วันเสาร์ ที่ 2 พฤษภาคม 2569

Login
Login

‘คลัง’ ชง พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าน เข้า ครม. 5 พ.ค.นี้ เตรียมรับวิกฤติตะวันออกกลาง - ไทยช่วยไทยพลัส

‘คลัง’ ชง พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าน เข้า ครม. 5 พ.ค.นี้  เตรียมรับวิกฤติตะวันออกกลาง - ไทยช่วยไทยพลัส

วานนี้ (30 เม.ย.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้เรียกทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลเข้าหารือที่ทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่เวลาประมาณ 10.30 น. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ประกอบไปด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และนายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เข้าร่วมประชุม

โดยภายหลังจากที่มีการหารือกันนานกว่า 3 ชั่วโมง หัวหน้าส่วนราชการในหน่วยงานเศรษฐกิจต่างปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงผลการหารือกับนายกรัฐมนตรี โดยนายดนุชา นายลวรณ และนายวินิจ ปฏิเสธแสดงความเห็นถึงรายละเอียด

โดยทั้งปลัดกระทรวงการคลัง และเลขาธิการ สศช.พูดตรงกันว่าในเรื่องนี้ขอให้สอบถามจาก นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังดีกว่า

ทั้งนี้ การออก พ.ร.ก.กู้เงินฯ วงเงิน 4 แสนล้านบาท นั้นรัฐบาลกำหนดวงเงินดังกล่าวจากความต้องการใช้งบประมาณเพิ่มจากงบกลางรายการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินและจำเป็นเร่งด่วนที่เหลืออยู่ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท รวมกับความต้องการใช้งบประมาณในโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ที่ได้มีการเตรียมการให้มีการหาแหล่งเงินให้เพียงพอ

อย่างไรก็ตามยืนยันว่าการกู้เงินของรัฐบาลในครั้งนี้มีแผนจะใช้เงินกู้ตามความจำเป็นสอดคล้องกับโครงการที่ได้มีการวางแผนไว้อย่างคุ้มค่าไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะใช้วงเงินกู้ทั้งหมด 4 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ การออก พ.ร.ก.ฉบับนี้ กระทรวงการคลังได้นำเรื่องนี้เข้าหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รวมทั้งหน่วยงานเศรษฐกิจ ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงบประมาณ เป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา และพร้อมที่จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ตามขั้นตอนต่อไปในสัปดาห์หน้าทันที

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการหารือกับนายกรัฐมนตรีร่วมกับหน่วยงานเศรษฐกิจเมื่อวันที่ 30 เม.ย.เพื่อหารือถึงข้อเสนอในการออก พ.ร.ก.กู้เงินฯ โดยในวันอังคารที่ (5 พ.ค.) กระทรวงการคลังจะเสนอร่าง พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน พ.ศ...วงเงิน 4 แสนล้านบาท เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเตรียมความพร้อมเป็นแหล่งเงินในการรองรับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์การสู้ในรบในตะวันออกกลาง

นายภราดร เปิดเผยว่า วันนี้นายกรัฐมนตรี เรียกทีมเศรษฐกิจเข้าหารือเรื่องโครงการไทยช่วยไทย ซึ่งขณะนี้รัฐบาลกำลังเตรียมความพร้อม และอยากให้เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.)โดยเร็ว โดยขณะนี้การเตรียมความพร้อมของหน่วยงานต้องดูจากกระทรวงการคลังเป็นหลัก เพราะเป็นฝ่ายออกนโยบายและแนวทาง แต่ก็ต้องดูจากกระทรวงอื่นด้วย ว่าจะมีการเยียวยาในส่วนอื่นอย่างไร เช่น กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 

