ประเทศไทยมีบริษัทกว่า 15,000 แห่ง และ ผลิตภัณฑ์กว่า 166,000 รายการ รวมถึงร้านอาหารและภัตราคารอีกกว่า 3,500 แห่ง ที่ได้รับเครื่องหมายฮาลาลแล้ว (ข้อมูล ณ 2567)
ขณะที่องค์การความร่วมมืออิสลาม หรือ OIC พยากรณ์ไว้ว่า ประชากรมุสลิมทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น เป็น 3 พันล้านคน หรือเพิ่มขึ้นอีก 30% ในปี 2603 หรือ อีก 30 กว่าปีข้างหน้า ชี้ให้เห็นว่าไทยกำลังชิมลางเข้าเป็นผู้เล่นในเศรษฐกิจฮาลาล
ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ระบุว่าประเทศไทย และผู้ประกอบการไทยต้องเปลี่ยน Mind Set เพื่อเข้าสู่มาตรฐานของฮาลาลที่มีการเติบโตมากขึ้น เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ซึ่งต้องยกระดับเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับการเป็น “Muslim friendly country”
โดยประเทศไทยมีจุดแข็งอย่างชัดเจนในการเป็น เป็นประเทศที่เปิดรับวัฒนธรรมอย่างจริงจัง นี่คือเสน่ห์ที่ทำให้ชาวตะวันออกกลางมองประเทศไทยในแง่ดี มีหลักฐานที่ยืนยันความสนใจของตลาดนี้ เช่น การมีนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางเดินทางมายัง กระบี่ กรุงเทพ และเชียงใหม่ และข้อมูลที่ระบุว่าเป็นคลัสเตอร์ของชาวตะวันออกกลางที่ใหญ่ที่สุดรองจากดูไบนั้นตั้งอยู่ในกรุงเทพ
ทั้งนี้ เศรษฐกิจอิสลาม (Islamic Economy) หรือที่รู้จักกันในชื่อเศรษฐกิจฮาลาล ถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพมหาศาลที่ประเทศไทยควรใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ในปัจจุบัน 1 ใน 4 ของประชากรโลกคือชาวมุสลิม ทำให้เกิดกำลังซื้อขนาดใหญ่ โดยข้อมูลจาก McKinsey ชี้ว่า กำลังซื้อที่อยู่ในระบบการเงินอิสลามนั้นใหญ่โตมหาศาล
สัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดของเศรษฐกิจฮาลาลคือ อาหาร รองลงมาคือเรื่อง ท่องเที่ยวและการเดินทาง และสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือประชากรมุสลิมส่วนใหญ่เป็น คนรุ่นใหม่ที่มีอายุน้อย นั่นหมายถึงโอกาสในการเติบโตและกำลังซื้อในอนาคตมีสูงมาก นอกจากจำนวนประชากรแล้ว ตลาดอิสลามยังมีแนวโน้มเติบโตสูงในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นแหล่งที่มีความต้องการกำลังซื้ออีกมหาศาล
“เศรษฐกิจอิสลามนั้นเป็นมากกว่าการบริโภคทั่วไป แต่เป็น เศรษฐกิจที่อยู่บนพื้นฐานของศรัทธา เชื่อมโยงกับเรื่องของ ความยั่งยืนและความพอเพียง ที่สังคมโลกสมัยใหม่กำลังให้ความสำคัญ ผู้บริโภคมุสลิมในปัจจุบันมีความคุ้นเคยกับ เทคโนโลยีดิจิทัล ไม่ต่างจากผู้บริโภคในประเทศอื่นๆ ทำให้กำลังซื้อของตลาดกลุ่มนี้มีพลวัตสูงและขับเคลื่อนด้วยเทรนด์ใหม่ๆ”
