วันอังคาร ที่ 28 เมษายน 2569

Login
Login

จับตา 28 เม.ย. โหวต 'พิมพ์ใจ' เต็งหนึ่งปธ. 'ส.อ.ท.' คนใหม่ ฝ่าข้อร้องเรียนเลือกตั้ง

จับตา 28 เม.ย. โหวต 'พิมพ์ใจ' เต็งหนึ่งปธ. 'ส.อ.ท.' คนใหม่ ฝ่าข้อร้องเรียนเลือกตั้ง

รายงานข่าวจากระบุว่า วันที่ 28 เม.ย. 2569 จะมีการประชุมคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ซึ่งถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นวันลงคะแนนเลือกตั้ง “ประธานส.อ.ท.” คนที่ 17 วาระ 2 ปี (2569–2571) แทน นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ที่ครบวาระ ท่ามกลางกระแสความวุ่นวายและข้อร้องเรียนเกี่ยวกับความโปร่งใสของการเลือกตั้งกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กส.) เมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการโหวตเลือกประธานคนใหม่

ความเคลื่อนไหวล่าสุด ผู้แทนสมาชิก ส.อ.ท. ได้ทยอยยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อขอให้ใช้อำนาจตามกฎหมายกำกับดูแล และสั่งการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน รวมถึงพิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของกระบวนการเลือกตั้ง โดยมีผู้อำนวยการกองกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นผู้รับมอบหนังสือ ขณะเดียวกัน ยังได้ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เพื่อเรียกร้องให้พิจารณา “ให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ” โดยให้เหตุผลด้านหลักธรรมาภิบาล

ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้ความเห็นว่า ประเด็นดังกล่าวไม่ใช่อำนาจของกระทรวง เนื่องจากเป็นกระบวนการเลือกตั้งภายในของ ส.อ.ท. ซึ่งมีหลักเกณฑ์และกฎหมายกำกับดูแลชัดเจนตามพระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2530 ภาครัฐจึงไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้

สำหรับขั้นตอนการเลือกตั้งประธาน ส.อ.ท. จะมีผู้มีสิทธิลงคะแนนรวม 372 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

  • กรรมการสภาฯ ที่ได้รับการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 30 มี.ค. จำนวน 248 ราย
  • ประธาน 48 กลุ่มอุตสาหกรรม
  • ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัด 76 จังหวัด

โดยจะมีการนับคะแนนและทราบผลในวันเดียวกัน (28 เม.ย.) ก่อนส่งมอบงานให้คณะกรรมการชุดใหม่ดำเนินการต่อ

แหล่งข่าวจาก ส.อ.ท. กล่าวว่า นางพิมพ์ใจ ลี้อิสระนุกูล รองประธาน ส.อ.ท. ประธานสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์ และกรรมการบริหารกลุ่มสิทธิผล ถูกจับตาในฐานะแคนดิเดตตัวเต็ง และมีแนวโน้มสูงที่จะได้รับเลือกเป็นประธาน ส.อ.ท. คนใหม่ ซึ่งหากได้รับเลือก จะถือเป็นประธานหญิงคนแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งองค์กร

อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามว่าจะมีผู้เสนอตัวแข่งขันเพิ่มเติมหรือไม่ ภายหลัง นายอภิชิต ประสพรัตน์ รองประธาน ส.อ.ท. และประธานสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) อีกหนึ่งแคนดิเดตสำคัญ ไม่ได้รับเลือกเป็นกรรมการสภาฯ ทำให้หมดสิทธิ์ถูกเสนอชื่อชิงตำแหน่งประธานในครั้งนี้

แหล่งข่าวจากกรรมการส.อ.ท. ชุดใหม่ เปิดเผยว่า มีความเป็นไปได้น้อยที่จะมีผู้เสนอตัวแข่งขันเพิ่มเติม และแม้จะมีผู้ท้าชิง ก็เชื่อว่านางพิมพ์ใจ จะยังคงได้รับเสียงสนับสนุนจากกรรมการส่วนใหญ่ เนื่องจากฐานเสียงจากการเลือกตั้งที่ผ่านมาอยู่ในทิศทางเดียวกัน พร้อมยืนยันว่ากระบวนการทั้งหมดเป็นไปตามระเบียบ ตรวจสอบได้ และมีความโปร่งใส จึงไม่เห็นเหตุผลที่จะทำให้การโหวตครั้งนี้เป็นโมฆะได้

ทั้งนี้ ผลการเลือกตั้งกรรมการส.อ.ท. ทั้ง 248 ราย เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ได้มีการลงนามรับรองผลอย่างถูกต้องแล้ว อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามว่าจะมีการร้องเรียนเพิ่มเติมหรือไม่ โดยแหล่งข่าวมองว่า สถานการณ์ครั้งนี้แตกต่างจากการเลือกตั้งครั้งก่อนๆ ที่ผู้แพ้มักยอมรับผลเพื่อให้กระบวนการเดินหน้าต่อได้อย่างราบรื่น

ขณะที่อีกมุมหนึ่ง แหล่งข่าวจากสมาชิก ส.อ.ท. ที่สนับสนุนการให้เลือกตั้งเป็นโมฆะ ให้เหตุผลว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีข้อสังเกตหลายประการ อาทิ จำนวนผู้มาใช้สิทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และการเสนอชื่อกรรมการเพิ่มเติมจากที่ประชุมในจำนวนมากผิดปกติ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการพิจารณาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงอุตสาหกรรม และคณะกรรมการ กกร. ซึ่งคาดว่าอาจมีความคืบหน้าก่อนการประชุมวันที่ 28 เม.ย.

สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ นับเป็นหนึ่งในครั้งที่มีความขัดแย้งสูงที่สุด โดยก่อนหน้านี้ นางพิมพ์ใจ ได้ประกาศลงสมัครชิงตำแหน่งแทนนายชนะ ภูมี รองประธาน ส.อ.ท. และที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ที่ตัดสินใจถอนตัวอย่างกะทันหันก่อนวันเลือกตั้งกรรมการสภาฯ เพียง 3 วัน

นายชนะ ให้เหตุผลว่า บรรยากาศการแข่งขันเต็มไปด้วยการบิดเบือนข้อมูล การใส่ร้าย และการลดทอนความน่าเชื่อถือ ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นจนกระทบต่อองค์กร และเสี่ยงสร้างความเข้าใจผิดในวงกว้าง จึงตัดสินใจถอนตัวเพื่อปกป้ององค์กร พร้อมย้ำว่าการถอนตัวไม่ได้เป็นการยอมรับข้อกล่าวหา แต่เป็นการยืนหยัดบนหลักการ

ทั้งนี้ ต้องติดตามว่า การประชุมในวันที่ 28 เม.ย. จะสามารถเดินหน้าการโหวตเลือกประธาน ส.อ.ท. คนใหม่ได้อย่างราบรื่น หรือจะมีปัจจัยใหม่ที่ส่งผลต่อความชอบธรรมของกระบวนการเลือกตั้งในช่วงโค้งสุดท้ายอีกหรือไม่