วันนี้ (27 เม.ย.69) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ในงาน International Public Procurement Conference 2026 ว่าปัจจุบันการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ในปัจจุบันไม่ใช่แค่กระบวนการจัดซื้อภาครัฐ หรือการซื้อพัสดุทั่วไป แต่ถูกยกระดับให้เป็นหัวใจสำคัญในการวางยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาประเทศ เนื่องจากในส่วนนี้มีส่วนที่เกี่ยวข้องกับขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่มาก โดยในบางประเทศมีมูลค่าสูงถึง 10-20% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งประเทศไทยมุ่งหวังจะใช้กลไกนี้เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
ทั้งนี้ กรมบัญชีกลาง ได้รับคำชมในฐานะหน่วยงานแนวหน้าที่มีระบบการจัดซื้อจัดจ้างเป็นต้นแบบให้แก่ประเทศในแถบเอเชียแปซิฟิก
ทั้งนี้ รัฐบาลไทย ได้มีการตั้งเป้าหมายที่จะปรับโฉมการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้เป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศ และถือเป็นความสำเร็จที่เป็นต้นแบบของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมเร่งเชื่อมโยงระบบดิจิทัลอำนวยความสะดวก SME เข้าถึงสินเชื่อ และเตรียมดึงงบเบิกจ่ายล่าช้าสมทบทุนโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ
นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า รัฐบาลได้กำหนดเป็น 4 เสาหลัก ในการยกระดับการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐในการขับเคลื่อนผ่าน 4 มิติหลัก ได้แก่
- ด้านดิจิทัล (Digital) โดยมุ่งเน้นการใช้ระบบ e-GP เป็นแพลตฟอร์มกลาง โดยมีนโยบายเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบของธนาคารเพื่อให้กลุ่ม SME และวิสาหกิจเพื่อสังคม (SE) ที่เป็นคู่ค้ากับภาครัฐสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน และสินเชื่อได้สะดวกยิ่งขึ้น
- ด้านสิ่งแวดล้อม (Green) โดยส่งเสริม "การจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว" เพื่อตอบรับเทรนด์โลกยุคใหม่ที่เน้นความยั่งยืน และช่วยบริหารจัดการงบประมาณในช่วงวิกฤติน้ำมันแพง
- ด้านนวัตกรรม (Innovation) โดยมุ่งสนับสนุนกลุ่ม Startup ของไทยผ่านระบบการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อสร้างโอกาสทางการตลาด
- การเพิ่มแต้มต่อ โดยให้สิทธิประโยชน์แก่กลุ่ม SE และ SME ไทย เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และยกระดับความโปร่งใส และประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่น
นอกจากนั้น รัฐบาลมีนโยบายผลักดันการใช้ ข้อมูลเปิด (Open Data) ของกรมบัญชีกลาง สู่สาธารณะเพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการตรวจสอบ นอกจากนี้ยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา ระบบจัดเกรดผู้รับเหมา เพื่อเพิ่มความรับผิดชอบ และยกระดับมาตรฐานการทำงานให้รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์


