“พิพัฒน์” สั่ง ทอท. เดินหน้าโครงการ Quick-Win ยกระดับบริการผู้โดยสาร พร้อมเร่งขยายขีดความสามารถสนามบิน อัดเม็ดเงินลงทุน 5 ปี 8 หมื่นล้านบาท นำร่องปีนี้เสนอ ครม. ประมูลส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก สุวรรณภูมิ 1.2 หมื่นล้านบาท “ปวีณา“ มั่นใจมีงบลงทุนเตรียมพร้อม โชว์กระแสเงินสดในมือสะสมกว่า 1 หมื่นล้านบาท
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเตรียมเยี่ยมการดำเนินงาน และมอบนโยบายแก่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. โดยระบุว่า รัฐบาบมีนโยบายมุ่งแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศ พร้อมวางรากฐานของประเทศให้เกิดความสามารถทางการแข่งขันระดับสากล การตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่ ทอท.ครั้งนี้ จึงมุ่งเน้นให้พัฒนาขีดความสามารถของท่าอากาศยาน และการบริการแก่ผู้โดยสาร ผ่าน 3 โครงการเร่งด่วน Quick-Win ประกอบด้วย
1.เร่งรัดโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามแผน และสามารถเปิดให้บริการได้โดยเร็ว อาทิ โครงการจัดหาเทคโนโลยีตรวจจับและยับยั้งอากาศยานไร้คนขับ (โดรน)
2. เร่งรัดการประกวดราคาโครงการที่ได้รับอนุมัติหรือมีความพร้อม อาทิ โครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รายที่ 2 และโครงการให้บริการคลังสินค้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รายที่ 2
3. เร่งนำเสนอโครงการต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่ออนุมัติและเปิดประกวดราคาตามขั้นตอน อาทิ โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวมไปถึงโครงการแผนแม่บทพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ฉบับปี 2568) โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 2 และโครงการศึกษาท่าอากาศยานแห่งใหม่ คือ ท่าอากาศยานอันดามัน และท่าอากาศยานล้านนา
นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า ทอท.มีแผนลงทุนขยายขีดความสามารถของท่าอากาศยานในระยะ 5 ปี รวมมูลค่าการลงทุนราว 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการที่มีผลการศึกษาความเหมาะสมพร้อมแล้ว และอยู่ระหว่างเสนอสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พิจารณา
โดยโครงการนำร่องที่พร้อมเสนอ ครม.และเปิดประกวดราคาเป็นโครงการแรกในปีนี้ คือ โครงการ East Expansion มูลค่าการลงทุนราว 1.2 หมื่นล้านบาท สถานะปัจจุบันได้เสนอไปยังเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) หาก ครม.อนุมัติโครงการจะสามารถเริ่มกระบวนการเปิดประกวดราคาได้ทันที คาดใช้เวลาประกวดราคา 4 เดือน จึงประเมินว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในช่วงปลายปีนี้ ใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปี เปิดบริการในปี 2573
นอกจากนี้ ยังมีโครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 วงเงินรวม 6.9 หมื่นล้านบาท โดยในช่วง 5 ปีแรกนี้ จะมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานส่วนแรก และอาคารผู้โดยสาร 3 ใช้วงเงินราว 3 หมื่นล้านบาท สถานะโครงการปัจจุบันอยู่ระหว่างรอการพิจารณาจาก สศช. และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) คาดว่าจะเสนอ ครม.ได้ภายในปีนี้ และเริ่มก่อสร้างต้นปีหน้า
นางสาวปวีณา กล่าวต่อว่า แผนลงทุนใน 5 ปีนี้ ทอท.ยังจะผลักดันส่วนของโครงการแผนแม่บทพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ฉบับปี 2568) โดยคาดว่าจะมีการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภคต่างๆ วงเงินลงทุนรวมประมาณ 2 หมื่นล้านบาท รวมไปถึงโครงการท่าอากาศยานภูเก็ต ระยะที่ 2 วงเงินลงทุนราว 1 หมื่นล้านบาท เพื่อขยายขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารสูงสุด 18 ล้านคนต่อปี จากปัจจุบัน 12.5 ล้านคนต่อปี
“ทอท. เรามีความพร้อมเรื่องเงินลงทุนตามแผนที่วางไว้ โดยมีการจัดสรรเงินลงทุนไว้ส่วนหนึ่ง แยกจากกระแสเงินสดในมือที่มีสะสมเฉลี่ยอีกประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมในการลงทุน ในช่วง 5 ปีแรกนี้จะไม่มีการกู้เงิน”

