นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่า โครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมอ่าวไทย–อันดามัน เป็นโจทย์สำคัญของประเทศ โดยผลศึกษาของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ยืนยันว่า โครงการมีความคุ้มค่า และเป็นโอกาสของไทย
เมื่อวานนี้ นายกมีข้อสั่งการให้กระทรวงคมนาคมลงพื้นที่อีกครั้ง มีการทำประชาพิจารณ์แล้ว กำหนดเบื้องต้นว่า วันที่ 8 พฤษภาคมจะลงพื้นที่ไปที่ชุมพรก่อน บินจากกทม.ไปชุมพร อำเภอหลังสวน พะโต๊ะ ขับรถยากพะโต๊ะไประนอง ให้ท้องถิ่นผู้นำชุมชนมาหารือ พยายามเอาชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบมามีส่วนร่วม ขอความเห็นจากชาวบ้าน เห็นด้วยหรือไม่
"ผมจะไปชี้แจงข้อดี ข้อเสีย และผลการศึกษา อาชีพอะไรทำได้เมื่อมีท่าเรือเพิ่มขึ้น การที่เรือมาทิ้งสมอจะสร้างอาชีพอะไร ไม่จำเป็นต้องเป็นบริษัทใหญ่ สามารถเป็นบริษัทในพื้นที่ และจะมีอาชีพอะไรที่ต้องสงวนให้คนในพื้นที่เท่านั้น เพื่อให้คนพื้นที่ได้รับประโยชน์ แต่ต้องทำการศึกษาให้คนระนองและชุมพรก่อนเท่านั้น"
ด้านกระแสคัดค้าน นายพิพัฒน์ย้ำว่าไม่กังวล โดยมองว่าเป็นเรื่องปกติของโครงการขนาดใหญ่ พร้อมขอให้ทุกฝ่ายยึดประโยชน์ประเทศเป็นหลัก ไม่ใช่ผลประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
ส่วนกรณีสภาพัฒน์บอกว่า ไม่ได้ศึกษานั้น นายพิพัฒน์ยืนยันว่า เป็นคนละเรื่องเพราะที่ศึกษาคลองไทย เป็นการศึกษามายาวนานแล้ว มี 4 เวอร์ชั่นจากคอคอดกระ จนมาถึงคลองไทย ยืนยันว่า จะเดินหน้าแลนด์บริดจ์ ไม่มีการแบ่งแยกประเทศไทยเป็นสองส่วน ไม่มีไทยเหนือ ไทยใต้ ที่ผ่านมาการแบ่งประเทศเป็นสองส่วนเป็นความกังวลฝ่ายความมั่นคง
พร้อมยืนยันว่า มีการสำรวจระบบนิเวศน์วิทยาพยายามกระทบให้น้อยที่สุด และส่วนที่มีดราม่าความกังวล ว่าจะส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม ยอมรับว่า หายจะไปบ้างเพราะแลกมากับผลประโยชน์รายได้ที่จะเข้ามาในอนาคต
ทั้งนี้ คาดว่า พรบ.SEC จะเสนอครม.ได้ในไตรมาสที่สามของปีนี้ และคาดว่าจะเปิดประมูลโครงการต้องรอการพิจารณาจากสภาก่อน คาดว่า 2573 จะตอกเสาเข็มได้


