สนค.รายงานส่งออกไตรมาส 1 ปี 2569 ตลาดส่งออกสหรัฐพุ่ง 41.8% แรงหนุนจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ “หอการค้า” ชี้ ‘ภาษีทรัมป์โมฆะ’ เร่งคำสั่งซื้อสูงขึ้น ก่อนที่จะครบกำหนดภาษี 10% ตามมาตรา 120 ในเดือน ก.ค.นี้
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) รายงานสถานการณ์การส่งออกไทยเดือน มี.ค.2569 มีมูลค่า 35,157 ล้านดอลลาร์ ทำมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขยายตัว 18.7% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 21
ทั้งนี้ หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำและยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ 19.3 % ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 38,496 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 35.7% ดุลการค้า ขาดดุล 3,339 ล้านดอลลาร์
ส่วนภาพรวมการส่งออก 3 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวที่ 17.6% หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ 17.0%
สำหรับตลาดส่งออกในเดือน มี.ค.2569 ส่วนใหญ่ยังขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะตลาดสหรัฐ เพิ่ม 41.9% และเมื่อรวม 3 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัว 41.8% ซึ่งทำให้การส่งออกตลาดสหรัฐไตรมาส 1 ปี 2569 มีสัดส่วนถึง 23.3 % ของการส่งออกไทยทั้งหมด
ขณะที่สินค้าส่งออกไปตลาดสหรัฐในเดือน มี.ค.2569 เป็นการขยายตัวต่อเนื่อง 30 เดือน สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และอากาศยาน ยานอวกาศ และส่วนประกอบ
สินค้าส่งออกสหรัฐสำคัญที่หดตัว เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ ผลิตภัณฑ์ยาง และอาหารสัตว์เลี้ยง
นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวกับกรุงเทพธุรกิจว่า การส่งออกสินค้าไปสหรัฐในเดือน มี.ค.2569 ที่ขยายตัวสูงถึง 41.9% เป็นผลมาจากศาลฎีกาสหรัฐมีคำพิพากษาให้การจัดเก็บภาษีตอบโต้ตามนโยบายนายโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นโมฆะเมื่อวันที่ 20 ก.พ.2569
คำสั่งศาลฎีกาดังกล่าวมีผลให้ยกเลิกการจัดเก็บภาษีตอบโต้กับสินค้านำเข้าทั่วโลก รวมถึงไทยที่ถูกจัดเก็บในอัตรา 19% ซึ่งทำให้รัฐบาลสหรัฐใช้มาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 เพื่อเก็บภาษีทั่วโลกในอัตรา 10% เป็นเวลา 150 วัน เพื่อทดแทนมาตรการฉุกเฉินที่ถูกศาลสูงสุดยกเลิก
ทั้งนี้ในช่วงดังกล่าวจึงมีการเร่งคำสั่งซื้อเพื่อส่งมอบสินค้าก่อนที่จะครบกำหนด 150 วัน ในเดือน ก.ค.2569 เพราะผู้นำเข้าไม่มั่นใจว่าเมื่อครบกำหนด 150 วัน รัฐบาลสหรัฐจะใช้มาตรการใดมาเก็บภาษีแทน ซึ่งมีการคาดการณ์ถึงการใช้มาตรา 310 ของกฎหมายการค้าปี 1974 ที่จะจัดเก็บเป็นรายสินค้าและไทยกำลังเตรียมชี้แจงต่อสหรัฐ
สถานการณ์ดังกล่าวเชื่อว่ายังคงมีผลต่อเนื่องถึงการส่งออกไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ทำให้การส่งออกไปตลาดสหรัฐยังขยายตัวได้สูง แต่อัตราการเร่งซื้อคงไม่มากเท่าช่วงปลายปี 2568 โดยสินค้าส่งอออกสำคัญไปตลาดสหรัฐยังคงเป็นคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และชิ้นส่วนที่มีมูลค่าสูงขึ้นตามความต้องการสินค้าดิจิทัล





