เมื่อเวลา 13.35 น. วันที่ 5 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบอนุมัติ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่า หลังจากที่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 14 พฤษภาคมนี้ จะต้องเข้าไปยังที่ประชุมรัฐสภา รวมถึงจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการและประชุมเป็นนัดแรก โดยมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน ในวันนี้มีการกำหนดกรอบวัตถุประสงค์การออก พ.ร.ก.แบบกว้างๆ ว่ามีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร ซึ่งจะเน้นความโปร่งใสและเปิดเผยข้อมูล ก่อนย้ำว่าทุกโครงการจะต้องเข้าที่ประชุม ครม.
เมื่อถามย้ำว่า การออก พ.ร.ก. กู้เงินดังกล่าวจะนำมาใช้ในโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ใช่หรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ไทยช่วยไทยพลัสเป็นหนึ่งในโครงการที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ที่จะนำมาช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการ ซึ่งแหล่งเงินจะมาจากตรงนี้ส่วนหนึ่งและอีกส่วนหนึ่งมาจาก พ.ร.บ.โอนงบประมาณ
ซึ่งขณะนี้มีข้อมูลเบื้องต้นแล้ว รวมไปถึงงบฯปกติ ส่วนจะนำเงินจากการกู้เงินมาใช้จำนวนเท่าใดขอดูรายละเอียดก่อน แต่ยืนยันว่าโครงการไทยช่วยไทยพลัสมีแน่ ส่วนแหล่งเงินจะมาจากที่ใด กระทรวงการคลังจะเป็นผู้พิจารณา
นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า ใน พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าว ไม่ได้ระบุรายละเอียดโครงการต่างๆที่จะใช้งบประมาณจากส่วนนี้ชัดเจน มีเพียงเป็นวัตถุประสงค์เท่านั้น
เมื่อถามว่า ส่วนประกอบระยะเวลาการกู้เงินจะเป็นเท่าใด นายเอกนิติ กล่าวว่า จะเป็นการกู้เงินตามระยะเวลา ไม่ใช่เป็นการกู้มากองทีเดียว เพื่อไม่ให้เป็นต้นทุนที่กองไว้
เมื่อถามว่า ความชัดเจนสิทธิของประชาชนใน โครงการไทยช่วยไทยพลัส จะมีจำนวนเท่าใดนั้น นายเอกนิติ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา แต่ภาพรวมผู้ได้สิทธิปกติ และผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งจากการดูงบประมาณในเบื้องต้น
คาดว่าอยู่ที่ประมาณ 30 ล้านสิทธิ แต่อย่างไรก็ต้องดูงบประมาณก่อน ซึ่งส่วนตัวมองว่าจำนวน 30 ล้านสิทธิก็น่าจะเพียงพอ เนื่องจากก่อนหน้านี้ที่เคยทำมาสามารถทำได้สูงสุด 28 ล้านสิทธิ ส่วนรายละเอียดของผู้ที่จะได้ใช้สิทธิ จะเป็นผู้ที่มีอายุเกินกว่า 18 ปีหรือไม่ ขอพิจารณาอีกครั้งหนึ่งก่อน
เมื่อถามว่า จะสามารถเปิดให้ลงทะเบียน กลุ่มผู้ได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ได้เมื่อใดนั้น นายเอกนิติ กล่าวว่า คิดว่าจะทำพร้อมกันในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม


