วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน 2569

Login
Login

เปิด 20 โปรเจกต์ด่วน 'คมนาคม' เข็นเงินลงทุนกว่า 1.3 ล้านล้าน

เปิด 20 โปรเจกต์ด่วน 'คมนาคม' เข็นเงินลงทุนกว่า 1.3 ล้านล้าน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายและแนวทางการจัดทำงบประมาณฯ ภายใต้กรอบวงเงิน 3,788,000 ล้านบาท โดยกำหนดแนวทางคือ ต้อง “ตรงเป้า แม่นยำ” และตอบโจทย์นโยบาย “10 พลัส” เพื่อนำพาประเทศก้าวผ่านวิกฤติ ควบคู่กับการวางรากฐานการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเร่งหลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง

โดยดำเนินการผ่านนโยบายสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านต่างประเทศและความมั่นคง ด้านสังคม ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม และด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย พร้อมเน้นย้ำให้ภาครัฐใช้งบประมาณโดยยึดหลักความคุ้มค่า และงบประมาณฐานศูนย์ (Zero-based Budgeting) กำชับพิจารณาจากความจำเป็น ความเร่งด่วน ความเหมาะสม ของสถานการณ์ พร้อมปรับลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น การขอรับงบประมาณเพิ่มต้องไม่เกิน 20% ของปีที่ผ่านมา และต้องเป็นรายจ่ายลงทุนเท่านั้น

นอกจากนี้ ยังมุ่งส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด เช่น การใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) การติดตั้ง Solar Rooftop ในหน่วยงานต่างๆ เพื่อรับมือวิกฤตพลังงานในระยะยาว รวมถึงส่งเสริมความพร้อมด้านความมั่นคงอย่างรอบด้านอีกด้วย

ในส่วนของกระทรวงคมนาคม นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้มุ่งเน้นการบำรุงรักษาและซ่อมแซมโครงข่ายถนนที่มีอยู่เดิมให้มีประสิทธิภาพและพร้อมใช้งานอย่างต่อเนื่อง มากกว่าดำเนินโครงการก่อสร้างใหม่ เพื่อให้การใช้ทรัพยากรเป็นไปอย่างคุ้มค่า ช่วยลดรายจ่ายภาครัฐ และสามารถยกระดับความปลอดภัยในการคมนาคมขนส่งได้อย่างยั่งยืน

“กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานในสังกัดพร้อมนำนโยบายและแนวทางการดำเนินงานของนายกรัฐมนตรีมาใช้ในการวางแผน และจัดทำงบประมาณให้เกิดผลเป็นรูปธรรม พร้อมกำชับหน่วยงานในสังกัดจัดทำคำของบประมาณให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งให้มีประสิทธิภาพ คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลให้บรรลุเป้าหมายต่อไป”

อย่างไรก็ดี ในส่วนของโครงการลงทุนสำคัญภายใต้แผนของกระทรวงคมนาคมที่จะทยอยเสนอคณะรัฐมนตรีหรือคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องเพื่ออนุมัติโครงการ และส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนในลักษณะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุน (PPP) เพื่อลดการลงทุนของภาครัฐ มีจำนวนรวม 20 โครงการ มูลค่ามากกว่า 1.38 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น

(1) ด้านการคมนาคมทางบก ประกอบด้วย

(1.1) โครงการทางพิเศษสายฉลองรัช - วงแหวนรอบนอก กรุงเทพมหานคร ด้านตะวันออก วงเงิน 13,655 ล้านบาท

(1.2) โครงการพัฒนาโครงข่ายพื้นที่บางปะอิน ทั้งในส่วนที่เชื่อมกับมอเตอร์เวย์สาย M6 ถนนสายเอเชีย และมอเตอร์เวย์ M9 วงเงิน 9,651 ล้านบาท

(1.3) โครงการทางพิเศษยกระดับชั้นที่ 2 (Double Deck) (ช่วงงามวงศ์วาน - พระราม 9) วงเงิน 34,800 ล้านบาท

(1.4) โครงการมอเตอร์เวย์สาย M8 นครปฐม - ปากท่อ วงเงิน 54,562 ล้านบาท

(1.5) โครงการทางพิเศษสายศรีนครินทร์ - ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วงเงิน 20,811 ล้านบาท

(1.6) โครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต ช่วง เมืองใหม่ - เกาะแก้ว - กะทู้ วงเงิน 46,751 ล้านบาท

(1.7) โครงการมอเตอร์เวย์ วงแหวนรอบที่ 3 ด้านตะวันออก ช่วง ทล.305 - ทล.304

(1.8) โครงการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองหาดใหญ่ ด้านตะวันออก (ทางแนวใหม่) ช่วงจุดตัด ทล.43 - จุดตัด ทล.4

(2) ด้านการคมนาคมทางราง ประกอบด้วย โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่

(2.1) ช่วงชุมพร - สุราษฎร์ธานี วงเงิน 30,422.53 ล้านบาท

(2.2) ช่วงสุราษฎร์ธานี - หาดใหญ่ - สงขลา วงเงิน 66,270.51 ล้านบาท

(2.3) ช่วงหาดใหญ่ - ปาดังเบซาร์ วงเงิน 7,772.90 ล้านบาท

(3) ด้านการคมนาคมทางอากาศ ประกอบด้วย

(3.1) โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วงเงิน 13,829 ล้านบาท

(3.2) แผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ฉบับปี 2568)

(3.3) โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 วงเงิน 69,285 ล้านบาท

(3.4) โครงการพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่ ระยะที่ 1 วงเงิน 16,000 ล้านบาท

(3.5) โครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต ระยะที่ 2 วงเงิน 6,211

(3.6) งานศึกษาความเป็นไปได้และความคุ้มค่าในการลงทุนโครงการเบื้องต้นของท่าอากาศยานอันดามันและท่าอากาศยานล้านนา (Preliminary Feasibility Study)

(4) ด้านการคมนาคมทางน้ำ ประกอบด้วย

(4.1) โครงการพัฒนาท่าเทียบเรือรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ (Cruise Terminal) อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

(4.2) โครงการพัฒนาแลนด์บริดจ์ วงเงิน 9 แสนล้านบาท

(4.3) การพัฒนาการขนส่งสินค้าทางน้ำเส้นทางปากน้ำโพ - สมุทรสาคร เชื่อมโยงเส้นทาง MR – MAP - 13