กระทรวงเกษตรฯ มีมติเห็นชอบประกันภัยข้าวปี 69 รัฐ-ธ.ก.ส. ร่วมอุดหนุนเบี้ยรายย่อย 10 ไร่ นำเทคโนโลยีดาวเทียมประเมินเสียหายแม่นยำ พร้อมจ่ายเคลมไวใน 14 วัน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ชาวนาไทยสู้ภัยเอลนีโญ
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการประกันภัยการเกษตร ครั้งที่ 1/2569 ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปี 2569 โดยใช้รูปแบบผสมผสานที่เน้นการดูแลเกษตรกรรายย่อยอย่างทั่วถึง โดยรัฐบาลและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะร่วมกันสนับสนุนค่าเบี้ยประกันภัยให้แก่เกษตรกรรายย่อยและกลุ่มลูกค้า ธ.ก.ส. ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกรายละไม่เกิน 10 ไร่ เพื่อให้เกษตรกรมีเกราะป้องกันจากความเสี่ยงทางธรรมชาติ โดยเฉพาะในสภาวะเอลนีโญที่อาจทำให้เกิดภัยแล้งรุนแรงและน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่
ทั้งนี้ ที่ประชุมเน้นย้ำให้เร่งนำมติเสนอเข้าที่ประชุม คณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(บอร์ด) หรือ ธ.ก.ส. และคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ภายในเดือนมิถุนายน เพื่อให้ทันต่อรอบการเพาะปลูกและช่วงเวลาที่เกษตรกรต้องการความคุ้มครองมากที่สุด โดยมุ่งหวังให้โครงการนี้เป็นโมเดลต้นแบบในการบูรณาการข้อมูลดิจิทัลระหว่างหน่วยงานรัฐและเอกชน เพื่อให้เกษตรกรได้รับประโยชน์สูงสุดและสามารถทำนาได้อย่างอุ่นใจภายใต้ระบบการช่วยเหลือที่รวดเร็วและเป็นเอกภาพเดียวกันทั่วประเทศ
นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบการปฏิรูประบบประกันภัยให้มีความอัจฉริยะและคล่องตัวยิ่งขึ้น โดยจะมีการนำเทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมขั้นสูงมาใช้ประเมินความเสียหายควบคู่กับระบบเดิม เพื่อเพิ่มความแม่นยำและรวดเร็วในการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้ถึงมือเกษตรกรภายใน 7 ถึง 14 วัน ขณะเดียวกัน เห็นควรเสริมสร้างความมั่นใจให้เกษตรกรด้วยการจัดกิจกรรมให้ความรู้ด้านการบริหารจัดการความเสี่ยง เพื่อให้เกษตรกรสามารถปรับตัวและวางแผนการเพาะปลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นการยกระดับจากการบรรเทาความเดือดร้อนรายครั้ง สู่การสร้างหลักประกันความมั่นคงในอาชีพอย่างเป็นระบบ โดยใช้กลไกประกันภัยมาตรฐานสากลเป็นเครื่องมือหลักในการปกป้องผลผลิตและสร้างความพร้อมในการประกอบอาชีพอย่างยั่งยืน
การประชุมครั้งนี้ ร่วมด้วยมี นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 134 – 135 และผ่านประชุมทางไกล Zoom Meeting

