“ศุภจี ” เดินหน้าจัด “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ” นำสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นจากผู้ประกอบการชุมชนและ SMEs มาจำหน่ายในราคาพิเศษ ผ่านห้างค้าปลีก ร้านท้องถิ่น และจุดไปรษณีย์ทั่วประเทศ 946 จุด ตั้งเป้าช่วยลดภาระประชาชนไม่น้อยกว่า 280 ล้านบาทต่อเดือน พร้อมสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการรายเล็กและเศรษฐกิจฐานราก
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังเปิดงานไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพอที่ตลาดบางใหญ่ อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรีว่า วันนี้เรามาเปิดตัวสินค้าไทยช่วยไทย กระจายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาพิเศษให้ทั่วประเทศ เพื่อจะกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาพิเศษทั่วประเทศ เราทำไปแล้ว 300 จุด เอาสินค้าชุมชน SME เข้าระบบออนไลน์ วันที่ 11 เม.ย.น และทำอย่างต่อเนื่อง เพราะความตั้งใจของเราคือลดค่าครองชีพ สินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นในราคาประหยัดให้กับประชาชน และสร้างรายได้ให้กับชุมชนและคนตัวเล็กตัวน้อย นายกรัฐมนตรี สั่งการว่าขอให้กระทรวงมหาดไทยมาช่วยเสริม เริ่มกันวันนี้ 1 พ.ย. ที่เราจะเปิดสินค้าไทยช่วยไทยทั่วประเทศ ด้วยกลไกของอำเภอ
การจัดจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยจะขยายผลการดำเนินงานให้กว้างขึ้นต่อไป และเพิ่มความหลากหลายให้สินค้ามากขึ้นสอดรับกับความต้องการของประชาชน ประกอบกับช่วยสนับสนุนให้เกิดการสร้างรายได้ในท้องถิ่น โดยเร็วๆ นี้ มีแผนที่จะเตรียมผลักดันสินค้าผู้ประกอบการ SMEs ที่มีศักยภาพขึ้นจำหน่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ นำร่องกว่า 2,000 ราย เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่าย สร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในประเทศ ซึ่งแนวทางนี้ไม่เพียงช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนในระยะสั้น แต่ยังเป็นกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจไทย
“รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้า‘ไทยช่วยไทย’ ลดภาระ ลดค่าครองชีพได้ ณ ที่ว่าการอำเภอใกล้บ้านของท่าน เริ่มจำหน่ายทุกวันศุกร์ที่ 1,8,15,22 และ 29 ตลอดเดือนพ.ค. 2569 (รวม 5 ครั้ง) ระหว่างเวลา 08.30 - 16.30 น. ขณะเดียวกันยังสามารถเลือกซื้อสินค้าไทยช่วยได้ที่ห้างค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นทุกจังหวัดทั่วประเทศ และห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ใกล้บ้านท่านได้อีกด้วย ”นางศุภจี กล่าว
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างความเสมอภาค และกระจายความเท่าเทียมในการเข้าถึงโอกาสเลือกซื้อสินค้าราคาถูก คุณภาพดี สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความสมดุลระหว่าง ‘ผู้ขายอยู่ได้ ผู้ซื้ออยู่รอด’ โดยภาครัฐจะเข้าไปสนับสนุนผ่านมาตรการต่างๆ ทั้งการเชื่อมโยงช่องทางการจำหน่าย และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายให้เข้าถึงทุกพื้นที่ในประเทศผ่านการกระจายสินค้าไปยังภูมิภาค ชุมชน และร้านค้าท้องถิ่นทำให้ประชาชนในทุกพื้นที่ได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึง ไม่กระจุกตัวเฉพาะในเขตเมืองหรือห้างค้าปลีกขนาดใหญ่
จากนั้นนางศุภจี ได้เดินทางไปเป็นประธาน(Kick off) โครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ” ที่ทำการไปรษณีย์ สาขานนทบุรี โดยนางศุภจี กล่าวว่า กรมการค้าภายได้ร่วมมือกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด โดยนำสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นมาจำหน่ายในราคาต่ำกว่าท้องตลาด ผ่านจุดจำหน่ายในชุมชน และเครือข่ายไปรษณีย์ไทย ซึ่งในระยะเริ่มต้น ได้เปิดจำหน่ายสินค้าผ่านที่ทำการไปรษณีย์จังหวัดทั่วประเทศ จำนวน 122 จุด แบ่งเป็น กรุงเทพมหานคร 28 จุด ปริมณฑล 21 จุด และส่วนภูมิภาค 73 จุด และในสัปดาห์ที่ 2 จะขยายเพิ่มเติมไปยังที่ทำการไปรษณีย์อำเภออีก 824 จุด รวมเป็น 946 จุดทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนในชุมชนและพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง
สำหรับกิจกรรมภายใต้ความร่วมมือกับไปรษณีย์ไทย ประกอบด้วย 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ การเป็นจุดจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษ และการเป็นศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center: DC) รองรับการกระจายผ่านรถพุ่มพวง โดยมีสินค้าเข้าร่วมโครงการ 15 รายการ จากผู้ประกอบการ 12 ราย ครอบคลุมสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เช่น น้ำมันปาล์ม น้ำปลา ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด โดยจำหน่ายในราคาลดลงสูงสุดถึง 25%
“โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนไม่น้อยกว่า 280 ล้านบาทต่อเดือน โดยนำสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นมาจำหน่ายในราคาต่ำกว่าท้องตลาด ผ่านจุดจำหน่ายในชุมชน และเครือข่ายไปรษณีย์ไทย ควบคู่กับการควบคู่กับการสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการรายเล็กและสินค้าชุมชน โดยใช้ไปรษณีย์ไทยเป็นช่องทางสำคัญในการกระจายสินค้าให้เข้าถึงทุกพื้นที่ ”นางศุภจี กล่าว
ด้านนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยจะเข้ามาเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าไทย โดยไปรษณีย์ไทยมีพื้นที่จำหน่ายสินค้าชุมชนอยู่แล้ว และในโครงการนี้จะขยายจุดจำหน่ายเพิ่มกว่า 800 แห่งในระยะเริ่มต้น ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าได้สะดวกมากขึ้น และในอนาคตมีแผนพัฒนาให้สามารถสั่งซื้อสินค้าไทยช่วยไทยผ่านระบบไปรษณีย์ได้”
ขณะที่ ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของกระทรวงพาณิชย์อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะด้านโลจิสติกส์และการกระจายสินค้า ในการส่งสินค้าจำเป็นเหล่านี้ไปถึงพี่น้องประชาชนทั่วประเทศให้ได้อย่างทั่วถึง
ทั้งนี้ ภาครัฐยังให้การสนับสนุนเพิ่มเติม เช่น การช่วยเหลือค่าขนส่งสินค้า การจัดทำคูปองส่วนลดจำนวน 500,000 ใบ มูลค่าใบละ 100 บาท เพื่อช่วยลดภาระทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ พร้อมทั้งส่งเสริมสินค้าเอสเอ็มอีและสินค้าชุมชนให้สามารถเติบโตและเข้าถึงตลาดได้มากขึ้น


