วันพุธ ที่ 29 เมษายน 2569

Login
Login

ถอดบทเรียนจากเวิลด์แบงก์ 'จัดซื้อจัดจ้าง' กลางสงครามและวิกฤติโลก

ถอดบทเรียนจากเวิลด์แบงก์ 'จัดซื้อจัดจ้าง' กลางสงครามและวิกฤติโลก

“สงครามในตะวันออกกลาง” กำลังส่งแรงกระแทกเป็นวงกว้างไปยังทุกภาคส่วน โดยหนึ่งในระบบที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักก็คือ “การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ” ซึ่งกำลังเผชิญโจทย์การตัดสินใจครั้งใหญ่ ทั้งจากราคาที่พุ่งสูง สินค้าที่ขาดแคลน ความผันผวนที่เกิดขึ้นแทบรายวัน ไปจนถึงความท้าทายในการใช้ดุลยพินิจภายใต้ภาวะวิกฤติ
  
ในเวทีเสวนาเรื่อง "Managing Procurement and Contract Management Risks in Crisis: Navigating the Oil Price Surge" นายดิโอมีเดส เบอร์โรอา ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อระดับภูมิภาค ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) กล่าวว่า สถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้สร้างผลกระทบแบบทวีคูณที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ และส่งผลกระทบต่อต้นทุนการจัดซื้อจัดจ้าง

รายงานแนวโน้มตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity Markets Outlook 2026 ) ฉบับล่าสุดของเวิลด์แบงก์บ่งชี้ว่า ราคาสินค้าโภคภัณฑ์โดยรวมเพิ่มขึ้นมากกว่า 16% ในจำนวนนี้เป็นสินค้าด้านพลังงานเพิ่มขึ้น 25% และราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นแล้วกว่า 50% เช่นเดียวกับสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญ เช่น ปุ๋ย เหล็ก และอะลูมิเนียม ต่างปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อระบบจัดซื้อจัดจ้างทั่วโลก

นายลอเรนซ์ พิดค็อก อดีตหัวหน้าฝ่ายจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐของนิวซีแลนด์ ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตลาดพลังงาน แต่กำลังส่งผ่านไปยังทุกหมวดสินค้าและบริการ เนื่องจากต้นทุนพลังงานเป็นฐานของห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด พร้อมยกตัวอย่างจากนิวซีแลนด์ว่า แม้แต่โครงการจัดซื้อไอทีทั่วไปยังเผชิญต้นทุนเพิ่มขึ้นถึง 25–30% จากปัญหาซัพพลายเชนและราคาพลังงาน

“นี่ไม่ใช่แค่การรับมือวิกฤต แต่คือการทำงานในโลกที่สมมติฐานเดิมใช้ไม่ได้อีกต่อไป” ลอเรนซ์กล่าว และชี้ว่าการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐกำลังเผชิญแรงกดดันพร้อมกันหลายด้าน ทั้งราคาที่เพิ่มขึ้น ความไม่แน่นอนของซัพพลายเชน และคำขอปรับสัญญาที่จะเกิดขึ้นในวงกว้าง

'ล็อกราคา' ปัญหาต้นทุนระยะยาว

ประเด็นสำคัญที่ถูกย้ำคือ ความเสี่ยงของการ “ล็อกราคา” ในช่วงที่ตลาดกำลังผันผวน โดยเตือนว่าการทำสัญญาในจังหวะที่ราคายังไม่สะท้อนสมดุลจริงๆ อาจสร้างภาระต้นทุนระยะยาวให้กับภาครัฐ

ในการรับมือกับภาวะวิกฤติเช่นนี้ ภาครัฐต้องเข้าใจว่าความเสี่ยงอยู่ตรงไหน และใครควรเป็นผู้รับความเสี่ยง โดยไม่สามารถผลักภาระทั้งหมดไปยังเอกชนได้ เนื่องจากผู้ประกอบการไม่ได้มีคำตอบทั้งหมด และกำลังเผชิญแรงกดดันเช่นกัน ทำให้ในบางกรณี ภาครัฐจำเป็นต้องรับความเสี่ยงบางส่วนเพื่อให้ระบบยังเดินต่อได้

ลอเรนซ์ยกตัวอย่างว่า หลายองค์กรเริ่มแยก “ทีมรับมือวิกฤติ” ออกจาก “ทีมปฏิบัติงานตามปกติ” แล้วเพื่อเพิ่มความคล่องตัว แต่ก็ยังต้องเชื่อมโยงข้อมูลกันอย่างใกล้ชิด

