วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม 2569

Login
Login

มี.ค. ส่งออกทุเรียนแผ่วกดดันราคาภายใน จีนเข้มมาตรฐาน-โลจิสติกส์แพง-แข่งขันสูง

มี.ค. ส่งออกทุเรียนแผ่วกดดันราคาภายใน  จีนเข้มมาตรฐาน-โลจิสติกส์แพง-แข่งขันสูง

จีน เข้มมาตรฐานนำเข้าทุเรียน ต้นทุนโลสติสติกส์ การแข่งขันสูง กดดันส่งออกทุเรียนไทย เดือน มี.ค.โตต่ำ เกษตรปูพรมจันทบุรี-ระยองตรวจล้งลับลอบขายทุเรียนอ่อน

“ทุเรียน”สินค้าส่งออกของไทยที่ไม่ได้เพียงนำชื่อเสียงในฐานะแหล่งผลิตราคาแห่งผลไม้เท่านั้น แต่ยังนำรายได้เข้าประเทศในแต่ละปีมากกว่า 1.3 แสนล้านบาท  ซึ่งเป็นรายได้ที่ส่งตรงถึงเกษตรกรไทยและเป็นผลผลิตในประเทศเกือบ 100% หากไม่นับต้นทุนปุ๋ยบำรุงดินและผลผลิต 

ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกทุเรียน เดือนมี.ค. 2569 มีมูลค่า 2,737 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.39%เทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน (yoy) ซึ่งเป็นการส่งออกที่ลดลง เมื่อเทียบกับเดือน ก.พ. ที่มีมูลค่า 4,750 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 150% ด้านปริมาณส่งออก เดือน ม.ค.อยู่ทีี่  4.8 หมื่นตัน ส่วน ก.พ. อยู่ที่ 3.3 หมื่นตัน  ส่วน มี.ค. ยังไม่มีข้อมูล 

สำหรับตลาดส่งออกหลักคือจีน มูลค่าการส่งออกเมื่อ ม.ค. อยู่ที่ 6,640 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 90% ของการส่งออกทุกเรียนทั้งหมด ส่วน ก.พ. มูลค่า 4,750 ล้านบาท และ มี.ค. มูลค่า 2,676 ล้านบาท 

ขนส่งแพง-แข่งขันสูงกดส่งออกทุเรียน

ข้อมูลดัชนีเศรษฐกิจการเกษตร เดือนมี.ค.2569 โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร(สศก.) ระบุว่า ทุเรียนเป็นกลุ่มสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มราคาลดลงเป็นผลจาก การส่งออกไปตลาดหลัก โดยเฉพาะประเทศจีนมีข้อจำกัดด้านมาตรการ ตรวจสอบคุณภาพที่เข้มงวดขึ้น ทำให้กระบวนการระบายสินค้าเกิดความล่าช้า อีกทั้งต้นทุนโลจิสติกส์และการแข่งขัน จากประเทศคู่แข่งในภูมิภาคเพิ่มขึ้น ขณะที่ผลผลิตเริ่มออกสู่ตลาดมากขึ้นจากการขยายพื้นที่ปลูก

โดยราคาทุเรียนเกรดส่งออก (บริษัท กวางตุ้งกาวิน อ.เมือง จ.จันทรบุรี: ปลายเดือนเม.ย.) กำหนดเกรด AB กิโลกรัม(กก.) ละ 130 บาท เกรด C กก.ละ 85 บาท และ เกรด D กก.ละ 76 บาท โดยราคานี้ต่ำกว่าเมื่อช่วง 1 เม.ย. 2569 ที่ กก.ละ 180 บาท ,120 บาท และ 80 บาท ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม ราคาทุเรียนหมอนทองคละ ที่เกษตรกรขายได้พบว่า มี.ค. มีราคาที่สูงกว่าเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดย อยู่ที่ กก.ละ 113 บาท สูงกว่า เดือน ม.ค.และ ก.พ. ที่กก.ละ 89.39 บาท 

ตรวจเข้มล้งไม่เคารพกฎ-มาตรฐาน

นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าได้สั่งการให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เร่งกวดขันการควบคุมคุณภาพทุเรียนในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยว เพื่อปกป้องรายได้เกษตรกรและรักษาชื่อเสียงทุเรียนไทยในตลาดโลก

