นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายและแนวทางการจัดทำงบประมาณฯ ภายใต้กรอบวงเงิน 3,788,000 ล้านบาท โดยกำหนดแนวทางคือ ต้อง “ตรงเป้า แม่นยำ” และตอบโจทย์นโยบาย “10 พลัส” เพื่อนำพาประเทศก้าวผ่านวิกฤติ ควบคู่กับการวางรากฐานการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเร่งหลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง
โดยดำเนินการผ่านนโยบายสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านต่างประเทศและความมั่นคง ด้านสังคม ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม และด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย พร้อมเน้นย้ำให้ภาครัฐใช้งบประมาณโดยยึดหลักความคุ้มค่า และงบประมาณฐานศูนย์ (Zero-based Budgeting) กำชับพิจารณาจากความจำเป็น ความเร่งด่วน ความเหมาะสม ของสถานการณ์ พร้อมปรับลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น การขอรับงบประมาณเพิ่มต้องไม่เกิน 20% ของปีที่ผ่านมา และต้องเป็นรายจ่ายลงทุนเท่านั้น
นอกจากนี้ ยังมุ่งส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด เช่น การใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) การติดตั้ง Solar Rooftop ในหน่วยงานต่างๆ เพื่อรับมือวิกฤตพลังงานในระยะยาว รวมถึงส่งเสริมความพร้อมด้านความมั่นคงอย่างรอบด้านอีกด้วย
ในส่วนของกระทรวงคมนาคม นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้มุ่งเน้นการบำรุงรักษาและซ่อมแซมโครงข่ายถนนที่มีอยู่เดิมให้มีประสิทธิภาพและพร้อมใช้งานอย่างต่อเนื่อง มากกว่าดำเนินโครงการก่อสร้างใหม่ เพื่อให้การใช้ทรัพยากรเป็นไปอย่างคุ้มค่า ช่วยลดรายจ่ายภาครัฐ และสามารถยกระดับความปลอดภัยในการคมนาคมขนส่งได้อย่างยั่งยืน
“กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานในสังกัดพร้อมนำนโยบายและแนวทางการดำเนินงานของนายกรัฐมนตรีมาใช้ในการวางแผน และจัดทำงบประมาณให้เกิดผลเป็นรูปธรรม พร้อมกำชับหน่วยงานในสังกัดจัดทำคำของบประมาณให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งให้มีประสิทธิภาพ คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลให้บรรลุเป้าหมายต่อไป”
อย่างไรก็ดี ในส่วนของโครงการลงทุนสำคัญภายใต้แผนของกระทรวงคมนาคมที่จะทยอยเสนอคณะรัฐมนตรีหรือคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องเพื่ออนุมัติโครงการ และส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนในลักษณะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุน (PPP) เพื่อลดการลงทุนของภาครัฐ มีจำนวนรวม 20 โครงการ มูลค่ามากกว่า 1.38 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น
(1) ด้านการคมนาคมทางบก ประกอบด้วย
(1.1) โครงการทางพิเศษสายฉลองรัช - วงแหวนรอบนอก กรุงเทพมหานคร ด้านตะวันออก วงเงิน 13,655 ล้านบาท
(1.2) โครงการพัฒนาโครงข่ายพื้นที่บางปะอิน ทั้งในส่วนที่เชื่อมกับมอเตอร์เวย์สาย M6 ถนนสายเอเชีย และมอเตอร์เวย์ M9 วงเงิน 9,651 ล้านบาท
(1.3) โครงการทางพิเศษยกระดับชั้นที่ 2 (Double Deck) (ช่วงงามวงศ์วาน - พระราม 9) วงเงิน 34,800 ล้านบาท
(1.4) โครงการมอเตอร์เวย์สาย M8 นครปฐม - ปากท่อ วงเงิน 54,562 ล้านบาท
(1.5) โครงการทางพิเศษสายศรีนครินทร์ - ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วงเงิน 20,811 ล้านบาท
(1.6) โครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต ช่วง เมืองใหม่ - เกาะแก้ว - กะทู้ วงเงิน 46,751 ล้านบาท
(1.7) โครงการมอเตอร์เวย์ วงแหวนรอบที่ 3 ด้านตะวันออก ช่วง ทล.305 - ทล.304
(1.8) โครงการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองหาดใหญ่ ด้านตะวันออก (ทางแนวใหม่) ช่วงจุดตัด ทล.43 - จุดตัด ทล.4
(2) ด้านการคมนาคมทางราง ประกอบด้วย โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่
(2.1) ช่วงชุมพร - สุราษฎร์ธานี วงเงิน 30,422.53 ล้านบาท
(2.2) ช่วงสุราษฎร์ธานี - หาดใหญ่ - สงขลา วงเงิน 66,270.51 ล้านบาท
(2.3) ช่วงหาดใหญ่ - ปาดังเบซาร์ วงเงิน 7,772.90 ล้านบาท
(3) ด้านการคมนาคมทางอากาศ ประกอบด้วย
(3.1) โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วงเงิน 13,829 ล้านบาท
(3.2) แผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ฉบับปี 2568)
(3.3) โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 วงเงิน 69,285 ล้านบาท
(3.4) โครงการพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่ ระยะที่ 1 วงเงิน 16,000 ล้านบาท
(3.5) โครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต ระยะที่ 2 วงเงิน 6,211
(3.6) งานศึกษาความเป็นไปได้และความคุ้มค่าในการลงทุนโครงการเบื้องต้นของท่าอากาศยานอันดามันและท่าอากาศยานล้านนา (Preliminary Feasibility Study)
(4) ด้านการคมนาคมทางน้ำ ประกอบด้วย
(4.1) โครงการพัฒนาท่าเทียบเรือรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ (Cruise Terminal) อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี
(4.2) โครงการพัฒนาแลนด์บริดจ์ วงเงิน 9 แสนล้านบาท
(4.3) การพัฒนาการขนส่งสินค้าทางน้ำเส้นทางปากน้ำโพ - สมุทรสาคร เชื่อมโยงเส้นทาง MR – MAP - 13





