วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ไฟฟ้าสีเขียว 'สะดุด' เอกชนลุ้นนโยบายร่วมใช้สายส่ง

ไฟฟ้าสีเขียว 'สะดุด' เอกชนลุ้นนโยบายร่วมใช้สายส่ง

ในช่วงวิกฤติพลังงานถือเป็นโอกาสดีที่สุดในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง โดยเพิ่มการพึ่งพาตัวเองจากวิกฤติพลังงานที่สะท้อนถึงผลกระทบจากการพึ่งพาพลังงานนำเข้า ในขณะที่ผ่านมาไม่มีข้อสรุปถึงการจัดทำแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ (PDP2026) ที่มีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในการผลิตไฟฟ้าถึง 50%

ในขณะที่การใช้ไบโอดีเซลในการผลิตน้ำมันดีเซลและเอทานอลในการผลิตแก๊ซโซฮอล์ในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมาปริมาณการใช้ไม่เพิ่มขึ้นสวนางกับยอดน้ำมันเชื้อเพลิงรวมที่เพิ่มขึ้น

ช่วงที่ผ่านมาหลายรัฐบาลพยายามผลักดันระบบการซื้อขายไฟฟ้าสะอาดโดยตรง (Direct PPA) แต่ที่ผ่านมานำร่องเพียง 2,000 เมกะวัตต์ ซึ่งสวนทางกับความต้องการของนักลงทุน โดยเฉพาะกลุ่ม Data Center ที่ในระดับไฮเปอร์สเกลอาจใช้ไฟฟ้าเกิน 100 เมกะวัตต์

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงทิศทางการขับเคลื่อนพลังงานหมุนเวียนของประเทศไทย ในงานสัมมนาวิชาการระดับชาติในหัวข้อ “ฝ่าวิกฤติพลังงานไทยด้วยพลังงานหมุนเวียน: โอกาสหรือภาพลวง?” ว่า กระทรวงพลังงานมีแผนการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติ (LNG) ที่มีราคาสูงและผันผวน 

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานจะเปิดตลาด Direct PPA เร่งพัฒนาระบบการซื้อขาย Direct PPA และเปิดให้เอกชนเข้าใช้โครงข่ายสายส่ง (Third Party Access - TPA) ในราคาเหมาะสม เพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมใหม่ที่ต้องการใช้ไฟสะอาด 100% นอกจากนี้ยังสนับสนุนการทำโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และไมโครกริด (Microgrid) ในระดับชุมชน

นายเอกนัฏ กล่าวว่า การปรับตัวสู่พลังงานสะอาดไม่ใช่เพียงแค่ทางเลือก แต่คือการฉีดภูมิคุ้มกันให้เศรษฐกิจไทยแข็งแรง โดยพร้อมจัดการกับสัญญาโรงไฟฟ้าเก่าที่ไม่มีประสิทธิภาพหรือมีค่า Adder ที่สูงเกินจริง เพื่อปรับโครงสร้างให้กลับมาเป็นธรรมต่อผู้บริโภคและสะท้อนต้นทุนพลังงานสะอาดที่แท้จริงในปัจจุบัน

เร่งนโยบายโซลาเซลล์ประชาชน

นอกจากนี้ กระทรวงพลังงาน จะผลักดันนโยบายเพื่อส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนของประชาชน ประกอบด้วย

1. ทางด่วนโซลาร์ 7 วัน ได้สั่งการรื้อระเบียบที่ยุ่งยาก โดยเฉพาะการยกเลิกใบอนุญาตโรงงาน (รง.4) สำหรับโซลาร์รูฟท็อป และปรับกระบวนการให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ต้องอนุมัติการติดตั้งเพื่อใช้เองให้จบภายใน 7 วัน จากเดิมที่เคยใช้เวลานานนับปี

2. โมเดลยืมหลังคาประชาชน เสนอให้การไฟฟ้าฯ เป็นผู้ลงทุนติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคาบ้านประชาชนฟรี เพื่อผลิตไฟฟ้าขายคืนให้เจ้าของบ้านในราคาถูกประมาณ 3 บาทต่อหน่วยทุกหน่วย ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนลดค่าไฟได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทุนเอง

3. ขยายโควตาโซลาร์ภาคประชาชน เตรียมขยายการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากโครงการโซลาร์ภาคประชาชน 2.0 โดยจะขยับโควตารับซื้อขึ้นทีละ 500 เมกะวัตต์ เพื่อส่งเสริมการยืมหลังคาประชาชนเป็นโรงผลิตไฟฟ้ากระจายทั่วประเทศ

ส.อ.ท.ย้ำโครงสร้างไม่เอื้อไฟฟ้าสะอาด

นายนที สิทธิประศาสน์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า โครงสร้างพลังงานปัจจุบันของไทยแม้จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าสำรองเหลือเฟือจนกลายเป็นภาระต้นทุนค่าไฟของประชาชน แต่ระบบกลับยังไม่เอื้อต่อการใช้พลังงานสะอาดอย่างเต็มที่

ดังนั้น จึงเสนอทางออกด้วยการใช้ระบบ Third Party Access (TPA) หรือการเปิดให้บุคคลที่ 3 ใช้สายส่งไฟฟ้าได้เช่นเดียวกับโมเดลท่อก๊าซธรรมชาติของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน)

“เราไม่จำเป็นต้องสร้างสายส่งใหม่ให้ซ้ำซ้อน แต่รัฐต้องเปิดเสรีให้ผู้ผลิตไฟสีเขียวส่งไฟผ่านสายส่งของการไฟฟ้าฯ ไปถึงลูกค้าโดยตรงผ่านสัญญาซื้อขายไฟฟ้า หรือ PPA เพื่อตอบโจทย์บริษัทข้ามชาติที่ต้องการ RE100 ซึ่งปัจจุบันไทยมีไฟสีเขียวในระบบเพียง 15% จะเห็นว่าต้นทุนโซลาร์ฟาร์มปัจจุบันอยู่ที่ 2.18 บาท และหากบวกแบตเตอรี่ (BESS) จะอยู่ที่ 2.80 บาท ซึ่งแข่งขันได้จริงในเชิงธุรกิจ"

นายนที ได้ฝากข้อคิดเตือนใจถึงผู้กำหนดนโยบายว่า ต้องเลิกยึดติดกับคำว่าพลังงานราคาถูกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองที่ความคุ้มค่า (Value) เพราะพลังงานสีเขียวช่วยลดค่าปรับคาร์บอนและดึงดูดการลงทุนที่ยั่งยืน ซึ่งก๊าซธรรมชาติทำไม่ได้