วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'เอกนัฏ' พลิกแลนด์บริดจ์ ชู SPR ปั้นไทยฮับน้ำมันโลก รับมือวิกฤติฮอร์มุซ

'เอกนัฏ' พลิกแลนด์บริดจ์ ชู SPR ปั้นไทยฮับน้ำมันโลก รับมือวิกฤติฮอร์มุซ

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงทิศทางการบริหารจัดการพลังงานของประเทศท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลก โดยระบุว่าขณะนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสทางยุทธศาสตร์ เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและสร้างความแข็งแกร่งให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีอัตราการเติบโตของ GDP สูงกว่าได้

ถอดรหัสแลนด์บริดจ์ ยุทธศาสตร์น้ำมันโลก

ประเด็นสำคัญที่นายเอกนัฏ ให้ความสำคัญคือการใช้โครงการ "แลนด์บริดจ์" เป็นเครื่องมือสร้างความมั่นคงทางพลังงาน โดยย้ำว่าโครงการนี้ต้องประกอบด้วยโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สมบูรณ์แบบ ประกอบด้วย

1. มากกว่าแค่ถนนและราง แลนด์บริดจ์จะต้องมีการก่อสร้างถังเก็บน้ำมันขนาดใหญ่ (Tank Farm) และระบบขนส่งน้ำมันทางท่อเชื่อมต่อระหว่างสองฝั่งมหาสมุทร

2. ทางเลือกใหม่แทนสิงคโปร์ มีเป้าหมายดึงดูดให้กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลาง นำน้ำมันดิบมาฝากเก็บและทำการซื้อขาย (Trading) ในประเทศไทย แทนการพึ่งพาเฉพาะตลาดเดิมอย่างสิงคโปร์

3. ทางรอดจากวิกฤติฮอร์มุซ ในสภาวะที่โลกเผชิญความเสี่ยงจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญกว่า 30% ของปริมาณการซื้อขายทั่วโลก หากไทยมีคลังเก็บน้ำมันของชาติต่าง ๆ มาตั้งอยู่ จะกลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจมหาศาลและสร้างความมั่นคงให้ไทยมีน้ำมันใช้อย่างต่อเนื่อง

ปั้นโมเดล SPR ยกระดับความมั่นคงแห่งชาติ

นายเอกนัฏ กล่าวว่า อีกประเด็นสำคัญคือการให้ประเทศไทยมีการจัดตั้งระบบสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve - SPR) อย่างจริงจัง เพื่อเป็นน้ำมันสำรองของประเทศ จากเดิมที่กฎหมายบังคับให้เอกชนเป็นผู้สำรองน้ำมันตามกฎหมาย ซึ่งเป็นภาระต้นทุนของผู้ประกอบการ นายเอกนัฏ มองว่าไทยควรมีคลังสำรองที่เป็นของรัฐหรือเป็นความร่วมมือในระดับรัฐต่อรัฐ (G2G) เพื่อความมั่นคงที่แท้จริง

ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพของไทยที่มีโรงกลั่นถึง 6 แห่ง และสามารถผลิตน้ำมันสำเร็จรูป (ดีเซลและเบนซิน) ได้เกินความต้องการใช้ในประเทศ จะทำให้ไทยกลายเป็น "Last Man Standing" หรือประเทศสุดท้ายที่ยังมีพลังงานใช้และอยู่รอดได้แม้ทั่วโลกจะเผชิญวิกฤติขาดแคลนพลังงาน

รื้อโครงสร้างราคา-ลดนำเข้า LNG

นอกเหนือจากเรื่องน้ำมันแล้ว นโยบายในการปรับปรุงโครงสร้างราคาหน้าโรงกลั่น โดยไม่ควรอ้างอิงราคาสิงคโปร์ 100% นั้น เนื่องจากไทยมีโรงกลั่นเองและไม่ได้นำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปแต่เป็นการนำเข้าน้ำมันดิบมากลั่น รวมถึงแผนการส่งเสริม "โซลาร์รูฟท็อป" เพื่อลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) นำเข้าที่มีราคาผันผวน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าไฟฟ้า

"เราต้องรู้จักที่จะเปลี่ยนและรักษาโรคในตอนที่ยังมีโอกาส หากเราไม่ปรับตัวในตอนนี้ ในอนาคตเราอาจจะตายเพราะร่างกายไม่แข็งแรง การฉีดภูมิคุ้มกันและอัดวิตามินผ่านการปฏิรูปพลังงานในสภาวะที่ลำบาก จะทำให้เรามองกลับมาด้วยความภูมิใจในอีก 1 ปีข้างหน้าว่าเราได้สร้างความแข็งแกร่งที่แท้จริงให้ประเทศ" นายเอกนัฏ กล่าว