ทั้งนี้ล่าสุดสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติได้รายงานผลการตรวจสอบโรงคัดบรรจุทุเรียน (ล้ง) พื้นที่ จันทบุรี ระยอง ระหว่างวันที่ 6–19 เม.ย.2569โดยตรวจสอบทั้งหมด 760 แห่ง พบฝ่าฝืนนำทุเรียนอ่อนออกจำหน่าย 21 แห่ง สั่งคัดแยกและห้ามจำหน่ายทันทีพบฝ่าฝืนซ้ำ 1 แห่ง สั่งพักใช้ใบอนุญาตผู้ผลิตสินค้าเกษตร (มกษ.2) ส่งผลให้ไม่สามารถรวบรวมและส่งออกทุเรียนได้ทั้งหมด

สำหรับข้อกำหนดที่ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติ โรงคัดบรรจุทุเรียนทุกแห่งต้องดำเนินการตามมาตรฐานบังคับ มกษ. 9070-2566 ครอบคลุมการตรวจสอบความแก่-อ่อนของผลทุเรียนก่อนออกจำหน่าย การจัดให้มี QC ที่มีความรู้ความสามารถ และการบันทึกข้อมูลการปฏิบัติงานอย่างครบถ้วนผู้ฝ่าฝืนมีโทษพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต

ปี 69 ผลผลิตทุเรียนเพิ่ม15.71%

สำหรับคาดการณ์ผลผลผลิตทุเรียนปี 2569 จะมีเนื้อที่ให้ผลรวมทั้งประเทศ 1.39 ล้านไร่ เพิ่มขึ้น 9.93% เนื่องจากเกษตรกรขยายเนื้อที่ปลูกทุเรียนแทนยางพารา กาแฟ และไม้ผลอื่นๆรวมทั้งพื้นที่ว่างเปล่า 

ดังนั้น คาดการณ์ว่า ปีนี้ ผลผลิตทุเรียนจะอยู่ที่ 1.78 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 15.71%  เนื่องจากสภาพอากาศเอื้ออำนวยต่อการออกดอกและติดผล ประกอบกับเกษตรกรมีการดูแลจัดการสวนดี ทำให้ในภาพรวมคาดว่าผลผลิตเพิ่มขึ้นตามเนื้อที่ให้ผลและผผลผลิตต่อเนื้อที่ให้ผล

อย่างไรก็ตาม ด้านการส่งออกแม้จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากความต้องการตลาดยังดีต่อเนื่อง รวมถึงนโยายส่งเสริมการส่งออกเพื่อขยายตลาดใหม่ ลดการพึ่งพาตลาดเดียว แต่ไทยต้องเผชิยการแข่งขันที่รุนแรงทั้งด้านราคาและการแย่งส่วนแบ่งตลาดทุเรียนจากประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนาม หลังจากจีนอนุญาตการนำเข้าทุเรียนสดจากเวียดนามเมื่อกลางปี 2565 ที่ผ่านซึ่งส่งผลให้จีนนำเข้าทุเรียนจากเวียดนามเพิ่มขึ้น 

ถกรัฐบาลเฉิงตูหนุนนำเข้าสินค้าเกษตรไทย 

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้การต้อนรับนายอู๋ เฮ่า รองนายกเทศมนตรีนครเฉิงตู มณฑลเสฉวน สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมคณะ ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยเพื่อผลักดันการแลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านนวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะระหว่างประเทศไทยและนครเฉิงตู รวมถึงแนวทางการขยายโอกาสทางการค้าร่วมกันอย่างยั่งยืน

“ ศักยภาพของสินค้าเกษตรไทย โดยเฉพาะผลไม้คุณภาพสูง เช่น ทุเรียนจากภาคตะวันออก ซึ่งอยู่ในช่วงฤดูกาลส่งออกและได้รับความนิยมในตลาดจีน พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าสินค้าเกษตรไทยสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในนครเฉิงตูได้เป็นอย่างดี และสนับสนุนให้นครเฉิงตูเป็น “เมืองแห่งความสุข” อย่างยั่งยืน โดยหวังว่าจะมีการนำเข้าสินค้าเกษตรคุณภาพของไทยเพิ่มมากขึ้นในอนาคต

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นโอกาสในการยกระดับความร่วมมือด้านการเกษตร โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีการปรับแต่งพันธุกรรม (Genome Editing) เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) การเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) และการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และยกระดับ รวมทั้งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูล และการพัฒนาความร่วมมือระหว่างนักวิชาการของทั้งสองฝ่ายเพื่อให้เกิดความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป

มี.ค. ส่งออกทุเรียนแผ่วกดดันราคาภายใน  จีนเข้มมาตรฐาน-โลจิสติกส์แพง-แข่งขันสูง