นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้ให้อำนาจ กระทรวงการคลัง กู้เงินวงเงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติปากท้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โลก โดยวิกฤติครั้งนี้มีความรุนแรง รวดเร็ว และมาเป็นระลอกต่อเนื่องกันถึง 5 ระลอก ได้แก่ วิกฤติสงคราม วิกฤติราคาพลังงาน วิกฤติต้นทุนการผลิต วิกฤติค่าครองชีพ และวิกฤติกำลังซื้อถดถอย
“รัฐบาลได้ปรับลดวงเงินกู้จากเดิมที่กระแสข่าวระบุไว้ 5 แสนล้านบาท เหลือเพียง 4 แสนล้านบาท เพื่อรักษาวินัยการคลัง และนำข้อกังวลของทุกภาคส่วนมาพิจารณา โดยเน้นย้ำว่า การกู้ครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงการเยียวยา แต่เป็นการสร้างโอกาสในการปรับตัวของประเทศเพื่อความยั่งยืนในอนาคต” นายเอกนิติ กล่าว
โดยวงเงินกู้ดังกล่าวจะแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ส่วนหลัก ส่วนละ 200,000 ล้านบาท โดยส่วนแรกจะใช้เพื่อ การเยียวยา และบรรเทาผลกระทบ ต่อประชาชน และผู้ประกอบการกลุ่มเปราะบางโดยตรง ส่วนที่สองจะใช้เพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Transition) ไปสู่การใช้พลังงานทดแทน และพลังงานสะอาด เพื่อลดความเปราะบางจากการพึ่งพาน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติจากต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายของประชาชนในระยะยาว และป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤติซ้ำรอยเดิม
สำหรับ เหตุผลความจำเป็นเร่งด่วนในการออกเป็น พ.ร.ก. แทนการใช้งบประมาณปกตินั้น นายเอกนิติ ชี้แจงว่า เนื่องจากงบประมาณปี 2569 มีวงเงินคงเหลือไม่เพียงพอ โดยรวบรวมได้จริงไม่เกิน 50,000 ล้านบาท ขณะที่งบกลางเหลือเพียง 20,000 ล้านบาทเศษ ซึ่งต้องสำรองไว้สำหรับเหตุฉุกเฉินอื่นด้วย ส่วนงบประมาณปี 2570 ต้องรออีกกว่า 5 เดือน จึงไม่ทันต่อสถานการณ์วิกฤติที่อาจลุกลามจนเกิดภาวะ Stagflation หรือวิกฤติเงินเฟ้อซ้อนวิกฤติกำลังซื้อได้จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องตัดสินใจ
นายเอกนิติ ยืนยันว่าการกู้เงินครั้งนี้จะ กู้ภายในประเทศทั้งหมด เพื่อให้เห็นถึงวินัยการคลัง โดยวงเงินเท่านี้มีสภาพคล่องในระบบธนาคารมีสูงกว่า 1 ล้านล้านบาท และอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ไม่มีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน และต้นทุนการกู้เงินถูก ทั้งนี้ กระทรวงการคลังประเมินว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะจะยังคงอยู่ที่ต่ำกว่า 70% ของ GDP ซึ่งยังอยู่ภายใต้เพดานหนี้ที่กำหนดไว้ โดยเมื่อกู้เต็ม 4 แสนล้านบาท หนี้สาธารณะจะอยู่ที่ 69%
ด้านขั้นตอนการดำเนินงาน จะเสนอ พ.ร.ก.เข้าสู่สภาได้ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 นี้ พร้อมจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ โดยมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน โดยโครงการมีกำหนดต้องเสนอโครงการภายใน 30 ก.ย.2569 และเบิกจ่ายงบประมาณให้แล้วเสร็จใน 30 ก.ย.2570
เมื่อถามว่าโครงการอย่าง คนละครึ่ง หรือบัตรสวัสดิการต่างๆ สามารถเสนอขอใช้งบประมาณจากส่วนนี้ได้ แต่รัฐบาลจะพิจารณาจากแหล่งงบประมาณอื่นด้วยโดยรัฐบาลตั้งเป้าเริ่มดำเนินโครงการเพื่อช่วยเหลือประชาชนได้ในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์


