วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ครม. ไฟเขียวออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน สู้วิกฤติพลังงาน-เปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจ

ครม. ไฟเขียวออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน สู้วิกฤติพลังงาน-เปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจ

ครม. อนุมัติ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจซ้อนระลอกใหม่ หวั่นประเทศถลำลึกสู่ภาวะ Stagflation ชู 2 แผนงานหลัก อุ้มฐานราก-เอสเอ็มอี และยกเครื่องสู่พลังงานสะอาด ยันวินัยการเงินแกร่ง สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพียังคุมได้ใต้เพดาน 70% พร้อมกางกลไก 5T คุมเข้มการเบิกจ่ายทุก

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี วันนี้ (5 พ.ค.) ว่า ครม. มีมติอนุมัติร่างพระราชกําหนด (พ.ร.ก.) ให้อํานาจกระทรวงการคลัง กู้เงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ พร้อมส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาเป็นเรื่องด่วน เพื่อใช้เป็นปราการสำคัญในการรับมือวิกฤตเศรษฐกิจซ้อนระลอกใหม่

ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญแรงบีบสองด้าน จากปัญหาต้นทุนราคาพลังงานและราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้น สวนทางกับกำลังซื้อของประชาชนที่ลดลง ซึ่งลุกลามเป็นความเสี่ยงที่จะฉุดให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะชะลอตัวภายใต้เงินเฟ้อสูง (Stagflation)

นอกจากนี้ ภายใต้ระเบียบโลกใหม่ที่ราคาน้ำมันจะไม่กลับไปอยู่ในระดับเดิม ประกอบกับไทยเป็นประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูงเป็นอันดับต้นๆ ของเอเชีย การใช้เพียงมาตรการทางการคลังผ่านกรอบงบประมาณปกติจึงไม่ทันการณ์ เนื่องจากขาดทั้งขนาด ความเร็ว และความยืดหยุ่น จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องตรากฎหมายพิเศษเพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

การจัดสรรวงเงินกู้ 4 แสนล้านบาท จะถูกแบ่งออกเป็น 2 แผนงานหลัก แผนงานละ 2 แสนล้านบาท ได้แก่

แผนงานที่ 1 อุ้มฐานราก-SME วงเงิน 2 แสนล้านบาท มุ่งเน้นบรรเทาภาระค่าครองชีพและประคองกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยเจาะจงเป้าหมายไปยังกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง เกษตรกร และผู้ประกอบการ SME เพื่อลดต้นทุนไม่ให้ได้รับผลกระทบซ้ำซ้อน และสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้โดยไม่หยุดชะงัก

แผนงานที่ 2 ปรับโครงสร้างสู่พลังงานสะอาด วงเงิน 2 แสนล้านบาท มุ่งส่งเสริมการลดใช้พลังงานฟอสซิลและเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทดแทนทางเลือก ครอบคลุมถึงการสนับสนุนยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้า การลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิต รวมถึงการพัฒนาทักษะประชาชนและนวัตกรรมเพื่อรองรับการสร้างเศรษฐกิจใหม่

ทั้งนี้ การเบิกจ่ายเงินกู้ดังกล่าวจะถูกกำกับดูแลอย่างเข้มงวดโดย "คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้" ซึ่งมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน และขับเคลื่อนภายใต้ หลักการ 5T ประกอบด้วย Target ตรงจุดเป้าหมาย, Transition เร่งรัดการเปลี่ยนผ่าน, Transformation เปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง, Transparent โปร่งใสตรวจสอบได้ และ Together ขับเคลื่อนร่วมกันทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด

นายเอกนิติ กล่าวย้ำว่า การออก พ.ร.ก. กู้เงิน ฉบับนี้ ถือเป็นการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างควบคู่ไปกับการบรรเทาทุกข์ของประชาชน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนให้ภาคธุรกิจ เพิ่มความมั่นคงทางพลังงาน และสามารถดึงดูดการลงทุนใหม่ๆ เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้

ในประเด็นด้านเสถียรภาพทางการคลังนั้น รมว.คลัง ยืนยันว่า แม้การกู้เงินจะทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP เพิ่มสูงขึ้น แต่ตัวเลขหนี้สาธารณะจะยังคงอยู่ต่ำกว่าเพดานตามกฎหมายที่ร้อยละ 70 โดยรัฐบาลมีแผนการชำระหนี้ที่ชัดเจน โปร่งใส อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และดำเนินการภายใต้พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 อย่างเคร่งครัด