กรมสรรพากร จัดงานส่งท้ายและอำลาตำแหน่ง "กุลยา ตันติเตมิท" ทำงานวันที่ 30 เม.ย.นี้ เป็นวันสุดท้าย ปิดฉากอธิบดีหญิงคนแรกของกรมเก็บรายได้
วันที่ 30 เม.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรมสรรพากรว่า กรมสรรพากรได้จัดงานอำลาตำแหน่งของนางสาวกุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมสรรพากร ตั้งแต่เวลา 16.00 น. ณ บริเวณโถงชั้น 1 อาคารกรมสรรพากร สำนักงานใหญ่ ซอยพหลโยธิน 7
ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ตลอดจนตัวแทนจากภาคเอกชนและผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมส่งและแสดงความขอบคุณต่อการปฏิบัติหน้าที่บริหารงานจัดเก็บภาษีในช่วงที่ผ่านมา
นางสาวกุลยา ได้กล่าวตอนหนึ่งระหว่างการกล่าวอำลาว่า ขอบคุณความอบอุ่นที่ได้รับจากพี่น้องชาวสรรพากรทั้ง 12 ภาคและผู้บริหารระดับสูงที่มาร่วมงานเพื่อสนับสนุนให้ตนได้ก้าวไปทำในสิ่งที่อยากทำ แม้จะเคยคิดว่าตนเองเป็นคนเข้มแข็งและจะไม่ร้องไห้ในวันอำลาเหมือนที่เคยเห็นท่านอื่นๆ ร้องไห้ แต่ในวันนี้ได้ประจักษ์แล้วว่า สามารถเดินจากไปได้อย่างสง่างามพร้อมกับน้ำตาแห่งความสุขและความยินดี
"อุ๋ยซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่งที่พี่น้องหลายท่านตั้งใจบินตรงมาจากต่างจังหวัด ทั้งเชียงใหม่และภูเก็ต เพื่อมาร่วมงานในวันนี้"
นางสาวกุลยา กล่าวต่อว่า ตลอดระยะเวลา 25 ปีของการทำงาน ได้ทุ่มเทอย่างเต็มที่และถือว่าประสบความสำเร็จในสิ่งที่มุ่งหวังแล้ว จึงอยากเป็นกำลังใจและฝากข้อคิดให้แก่ทุกคนในกรมสรรพากรและกระทรวงการคลังว่า หากข้าราชการทำงานเพื่อประชาชน ทำเพื่อส่วนรวม และละทิ้งผลประโยชน์ส่วนตน ทุกอย่างจะดำเนินไปในทิศทางที่ดีเสมอ
สำหรับการตัดสินใจอำลาตำแหน่ง นางสาวกุลยา กล่าวว่า ไม่อยากให้ทุกคนมองว่าเรื่องนี้เป็นการบั่นทอนกำลังใจในการทำงาน แต่มันคือการจัดลำดับความสำคัญ (Priority) ในชีวิตที่แต่ละคนย่อมมีแตกต่างกันไป และเน้นย้ำว่าผู้ที่ยังอยู่ในช่วงวัยทำงาน ขอให้ทุ่มเท 100% ให้กับงาน และขอให้ทุกคนเลือกทำทั้งสิ่งที่ถูกต้องและสิ่งที่ทำให้ตนเองมีความสุข เพื่อให้สามารถตื่นขึ้นมาด้วยความสดใสได้ในทุกๆ วัน
นางสาวกุลยา กล่าวว่า เข้าใจดีว่าการสร้าง "Work-Life Balance" ในการทำงานที่กรมสรรพากรนั้นเป็นเรื่องที่พูดและทำได้ยาก ท่านจึงอยากแนะนำให้ปรับเป็นมุมมองแบบ "Work Hard-Play Hard" แทน โดยสิ่งสำคัญและเน้นย้ำที่สุดคือเรื่องสุขภาพเพราะแม้จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานหรือมีเงินทองมากมาย แต่หากไร้ซึ่งสุขภาพที่ดีก็จะไม่สามารถมีความสุขได้เลย และความสำเร็จนั้นจะไม่มีความหมายเลย หากในวันที่เราสำเร็จไม่มีครอบครัวหรือเพื่อนฝูงอยู่เคียงข้างเพื่อร่วมยินดี จึงขอให้ทุกคนให้ความสำคัญกับตัวเองและดูแลครอบครัวให้ดี


