นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า หนึ่งในนโยบายที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายไว้เพื่อดำเนินการแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานพิจารณาการใช้รถที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงปรับเป็นรถไฟฟ้า (EV) รวมทั้งเร่งสนับสนุนใช้ยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับระบบขนส่งสาธารณะ
โดยในส่วนของกระทรวงคมนาคม ทราบว่าขณะนี้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) มีแผนเช่ารถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด (EV) จำนวน 1,520 คัน กำหนดรับมอบรถประมาณเดือน มี.ค.2570 ดังนั้นในระหว่างที่รอรับรถเมล์ใหม่ กระทรวงฯ จึงมีแนวคิดที่จะให้ ขสมก. เช่ารถเมล์ EV ของเอกชนที่มีรถพร้อมให้บริการอยู่แล้ว ภาครัฐโดย ขสมก.ควรจะเข้าไปเจรจานำรถเมล์ส่วนนี้มาเร่งให้บริการประชาชน
ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าทางบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด (TSB) ปัจจุบันมีรถเมล์ EV ยังจอดไว้ไม่ได้ดำเนินการอีกประมาณ 800 คัน ดังนั้นส่วนนี้สามารถไปเจรจาเช่าเพื่อ ขสมก.นำมาให้บริการแทนรถเมล์ร้อนที่มีอยู่ โดยกระทรวงฯ ได้มอบให้ ขสมก. ไปพิจารณาข้อกฎหมาย และระเบียบต่างๆ ว่าจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ สามารถเจรจากับเอกชนเพื่อดำเนินการได้อย่างไรบ้าง และราคาค่าเช่าเท่าไหร่
ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวในฐานะกำกับดูแล ขสมก. เปิดเผยว่า ขณะนี้ ขสมก.ยังมีรถเมล์ที่ใช้น้ำมันดีเซลให้บริการอยู่ ดังนั้นนโยบายของกระทรวงฯ จึงมอบหมายให้ ขสมก.ไปดูแนวทางการเช่ารถ EV มาใช้ทดแทน ซึ่งตอนนี้ยังเป็นเพียงแนวคิด ยังไม่มีการเจรจากับเอกชนหรือกลุ่มไทย สมายล์ บัส เพราะต้องตรวจสอบในแง่ของกฎหมายว่าจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง
แต่อย่างไรก็ดี เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน กระทรวงฯ ตั้งเป้าว่าควรจะได้รถเมล์ EV เข้ามาให้บริการโดยเร็วภายในปีนี้ เพราะรถเมล์ EV มีต้นทุนที่ประหยัดกว่ารถเมล์ดีเซลเป็นเท่าตัว เช่น รถดีเซลมีค่าใช้จ่าย 40 บาทต่อกิโลเมตร ส่วนรถ EV ค่าใช้จ่ายจะเหลือประมาณ 20 บาทต่อกิโลเมตร อีกทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป้าหมายของกระทรวงฯ หากนำรถ EV มาให้บริการแทนรถเมล์ดีเซลซึ่งเป็นรถเมล์ร้อน ก็จะยังเก็บค่าโดยสารราคาเดิมที่ 8 บาท เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชน
นายสิริพงศ์ กล่าวยืนยันว่า แนวคิดการเช่ารถเมล์ EV จากไทย สมายล์ บัส ในระหว่างที่ ขสมก.รอรับการส่งมอบรถจำนวน 1,520 คัน ในช่วงปลาย มี.ค. 2570 เป็นเพียงหนึ่งในแนวคิดเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนรถในระบบ และลดต้นทุนการให้บริการในช่วงสั้นเท่านั้น ยังไม่ได้มีการเจรจาหรือกำหนดเงื่อนไขของการเช่า
และยืนยันว่าไม่มีการ “ล็อกสเปก” ให้เอกชนรายใดรายหนึ่ง เพราะหากมีเอกชนรายอื่นที่มีรถเมล์ EV พร้อมให้บริการก็สามารถมาหารือร่วมกัน ซึ่งท้ายที่สุดหากมีเอกชนรายหลายก็จะดำเนินการเปิดประกวดราคา โดยทุกขั้นตอนจะต้องดำเนินการตามกฎหมาย เปิดกว้างให้ผู้ประกอบการรายอื่นที่มีศักยภาพสามารถเข้าร่วมได้อย่างเป็นธรรม





