วันอังคาร ที่ 28 เมษายน 2569

Login
Login

'ครม.' ไฟเขียว กองทุนน้ำมันฯกู้ 2 หมื่นล้าน โดยกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกันเงินกู้

'ครม.' ไฟเขียว กองทุนน้ำมันฯกู้ 2 หมื่นล้าน โดยกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกันเงินกู้

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติอนุมัติให้สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) กู้ยืมเงินวงเงินใหม่        20,000 ล้านบาท และ ให้ สกนช. ดำเนินการกู้เงินได้เมื่อคณะรัฐมนตรีอนุมัติแผนการบริหารหนี้สาธารณะด้วยแล้ว 
ทั้งนี้ จากข้อมูล ณ วันที่ 5 เม.ย. 2569 ระบุว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีฐานะติดลบประมาณ 53,226 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนี้เงินชดเชยน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทต่าง ๆ ค้างจ่ายให้แก่ผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิง รวมประมาณ 56,399 ล้านบาท ส่งผลให้ผู้ประกอบการขาดสภาพคล่อง กระทบต่อความสามารถในการจัดหาน้ำมัน และมีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนในประเทศ ซึ่งเป็นผลมาจากเหตุสู้รบอิสราเอล-อิหร่าน 


ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า แผนการกู้เงินวงเงิน 20,000 ล้านบาทในครั้งนี้มีเงื่อนไขสำคัญคือ กระทรวงการคลังจะไม่ค้ำประกันเงินกู้ โดยสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบการชำระหนี้คืนจากรายได้ของกองทุนน้ำมันฯ เองทั้งหมด ซึ่งคาดว่าจะเริ่มทยอยลงนามในสัญญาเงินกู้ได้ในช่วงเดือนมิ.ย.-ส.ค. 2569 และมีกำหนดชำระหนี้คืนในช่วงเดือนก.ค. 2571-ส.ค. 2574 


ทั้งนี้ ในการพิจารณาของ ครม. หน่วยงานด้านเศรษฐกิจได้ตั้งข้อสังเกต  ดังนี้ กระทรวงการคลัง กำชับให้ สกนช. บริหารจัดการกระแสเงินสดอย่างเคร่งครัด โดยต้องให้ความสำคัญกับการชำระหนี้ก้อนเดิมที่กระทรวงการคลังค้ำประกันอยู่ มียอดคงค้าง 25,137 ล้านบาท เป็นลำดับแรก เพื่อไม่ให้กระทบต่อความน่าเชื่อถือของประเทศ

เพราะเมื่อรวมเงินกู้ครั้งใหม่นี้เข้าไปจะทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมียอดกู้รวมประมาณ 45,137 ล้านบาท ทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ข้อแนะนำว่า ตามกฎหมาย พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 มาตรา 26 กำหนดให้วงเงินกองทุนเมื่อรวมกับเงินกู้แล้วจะต้อง ไม่เกิน 40,000 ล้านบาท ดังนั้น กระทรวงพลังงานต้องบริหารจัดการไม่ให้ยอดรวมเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด 

อย่างไรก็ตาม ทางออกสุดท้ายหากสถานการณ์วิกฤตจนจำเป็นต้องกู้เกิน 40,000 ล้านบาทจริงๆ มาตรา 26 วรรคสาม ของ พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันฯ เปิดช่องให้สามารถเปลี่ยนแปลงกรอบวงเงินกู้ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจได้ แต่ต้องทำโดยการตราเป็นพระราชกฤษฎีกา และขอให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ได้