบริการ PSC ที่จัดเก็บเพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับ ทอท. มาใช้ในการลงทุนพัฒนาบริการสนามบิน จึงไม่จำเป็นต้องกู้เงินมาลงทุน”
นางสาวปวีณา กล่าวด้วยว่า นอกจากการพัฒนาสนามบินแล้ว ทอท.ยังมีแผนพัฒนาบริการภายในสนามบิน เพื่อสร้างความสะดวกให้กับผู้โดยสารมากยิ่งขึ้น โดยจะนำระบบบริการผู้โดยสารอัตโนมัติ (CUPPS) มาใช้เพื่อลดระยะเวลารอคอย เพิ่มความคล่องตัวในการเช็กอิน และยกระดับประสบการณ์การเดินทางของผู้โดยสาร