ถอดบทเรียนจากเวิลด์แบงก์ 'จัดซื้อจัดจ้าง' กลางสงครามและวิกฤติโลก

หนึ่งในคำถามที่ท้าทายก็คือ "รูปแบบสัญญาแบบเดิมยังใช้ได้หรือไม่" ซึ่งผู้เชี่ยวชาญจากนิวซีแลนด์มองว่า สัญญาแบบราคาคงที่อาจไม่เหมาะกับบริบทปัจจุบันอีกต่อไปที่มีความผันผวนสูง พร้อมเสนอให้ใช้สัญญาที่ยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น การเชื่อมโยงกับดัชนีราคา หรือการแบ่งความเสี่ยงระหว่างรัฐและเอกชน

ส่วนแนวทางการ "ตัดสินใจอย่างไรในโลกที่คาดการณ์ไม่ได้" นั้น ผู้เชี่ยวชาญยอมรับว่าไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกสถานการณ์ แต่สิ่งสำคัญคือการเข้าใจเรื่อง “trade-off” โดยในหลายกรณี การตัดสินใจไม่ใช่การเลือกสิ่งที่ดีที่สุด แต่เป็นการเลือกสิ่งที่เสียหายน้อยที่สุด

ความผันผวนคือนิวนอร์มอล

เวทีเสวนามองตรงกันว่าโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ความผันผวนไม่ใช่เหตุการณ์ชั่วคราว แต่เป็น “ภาวะปกติใหม่” ที่การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐต้องปรับตัวให้ทัน และภายใต้บริบทดังกล่าว การตัดสินใจด้านการจัดซื้อจัดจ้างไม่ได้ส่งผลเฉพาะระยะสั้น แต่จะกำหนดภาระต้นทุนและความยั่งยืนของระบบในระยะยาว ทำให้กลายเป็น “กลไกเชิงยุทธศาสตร์” ที่สำคัญอย่างมากของภาครัฐในโลกที่ไม่แน่นอน

สำหรับคำถามเรื่อง "การบริหารความไม่แน่นอนในสถานการณ์ที่คาดการณ์ไม่ได้" นั้น ลอเรนซ์มองว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการ “กลับไปเชื่อมกับตลาด” โดยเฉพาะการพูดคุยกับผู้ประกอบการโดยตรง และเปิดช่องทางการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นในห่วงโซ่อุปทาน โดยการเข้าถึงข้อมูลจากตลาดจริง รวมถึงข้อมูลจากบรรดาสมาคมอุตสาหกรรม จะช่วยให้การตัดสินใจมีฐานข้อมูลที่ดีขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำให้ใช้สัญญาที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพราะสัญญาแบบเดิมอาจไม่สามารถรองรับความไม่แน่นอนในระดับปัจจุบันของโลกที่มีความผันผวนสูงได้

ขณะเดียวกัน การเชื่อมโยงราคากับดัชนี การเปิดเผยต้นทุน และการออกแบบกลไกแบ่งความเสี่ยง จะเป็นแนวทางสำคัญในการทำให้ระบบจัดซื้อจัดจ้างสามารถรับมือกับความผันผวนได้ในระยะยาว โดยการเชื่อมโยงสัญญากับดัชนีราคา การเปิดเผยต้นทุน และการแบ่งความเสี่ยงระหว่างรัฐกับเอกชน เป็นแนวทางสำคัญในการรับมือกับความผันผวนของตลาด

ห้ามมองข้ามสัญญาณเสี่ยงแม้ช่วงวิกฤติ

ถอดบทเรียนจากเวิลด์แบงก์ 'จัดซื้อจัดจ้าง' กลางสงครามและวิกฤติโลก

ขณะที่ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภูมิภาคของเวิลด์แบงก์ ได้แชร์บทเรียนสำคัญจากการบริหารการจัดซื้อภาครัฐในช่วงวิกฤติโควิด-19 โดยเน้นย้ำว่า "หน่วยงานรัฐไม่ควรยอมประนีประนอมหลักการขั้นพื้นฐาน แม้จะอยู่ในสถานการณ์เร่งด่วน"

เบอร์โรอาได้ยกกรณีศึกษาการจัดซื้อเครื่องช่วยหายใจที่ผิดพลาดจากประเทศหนึ่งที่เข้ามาขอให้พิจารณาข้อเสนอเพื่อขอรับเงินทุนสนับสนุนการจัดซื้อเครื่องช่วยหายใจ ในช่วงวิกฤติโควิด-19 ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวมีเงื่อนไขที่ผิดปกติและมีความเสี่ยงสูงมาก คือ บริษัทต้องการให้รัฐบาลจ่ายเงินล่วงหน้า 100% ก่อนการส่งมอบ ซึ่งพบว่าบริษัทนี้เพิ่งจดทะเบียนได้เพียง 2 เดือนเท่านั้น  โดยเวิล์ดแบงก์ให้คำแนะนำว่าควรไปตรวจสอบและหาข้อมูลเพิ่มเติม แต่รัฐบาลเลือกที่จะไปขอเงินทุนจากแหล่งอื่นแทน จนนำไปสู่การสูญเสียงบประมาณโดยไม่ได้รับสินค้า และเกิดการสอบสวนครั้งใหญ่ตามมา