รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่าวันนี้ 28 เมษายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมีวาระสำคัญได้แก่ กระทรวงพลังงาน เตรียมเสนอ ปรับโครงสร้างค่าไฟใหม่ ก่อนที่วันพรุ่งนี้(29 เม.ย.) จะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เพื่อให้มีผลใช้ในรอบบิล มิ.ย.เป็นต้นไป โดยอัตราค่าไฟใหม่จะครอบคลุม 23.2 ล้านครัวเรือน แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้
1.) กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าน้อยกว่า 200 หน่วย (กลุ่มเป้าหมายหลัก) จะมุ่งเน้นช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อยใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน โดยกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ซึ่งกลุ่มที่ได้รับผลประโยชน์ครอบคลุม 23.2 ล้านครัวเรือน แบ่งเป็น
กลุ่มเดิมที่ใช้ไฟน้อยกว่า 200 หน่วย จำนวน 15.4 ล้านครัวเรือน และกลุ่มที่ใช้ไฟมากกว่า 200 หน่วยอีก 7.8 ล้านครัวเรือน ที่จะได้รับอานิสงส์จากการปรับโครงสร้าง
2.) กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้า 201-400 หน่วย (กลุ่มเรตปกติ) เป็นครัวเรือนใช้ไฟฟ้าระดับปานกลางคิดอัตราค่าไฟฟ้าเรตปกติที่ 3.95 บาทต่อหน่วย มีประชาชนกลุ่มนี้ 4.6 ล้านครัวเรือน
3.) กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 401 หน่วยขึ้นไป (กลุ่มรอปรับอัตราใหม่) สำหรับบ้านเรือนที่ใช้ไฟฟ้าสูงมี 3.2 ล้านครัวเรือน จะถูกปรับขึ้นจากเดิมเฉลี่ย 4.50 บาทต่อหน่วย เป็นมากกว่า 5 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้น 1 บาทต่อหน่วย ดังนั้นแนะนำเพิ่มเติมสำหรับประชาชนกลุ่มนี้ควรพิจารณาติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เป็นทางเลือกประหยัดค่าไฟฟ้า
นอกจากนี้กระทรวงพลังงานจะได้เสนอขออนุมัติกู้ยืมเงินของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อรักษาระดับราคาพลังงาน โดยต้องจับตาว่าจะมีการอนุมัติรูปแบบการกู้เงินของกองทุนน้ำมันฯว่าจะกู้ในรูปแบบการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังค้ำประกันการกู้เงินของกองทุนน้ำมันฯหรือไม่ เนื่องจากปัจจุบันกองทุนน้ำมันฯมีภาระหนี้สะสมสูงกว่า 6 หมื่นล้านบาท
กระทรวงการคลัง จะเสนอที่ประชุม ครม. พิจารณาเรื่องการเตรียมการด้านงบประมาณสำหรับการที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในปี 2569
กระทรวงสาธารณสุข ยังได้เสนอแผนการส่งผู้แทนไทยเข้าสมัครรับการเลือกตั้งตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ องค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อแสดงศักยภาพของไทยในด้านสาธารณสุขระดับโลก
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอโครงการรับซื้อน้ำนมดิบเพื่อการผลิต ระยะที่ 2 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรโคนมไทย
หลายกระทรวงได้เสนอขออนุมัติตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 สำหรับโครงการที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป เช่น
- กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงคมนาคม เสนอโครงการลงทุนพื้นฐานขนาดใหญ่
- กระทรวงมหาดไทย เสนอขอรับจัดสรรงบประมาณปี 2570 สำหรับรายการก่อหนี้ผูกพันข้ามปี
- กระทรวงยุติธรรม เสนอรายการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีวงเงินสูงกว่า 1,000 ล้านบาท
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เสนอโครงการพัฒนาศูนย์การแพทย์และนวัตกรรมที่สำคัญหลายแห่ง ได้แก่
- โครงการสถาบันการแพทย์ศิริราชระดับนานาชาติ
- การจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม, ศูนย์นวัตกรรมทางการแพทย์ชั้นเลิศบูรพาทิศ (ม.บูรพา)
- ศูนย์รักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งด้วยอนุภาคโปรตอน (ม.ขอนแก่น) และโครงการศูนย์สุขภาพอันดามัน (ม.สงขลานครินทร์)
สำหรับวาระเพื่อทราบ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้เสนอข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันความเสี่ยงการทุจริตในการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม
พร้อมกันนี้ ครม. ได้รับทราบการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีในกระทรวงต่างๆ เช่น กระทรวงพลังงาน, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ, กระทรวง อว. และกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงการแต่งตั้งประธานกรรมการในคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ
ทั้งนี้ การประชุม ครม.ในวันนี้ยังครอบคลุมถึงการพิจารณาแผนปฏิบัติราชการประจำปี 2570 ของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด เพื่อให้การบริหารงานในระดับพื้นฐานสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาของรัฐบาลต่อไป

