วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม 2569

Login
Login

นักลงทุนไทยในซาอุฯ ชี้ สงครามอิหร่านไม่กระทบ ธุรกิจเดินต่อ

นักลงทุนไทยในซาอุฯ ชี้ สงครามอิหร่านไม่กระทบ ธุรกิจเดินต่อ

นักธุรกิจไทย ในซาอุฯ มอง ยังมีโอกาสการค้า ในตะวันออกกลาง ชี้! ผลกระทบสงครามแค่ 1 เดือนแรก ขณะที่ กำลังซื้อ-การลงทุน-การค้า-การทำธุรกิจ ยังไม่หยุดชะงัก เป็นไปอย่างปกติ ส่วนกรณีปิดช่องแคบฮอร์มุซ จึงหันไปเปลี่ยนเส้นทางขนส่งสินค้าผ่านโอมานแทน ทำให้ต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้น แต่ยังสามารถดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ

นายอัครวุฒิ ตั้งศิริกุศลวงศ์ นายกสมาคมการค้าผู้ส่งออกเอเชียและตะวันออกกลาง และประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทเวก้า กรุ๊ป เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์การค้าและเศรษฐกิจในซาอุดีอาระเบีย ว่า แม้ช่วงที่ผ่านมา เหตุการณ์ความขัดแย้งและสงครามในตจะะวันออกกลางจะส่งผลกระทบต่อการขนส่งและภาคท่องเที่ยวในระยะสั้น แต่ปัจจุบันหลายประเทศในตะวันออกกลางเริ่มกลับมาใช้ชีวิตและดำเนินธุรกิจตามปกติแล้ว ทั้งการจับจ่ายใช้สอย การลงทุน และโครงการต่างๆ ตาม Vision 2030 ยุทธศาสตร์พลิกโฉมประเทศซาอุดิอาระเบีย

ขณะที่ ภาพข่าวจากต่างประเทศ อาจทำให้หลายฝ่ายมองว่าสถานการณ์รุนแรง แต่ในความเป็นจริง คนในพื้นที่ยังใช้ชีวิตปกติ โดยเฉพาะในซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ที่ภาคเศรษฐกิจยังขับเคลื่อนต่อได้ แม้ช่วงหนึ่งนักท่องเที่ยวจะลดลง แต่ขณะนี้ เริ่มฟื้นตัว ขณะที่ กำลังซื้อภายในประเทศยังอยู่ในระดับดี เนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นช่วยเพิ่มรายได้และกำลังบริโภคของประชาชนในภูมิภาค

ส่วนผลกระทบด้านโลจิสติกส์ ยอมรับว่า ในช่วงแรกที่เกิดสงครามและมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้มีปัญหาเรื่องการขนส่งสินค้า โดยเฉพาะกรณีเรือและตู้สินค้าบางส่วนต้องชะลอ หรือ เปลี่ยนเส้นทาง แต่ขณะนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย สนามบินในหลายประเทศกลับมาให้บริการตามปกติ และผู้ประกอบการมีการปรับตัว เช่น การเปลี่ยนเส้นทางขนส่งผ่านประเทศโอมาน โดยใช้ท่าเรือโซฮาร์ (Sohar) ก่อนลำเลียงสินค้าทางรถเข้าสู่ UAE เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากความกังวลเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ

“การส่งออกไทยไปตะวันออกกลางมีแนวโน้มฟื้นตัวค่อนข้างเร็ว และยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก เพราะผู้บริโภคในตะวันออกกลางมีความคุ้นเคยและชื่นชอบสินค้าไทย จากการเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอาหาร อาหารแปรรูป สมุนไพร เครื่องสำอาง แฟชั่น รวมถึงสินค้าตกแต่งบ้าน ที่ยังได้รับความสนใจสูง”นายอัครวุฒิ กล่าว

ส่วนภาคบริการของไทย โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารไทยในตะวันออกกลางยังขยายตัวต่อเนื่อง สะท้อนถึงความต้องการของผู้บริโภคในพื้นที่ที่ยังมีอยู่สูง โดยเฉพาะใน UAE และซาอุดีอาระเบีย ที่มีร้านอาหารไทยเพิ่มขึ้นตามความนิยมของผู้บริโภค

นายอัครวุฒิ  กล่าวว่า   คาดว่า ในช่วงครึ่งปีหลัง ตะวันออกกลางอาจกลับมาคึกคักมากขึ้น เนื่องจากหลายงานแสดงสินค้าและกิจกรรมทางธุรกิจที่เคยเลื่อนออกไป จะกลับมาจัดอีกครั้งในช่วงเดือนก.ค.-ส.ค. ซึ่งอาจเป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการไทยในการขยายตลาด และสร้างโอกาสทางการค้าเพิ่มเติมในภูมิภาคนี้

โดยขณะนี้เมือง Dammam เป็นเมืองสำคัญใน Vision 2030  เพราะเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซของซาอุ  ได้จัดทำโครงการ Global City , Dammam  ซึ่งเป็นโครงการใหญ่เมกกะโปรเจกต์ในพื้นที่ตะวันออกของซาอุดิอาระเบีย โดยเอกชนไทยได้ร่วมกับรัฐบาลซาอุ ฯลงทุนกว่า 6,000 ล้านบาท เนรมิตพื้นที่กว่า 600,000 ตารางเมตรออกแบบให้เป็นศูนย์กลางด้านวัฒนธรรม การค้า และความบันเทิงระดับโลก เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย Vision 2030  ทั้งนี้โครงการดังกล่าวได้เปิดพื้นที่จัดงานแสดงสินค้าให้กับผู้ประกอบการไทย 40- 50 ราย คาดว่า จะสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการไทยประมาณ 300 - 400 ล้านบาท