นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงนโยบายคนละครึ่งพลัสและเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แจกคนละ 4000 บาท อย่างน้อย 34 ล้านคน อัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบต่อเนื่อง 4 เดือน 1.36 แสนล้านบาท ว่า มั่นใจว่าจะช่วยให้ภาคผลิตได้ประโยชน์จากมาตรการรัฐในการผลิตสินค้าเข้าตลาด โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอีจะมีโอกาสทางการตลาดมากขึ้น ล่าสุดผมสั่งการให้สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) ส่งตัวเลขดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม(เอ็มพีไอ)รายเดือน และสถารการณ์แนวโน้มต่างๆมาให้พิจารณา เพื่อจัดทำมาตรการดูแลสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมได้ตรงจุด
นายวราวุธ กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์วิกฤตพลังงานยังมีอยู่ ส่งผลกระทบให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ดังนั้นเวลานี้กระทรวงอุตสาหกรรมจึงเร่งสนับสนุนสภาพคล่อง ดำเนินโครงการอัพสกิลรีสกิล เปลี่ยนผ่านเอสเอ็มอีให้ใช้พลังงานสะอาด อาทิ โซลาร์เซลล์ รวมทั้งสนับสนุนสินเชื่อเพิ่มสภาพคล่องธุรกิจ สินเชื่อปรับปรุงกระบวนการผลิต ปรับใช้พลังงานสะอาด
นายวราวุธ กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ SME D Bank ได้ขยายสินเชื่อครอบคลุมกลุ่มเอสเอ็มอี ในการขอสินเชื่อดอกเบี้ยอัตราพิเศษภายใต้โครงการ"SME Green Productivity" ซึ่งเป็นโครงการสินเชื่อนโยบายรัฐ ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก สามารถผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 10 ปี วงเงินกู้สูงสุดรายละ 30 ล้านบาท โดยมีวงเงิน 10,000 ล้านบาท
นายวราวุธ กล่าวว่า โครงการนี้ไม่ใช่แค่การช่วยเรื่องเงินทุน แต่เป็นการยกระดับเอสเอ็มอีไทยสู่ "อุตสาหกรรมสีเขียว" เพื่อให้แข่งขันได้ในเวทีโลกตามกฎกติกาการค้าใหม่ที่เน้นเรื่องสิ่งแวดล้อม โดยผู้ประกอบการสามารรถนำเงินสินเชื่อไปใช้ในการเปลี่ยนยานพาหนะมาใช้พลังงานสะอาด นอกเหนือการใช้ระบบไฟฟ้า (EV) รวมทั้งนำไปติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ และปรับเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อใช้พลังงานสะอาด โดยสามารถยื่นคำขอได้ตั้งแต่ได้แล้วจนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569
รายงานข่าวแจ้งว่า นอกจากนี้สินเชื่อจาก SME D Bank กระทรวงอุตสาหกรรมยังมีกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ที่มี นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน อนุมัติ 2 โครงการสำคัญ คือ โครงการ “เสือติดปีก” รอบ 2 และ โครงการ “คงกระพัน” รอบ 2 วงเงินรวมกว่า 1,500 ล้านบาท ตามนโยบายช่วยเหลือเอสเอ็มอีของนายวราวุธ
สำหรับ 2 โครงการสำคัญ ประกอบด้วย โครงการสินเชื่อเพื่อเพิ่มขีดความสามารถธุรกิจ (เสือติดปีก) รอบ 2 กรอบวงเงิน 1,000 ล้านบาท มุ่งเน้นการให้กู้ยืมเพื่อลงทุนในนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้วยวงเงินสูงสุดไม่เกิน 15 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3% - 5% ต่อปี และโครงการสินเชื่อเสริมสภาพคล่องธุรกิจ (คงกระพัน) รอบ 2 กรอบวงเงิน 500 ล้านบาท ที่เน้นการรักษาสภาพคล่องเป็นเกราะป้องกันธุรกิจด้วยวงเงินสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5% - 7% ต่อปี เปิดรับสมัครแล้วถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 หรือจนกว่าวงเงินจะเต็ม


