วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'เอทานอล' สะพานสู่พลังงานสะอาด จี้รัฐชัดนโยบาย E20 ดันเกษตรพ้นวัตถุดิบมูลค่าต่ำ

'เอทานอล' สะพานสู่พลังงานสะอาด จี้รัฐชัดนโยบาย E20 ดันเกษตรพ้นวัตถุดิบมูลค่าต่ำ

ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมพลังงานโลกสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้า (EV) และพลังงานสะอาด “เอทานอล” กำลังถูกจับตาในฐานะ “สะพาน” สำคัญที่จะช่วยพาประเทศไทยก้าวผ่านช่วงรอยต่อด้านพลังงานอย่างมั่นคงและยั่งยืน

เอทานอลไม่เพียงช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับภาคเกษตรไทย จากผู้ส่งออกวัตถุดิบราคาต่ำ สู่การเป็นผู้ผลิตพลังงานมูลค่าสูง พร้อมย้ำว่ารัฐบาลจำเป็นต้องส่งสัญญาณนโยบายการใช้น้ำมัน E20 ให้ชัดเจน เพื่อสร้างทิศทางการลงทุนที่แน่นอนแก่เกษตรกร ผู้ผลิต และอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งระบบ

ยกระดับเกษตรไทย สู่ “พลังงานมูลค่าสูง”

นายกิตติศักดิ์ วัธนเวคิน นายกสมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย กล่าวว่าเอทานอลคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศอย่างยั่งยืน ดังนี้

1. เอทานอล คือสะพาน (Bridge) แห่งการเปลี่ยนผ่าน ทั้งนี้ ในระหว่างที่ประเทศไทยกำลังก้าวไปสู่ยุคของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือเทคโนโลยีพลังงานสะอาดอื่นๆ เอทานอลทำหน้าที่เป็นสะพานในการเปลี่ยนผ่าน (Transition Bridge) ที่สำคัญที่สุด เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่พร้อมใช้งานทันทีและช่วยลดการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศได้ในปัจจุบัน

2. ยกระดับเกษตรกรไทย จากสินค้ามูลค่าต่ำ สู่พลังงานมูลค่าสูงในอุตสาหกรรมเอทานอลต้นทุนกว่า 80% คือค่าวัตถุดิบทางเกษตร ซึ่งเงินจำนวนนี้จะไหลกลับไปสู่มือเกษตรกรอ้อยและมันสำปะหลังโดยตรง โดยเขากล่าวว่าที่ผ่านมาไทยติดกับดักการเป็นผู้ส่งออกวัตถุดิบมูลค่าต่ำ เช่น น้ำตาล ไทยผลิตและส่งออกน้ำตาลถึง 80% ของปริมาณที่ผลิตได้ ส่วนมันสำปะหลัง ไทยส่งออกมันสำปะหลังถึง 65% ของผลผลิตทั้งหมด

ทั้งนี้ การนำวัตถุดิบเหล่านี้มาผลิตเป็นแอลกอฮอล์หรือเอทานอลในประเทศ จึงเป็นการนำไทยออกจากห่วงโซ่มูลค่าต่ำ (Low Value Chain) ที่อยู่ฐานล่างสุด เพื่อขยับขึ้นไปสู่การเป็นผู้ผลิตพลังงานที่มีมูลค่าสูงกว่าเดิม

3. ทลายมายาคติ แย่งของกินมาเติมรถต่อข้อสงสัยเรื่องการนำพืชอาหารมาทำเป็นเชื้อเพลิงจะส่งผลให้ราคาอาหารแพงขึ้นหรือไม่ ยืนยันว่าประเทศไทยมีวัตถุดิบเหลือเฟือ และมีศักยภาพในการเป็นครัวของโลก การนำส่วนเกินจากที่บริโภคและส่งออกมาบริหารจัดการเป็นพลังงานจึงไม่เป็นการแย่งอาหารอย่างที่หลายคนกังวล แต่เป็นการสร้างสมดุลทางเศรษฐกิจมากกว่า

4. จี้รัฐส่งสัญญาณนโยบาย E20 ให้ชัดเจน ในด้านการขนส่ง ซึ่งมีต้นทุนโลจิสติกส์อยู่ที่ประมาณ 15-30% มองว่าการผลักดันน้ำมัน E20 เป็นเรื่องเร่งด่วน โดยเรียกร้องให้ภาครัฐส่งสัญญาณนโยบายที่ชัดเจนว่าจะเดินหน้าไปในทิศทางใด เพื่อให้ภาคส่วนต่างๆ ตั้งแต่เกษตรกร โรงงานผลิต ไปจนถึงค่ายรถยนต์ สามารถวางแผนการลงทุนและเตรียมความพร้อมได้อย่างถูกต้อง

5. ความมั่นคงที่มาพร้อมกับความยั่งยืน ทั้งนี้ การส่งเสริมเอทานอลไม่ใช่แค่เรื่องของพลังงานทดแทน แต่คือส่วนสำคัญที่จะสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ โดยเฉพาะการสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรรากหญ้า ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของชาติให้สามารถยืนหยัดได้ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานโลก

“เอทานอลไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่มันคือ สะพาน (Bridge) สำคัญที่จะพาเราเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคพลังงานสะอาด รัฐบาลต้องส่งสัญญาณนโยบายให้ชัดเจนว่าจะเดินหน้าไปสู่ E20 หรือสัดส่วนที่สูงกว่านี้เมื่อใด เพื่อให้ค่ายรถยนต์และผู้ผลิตสามารถวางแผนลงทุนได้ถูกต้อง” นายกิตติศักดิ์ กล่าว