ก่อนหน้านี้ นายเอกนิติ ได้ประกาศว่าโครงการ ไทยช่วยไทย หรือ คนละครึ่งพลัส จะเริ่มได้วันที่ 1 มิถุนายนนี้ ซึ่งโครงการไทยช่วยไทยจะครอบคลุมหลายโครงการ มีกลุ่มเป้าหมายมากกว่า 30 ล้านคน แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนแรก บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.4 ล้านคน อีกส่วนคือประชาชนทั่วไป ตอนนี้กำลังดูตัวเลขว่ากลุ่มเป้าหมายจะเป็นเท่าไหร่ แต่ 2 ส่วนรวมกันก็จะเกิน 30 ล้านคนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการออก พ.ร.ก.กู้เงินฯ วงเงิน 4 แสนล้านบาทในครั้งนี้ เป็นไปตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ที่ได้สั่งการไว้ในการประชุม ครม.วันที่ 21 เม.ย.ว่า สถานการณ์โลกในปัจจุบันยังมีความไม่แน่นอนสูง ในขณะเดียวกันประเทศไทยก็ต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ต่างๆ หลายด้าน ทั้งด้านพลังงาน เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และภัยพิบัติ ประกอบกับการจัดทำงบประมาณรายจ่ายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 มีข้อจำกัดหลายประการ รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมด้านงบประมาณให้เพียงพอสำหรับการแก้ไขปัญหาและผลกระกระทบที่จะเกิดขึ้น การช่วยเหลือประชาชน รวมทั้งการลงทุนในด้านต่างๆ ด้วย

ซึ่งการตราพระราชกำหนดกู้เงิน (พ.ร.ก.) ก็เป็นเครื่องมือหนึ่งที่รัฐบาลสามารถนำมาใช้เพื่อการนี้ได้ ดังนั้น จึงมอบหมายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรับเรื่องนี้ไปศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนวงเงิน ระยะเวลา และขั้นตอนการตราพระราชกำหนดกู้เงิน ให้ครบถ้วนและชัดเจนเพื่อเตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้า หากมีความจำเป็นก็จะดำเนินการต่อไปได้อย่างรวดเร็วและเท่าทันต่อสถานการณ์

คาดไทยช่วยไทยพลัสเฟสใหม่ใช้งบฯ 1.2 แสนล้าน 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือถึงงบประมาณที่จะมาใช้ในมาตรการไทยช่วยไทยพลัส เพื่อแบ่งเบาภาระค่าครองชีพประชาชนในช่วงวิกฤติพลังงาน หรือ โครงการคนละครึ่งเดิม คาดว่าจะใช้เงินงบประมาณ 1.2 แสนล้านบาท  โดยจะมีประชาชนที่ได้รับสิทธิการช่วยเหลือราว 30 ล้านคน

โดยวงเงินดังกล่าวยังไม่รวมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่นายเอกนิติ เคยเปิดเผยว่าจะให้คนละ 1,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 4 เดือน รวมเป็น 4,000 บาท ประมาณ 13 ล้านคน หรือประมาณ 52,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ เพจพรรคภูมิใจไทย ได้เผยแพร่ข้อมูลมาตรการใช้ชื่อโครงการว่า “ไทยช่วยไทย  ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มกำลังซื้อ” ให้ประชาชนคนละ 4,000 บาท แบ่งจ่ายเป็นเวลา 4 เดือน (มิ.ย.-ก.ย.2569) เดือนละ 1,000 บาท รวม 4 เดือน ได้รับสิทธิ์ 4,000 บาท ภายใต้เงื่อนไขรัฐออกให้ 60% ประชาชนจ่าย 40% ยกตัวอย่าง ใช้จ่าย 100 บาท รัฐจ่ายให้ 60 บาท ประชาชนจ่าย 40 บาท

ซึ่งจะเปิดลงทะเบียนเดือนพ.ค.2569 เริ่มใช้เดือนมิ.ย.2569 เป็นต้นไป ส่วนเงื่อนไขการใช้สิทธินั้นใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง ใช้จ่ายได้ที่ร้านค้าเข้าร่วมโครงการ โดยไม่สามารถโอนสิทธิให้ผู้อื่นได้  ไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้ และต้องใช้จ่ายภายในเดือนที่ได้รับสิทธิ