วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ทย.ทุ่ม 2.3 หมื่นล้านบาท ลุยลงทุน 6 สนามบินใหม่ นำร่อง 'บึงกาฬ'

ทย.ทุ่ม 2.3 หมื่นล้านบาท ลุยลงทุน 6 สนามบินใหม่ นำร่อง 'บึงกาฬ'

"ภัทรพงศ์" สั่ง ทย.เดินหน้าเพิ่มขีดความสามารถ เปิดแผนพัฒนา 6 สนามบินใหม่ 2.3 หมื่นล้านบาท นำร่องเสนอ “สนามบินบึงกาฬ” เป็นสนามบินแห่งที่ 29 คาดเสนอเข้า ครม. ลุยตอกเสาเข็มสร้างปี 2572 แล้วเสร็จเปิดบริการปี 2575 ขณะที่แผนโอนย้าย 3 สนามบินภูมิภาคให้ ทอท. ลั่นต้องศึกษาความเหมาะสมใหม่ เหตุปัจจุบันมีปัจจัยผลกระทบทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังประชุมมอบนโยบายการดำเนินงานแก่กรมท่าอากาศยาน (ทย.) โดยระบุว่า ตนได้สั่งการให้ ทย. เร่งยกระดับสนามบินทั่วประเทศ ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบอำนวยความสะดวก และการเพิ่มศักยภาพเชิงพาณิชย์ เพื่อให้สนามบิน สามารถรองรับนักท่องเที่ยวและการขนส่งทางอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งให้เร่งเดินหน้าแผนลงทุนขยายสนามบินแห่งใหม่ เพื่อรองรับการเดินทางทางอากาศทั้งในและต่างประเทศ 

นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ ทย. เร่งศึกษาแนวทางเพิ่มรายได้ผ่านการบริหารสัญญาพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในสนามบิน เนื่องจากพบว่าปัจจุบันข้อกำหนดของราชพัสดุ กระทรวงการคลัง กำหนดให้สามารถใช้พื้นที่ราชพัสดุภายในสนามบินสามารถเช่าได้ไม่เกิน 3 ปี ซึ่งพบว่าระยะเวลาเช่ามีจำกัดเกินไปทำให้ผู้ประกอบการยังไม่คุ้มทุนและเกิดปัญหาพื้นที่ว่างเปล่าในสนามบินจำนวนมาก โดยตนมีแนวคิดที่จะหารือร่วมกับกระทรวงการคลังเพื่อขยายระยะเวลาเช่าพื้นที่ให้เพิ่มเป็น 5-10 ปีสำหรับพื้นที่ในอาคาร และอาจขยายได้สูงสุดถึง 30 ปีสำหรับพื้นที่ภายนอกในบางประเภทกิจการ เพื่อจูงใจให้เอกชนลงทุนโครงการขนาดใหญ่ เช่น โรงแรมหรือพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบสนามบิน

ทย.ทุ่ม 2.3 หมื่นล้านบาท ลุยลงทุน 6 สนามบินใหม่ นำร่อง 'บึงกาฬ'

ขณะเดียวกัน ในช่วงสถานการณ์วิกฤติราคาน้ำมันที่เกิดขึ้นนั้น ได้กำชับให้ ทย.ออกมาตรการเพื่อลดภาระสายการบิน โดย ทย. เตรียมลดค่าจอดอากาศยาน 50% เป็นระยะเวลา 6 เดือน สำหรับสายการบินที่ได้รับผลกระทบและจำเป็นต้องนำเครื่องบินมาจอดพัก สามารถมาจอดที่สนามบินของ ทย.ได้เกือบทุกแห่ง เพื่อช่วยลดต้นทุนผู้ประกอบการในช่วงที่ไม่สามารถทำการบินได้ตามปกติ ซึ่งมาตรการดังกล่าวสามารถเริ่มดำเนินการได้ทันที แม้ขณะนี้สายการบินส่วนใหญ่ยังคงให้บริการตามปกติอยู่ก็ตาม แต่ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกช่วยลดภาระให้กับผู้ประกอบการสายการบิน

นายภัทรพงศ์ กล่าวด้วยว่า ประเด็นการโอน 3 สนามบิน ได้แก่ กระบี่ อุดรธานี และบุรีรัมย์ ให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.บริหารนั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษาร่วมกันระหว่าง ทย. และ ทอท.แม้มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เดิมยังให้ดำเนินการโอนได้ แต่เนื่องด้วยขณะนี้มีปัจจัยแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป อีกทั้งยังเชื่อว่า ทย.จะสามารถบริหารจัดการรายได้ของสนามบินอย่างมีประสิทธิภาพ นำรายได้จากสนามบินที่ทำกำไรมาบริหารสนามบินไม่ทำกำไร จึงมอบหมายให้ ทย. และ ทอท. ศึกษาความเหมาะสมร่วมกันอีกเพื่อนำไปประกอบการพิจารณาของ ครม. 

ทย.ทุ่ม 2.3 หมื่นล้านบาท ลุยลงทุน 6 สนามบินใหม่ นำร่อง 'บึงกาฬ'

“สนามบินขนาดใหญ่ของ ทย. โดยเฉพาะสนามบินกระบี่ ถือเป็นแหล่งรายได้สำคัญที่ช่วยพยุงสนามบินขนาดเล็กอีกหลายแห่งทั่วประเทศ เป็นแนวทางบริหารแบบสนามบินใหญ่ช่วยเลี้ยงสนามบินเล็ก เรื่องการโอนย้ายสนามบินจึงขอรอข้อสรุปการหารือระหว่าง ทย. และ ทอท.ก่อน หากสุดท้ายมีข้อเสนอไม่โอนสนามบิน ก็จำเป็นต้องเสนอ ครม. เพื่อยกเลิกมติเดิม”

นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) กล่าวว่า ขณะนี้ ทย.มีแผนลงทุนสนามบินแห่งใหม่รวม 6 แห่ง วงเงินรวมประมาณ 2.3 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย สนามบินบึงกาฬ วงเงินค่าก่อสร้างประมาณ 4 - 5 พันล้านบาท ขณะนี้รายงาน EIA ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ(กก.วล.) แล้ว ตามไทม์ไลน์จะใช้งบประมาณปี 2570 สำรวจอสังหาริมทรัพย์เพื่อเตรียมกระบวนการเวนคืน หลังจากนั้นจึงจะเสนอ ครม.พิจารณาเห็นชอบ และเปิดประกวดราคาเพื่อจ้างงานก่อสร้าง ตั้งเป้าเริ่มสร้างในปี 2572 และเปิดบริการปี 2575 โดยสนามบินบึงกาฬจะนับเป็นสนามบินแห่งที่ 29 ภายใต้การบริหารของ ทย.

นอกจากนี้ ทย.ยังมี 4 สนามบินที่ศึกษาออกแบบเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างเสนอขอการพิจารณา EIA ประกอบด้วย สนามบินพัทลุง วงเงินก่อสร้างประมาณ 3 พันล้านบาท สนามบินมุกดาหาร วงเงินประมาณ 5 พันล้านบาท สนามบินพะเยา วงเงินประมาณ 4 พันล้านบาท และสนามบินสตูล วงเงินประมาณ 4 พันล้านบาท ส่วนอีก 1 สนามบิน คือ สนามบินกาฬสินธุ์ วงเงินประมาณ 2 พันล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาออกแบบโครงการ