นายวราวุธ ศิลปอาชา เปิดเผยความคืบหน้าการจัดตั้ง “กองทุนเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม” วงเงินราว 1 แสนล้านบาท เพื่อสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมและยกระดับเอสเอ็มอี โดยรูปแบบกองทุนจะเปิดให้ภาคเอกชนร่วมลงทุน รวมถึงหารือกับ ธนาคารโลก อย่างไรก็ตาม โครงการยังอยู่ระหว่างการพิจารณาร่วมกับกระทรวงการคลัง ท่ามกลางข้อจำกัดด้านวินัยการคลัง เนื่องจากระดับหนี้สาธารณะต่อจีดีพีของไทยปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 68% ใกล้ชนเพดานที่ 70%
ทั้งนี้ รัฐบาลจำเป็นต้องพิจารณาภาระงบประมาณในภาพรวมอย่างรอบคอบ โดยต้องประเมินแนวโน้มเพดานหนี้และนโยบายในระยะข้างหน้า รวมถึงความเป็นไปได้ของโครงการต่าง ๆ เพื่อไม่ให้กระทบต่อการจัดสรรงบประมาณในภาคส่วนอื่นที่ยังมีความจำเป็นเร่งด่วน
“ถ้าถามว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ ก็ต้องบอกว่าถ้ามีโอกาสและมีซีลิ่งพอก็ดำเนินการ แต่ต้องดูนโยบายรัฐบาลด้วย เพราะหากชนเพดานหนี้แล้วเน้นเฉพาะภาคอุตสาหกรรม อาจกระทบความสมดุลกับภาคส่วนอื่นที่ยังต้องการงบประมาณช่วยเหลือประชาชน” นายวราวุธ กล่าว
สำหรับความร่วมมือกับธนาคารโลก พบว่ามีหลายโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา แต่บางโครงการมีรายละเอียดและเงื่อนไขเฉพาะสูง ทำให้ต้องใช้เวลาในการพิจารณาและดำเนินการร่วมกันต่อไป
ในอีกด้าน กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมเดินหน้ามาตรการบรรเทาค่าครองชีพ ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย” โดยจะประสานภาคเอกชนนำสินค้าอุปโภคบริโภคที่ได้มาตรฐานโรงงานมาจำหน่ายให้ประชาชนในราคาถูกกว่าท้องตลาด 30-40% พร้อมกระจายจุดจำหน่ายทั่วประเทศ
รัฐมนตรีอุตสาหกรรมยังสะท้อนว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายพร้อมกันในหลายมิติ ทั้งวิกฤตพลังงาน ภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจต้องปรับใหม่ จากการแข่งขันด้านปริมาณการส่งออก ไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้า
ขณะที่ความคืบหน้าการพัฒนาศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 8 จังหวัดสุพรรณบุรี ปัจจุบันรองรับผู้ใช้บริการได้ 6-8 รายต่อวัน มีแผนเพิ่มศักยภาพเป็นเท่าตัว พร้อมยกระดับเทคโนโลยีการแปรรูป และเร่งอัปสกิล-รีสกิลเกษตรกรและผู้ประกอบการให้ทันกับเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่
นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ระบุว่า ได้เร่งขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรมอาหารชุมชนผ่านศูนย์ดีพร้อม ไอทีซีทั่วประเทศ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทดลองผลิตและพัฒนาสินค้าต้นแบบด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ พร้อมยกระดับมาตรฐานสู่ระดับสากล และเชื่อมโยงองค์ความรู้ มาตรฐาน และแหล่งทุน เพื่อแก้ข้อจำกัดสำคัญของเอสเอ็มอี โดยเฉพาะการเข้าถึงเครื่องจักรและเทคโนโลยีที่มีต้นทุนสูง
ขณะที่ นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมจะเน้น “การเพิ่มมูลค่า” ให้สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมศักยภาพของไทย พร้อมวางโครงสร้างพัฒนาใหม่ในลักษณะอุตสาหกรรมเชิงพื้นที่ บูรณาการวัตถุดิบท้องถิ่น อัตลักษณ์ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันในระยะยาว
ทั้งนี้ ภาพรวมสะท้อนว่า การผลักดันกองทุนเอสเอ็มอีขนาดใหญ่ยังต้องเผชิญข้อจำกัดด้านการคลัง ขณะที่รัฐบาลต้องเดินเกมแบบสมดุล ระหว่างการกระตุ้นเศรษฐกิจ การช่วยเหลือประชาชน และการรักษาวินัยการเงินการคลังในระยะยาว