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจฮาลาลอาจยังมีข้อจำกัด หรือ เงื่อนไขเฉพาะที่ต้องดำเนินการอย่างเคร่งครัดจึงอาจเป็นข้อจำกัดการเข้าสู่โอกาสทางเศรษฐกิจฮาลาลนี้ แต่ปัจจุบันมีทางเลือกใหม่ๆที่จะช่วยทลายข้อจำกัดขณะเดียวกันก็ส่งเสริมการเข้าสู่ตลาดมุสลิมด้วยวิธีการที่ง่ายขึ้นแต่ก็คงรักษาหลักศรัทธาของศาสนาอิสลามอย่างถูกต้องต่อไป
ข้อมูลจาก Halal In Japan Blog ระบุว่า ชาวมุสลิมให้ความสำคัญคืออาหารฮาลาล ซึ่งหมายถึงอาหารที่ทำจากสัตว์ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ และไม่มีส่วนผสมของเนื้อหมู น้ำมันหมู หรือแอลกอฮอล์ในการปรุงอาหาร
ทั้งนี้ ผู้บริโภคมุสลิมในปัจจุบันมีแนวโน้มเป็นกลุ่มคนอายุน้อย แต่มีความฉลาดในการเลือกบริโภคมากขึ้น ขณะเดียวกันก็มีความสนใจความสะดวกสบาย และพร้อมเปิดรับทางเลือกใหม่ ที่ยังคำนึงถึงคุณภาพที่ดี
“ทิศทางพฤติกรรมผู้บริโภคชาวมุสลิมมีแนวโน้มเปลี่ยนไป โดยเปิดกว้างมากขึ้นแต่พวกเขายังมองหาผลิตภัณฑ์และบริการที่สอดคล้องกับความเชื่อของศาสนาอิสลามด้วย”
เมื่อนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมมีฐานะดีและยินดีที่จะใช้จ่ายกับอาหารคุณภาพสูง ในระหว่างประสบการณ์การเดินทาง ด้วยการลิ้มลองรสชาติอาหารท้องถิ่นต่างๆ เช่น อาหารญี่ปุ่น ดังนั้น ช่วงปี 2544 ในญี่ปุ่นซึ่งโดยทั่วไปแล้วไม่มีมาตรฐานอิสลามใด ๆ ที่จะรับรองร้านอาหารใด ๆ ว่าเป็นฮาลาล
สมาคมฮาลาลแห่งเอเชีย (Nippon Asia Halal Association หรือ NAHA) จึงได้คิดค้นแนวคิดที่ว่า หากสามารถปรุงอาหารในสภาพแวดล้อมที่ได้มาตรฐานฮาลาลได้ ก็จะช่วยให้ทั้งชาวมุสลิมและผู้ที่ไม่ใช่มุสลิมสามารถจัดหาอาหารที่ชาวมุสลิมสามารถไว้วางใจได้ หรือ “Muslim-friendly”
จากแนวคิดดังกล่าว สมาคมฮาลาลแห่งญี่ปุ่นจึงกำหนดเกณฑ์ต่อไปนี้สำหรับมาตรฐาน “Muslim-friendly” เช่น มาตรฐาน
“Muslim-friendly”ใช้ได้เฉพาะกับร้านอาหารและโรงแรมเท่านั้น ไม่สามารถใช้กับผลิตภัณฑ์ได้ โดยส่วนผสมทั้งหมดที่ใช้ในอาหารต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิมต้องได้รับการรับรองฮาลาลสำหรับเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์
นอกจากนี้ ตลาดฮาลาล ไม่ได้มีแต่เพียงทางเลือกอย่าง กติกา “Muslim-friendly”เท่านั้น แต่ในแง่ขนาดตลาดพบว่า ไม่ได้มีแต่เพียงประเทศมุสลิมเท่านั้น แต่ยังมีประเทศนอกกลุ่ม OIC เช่น บราซิล จีน อินเดีย สหรัฐ ซึ่งต่างก็เป็นผู้นำเข้าสินค้าฮาลาลรายใหญ่และในทางกลับกันก็จะเป็นผู้มาเยือนและใช้บริการ “Muslim-friendly”ในประเทศไทยที่ภาครัฐและเอกชนทุกฝ่ายต้องเร่งทำความเข้าใจ และปรับตัวเพื่อคว้าโอกาสใหม่ๆทางเศรษฐกิจนี้





