“การบินไทย” แจงปรับลดเที่ยวบินชั่วคราว เป็นไปตามกลไกตลาด สู้ราคาน้ำมันแพงเพิ่มขึ้น 2 เท่า และดีมานด์ชะลอ ยันไม่มียกเลิกเส้นทางถาวร
นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงกรณีที่สายการบินประกาศปรับลดเที่ยวบิน และยกเลิกตารางบิน รวมกว่า 46 เที่ยวบิน ทั้งเส้นทางภายในประเทศ และระหว่างประเทศ เริ่มในช่วงเดือนพ.ค.2569 โดยระบุว่า การปรับลดความถี่เที่ยวบินดังกล่าวเป็นไปตามแผนบริหารจัดการเที่ยวบินให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่ได้เป็นการยกเลิกเส้นทางถาวรแต่อย่างใด โดยบริษัทยังคงยืนยันการให้บริการตามปกติ และยังคงมีเที่ยวบินรองรับผู้โดยสารในทุกเส้นทาง
สำหรับสาเหตุสำคัญมาจากปัจจัยเรื่องราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้น ประกอบกับความต้องการ การเดินทางผู้โดยสารชะลอการตัดสินใจเดินทาง ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และภาระค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้การจองตั๋วโดยสารในบางเที่ยวบินอยู่ในระดับต่ำ โดยเฉพาะช่วงใกล้วันเดินทาง ทำให้บริษัทจำเป็นต้องปรับแผนการบินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร ลดเที่ยวบินที่มีที่นั่งว่างจำนวนมาก และควบรวมบางเที่ยวบินเข้าด้วยกัน โดยยืนยันว่าผู้โดยสารยังคงมีทางเลือกในการเดินทาง สามารถปรับเปลี่ยนเที่ยวบินได้
"หลักการของเรา ดูความคุ้มค่าทางธุรกิจควบคู่กับความสะดวกของผู้โดยสาร ขั้นแรกเราจะปรับเปลี่ยนขนาดเครื่องบินจากใหญ่ลงมาเล็ก หากจำเป็นจึงจะปรับลดความถี่ เช่น จากบินทุกวันเหลือ 5 วันต่อสัปดาห์ หรือควบรวมเที่ยวบินที่มีการจองน้อยเข้าด้วยกัน เพื่อไม่ให้เป็นการบินทิ้งน้ำมันโดยเปล่าประโยชน์ และการยกเลิกเที่ยวบินจะเป็นทางเลือกสุดท้าย"
สำหรับภาพรวมการปรับลดเที่ยวบินในเดือนพ.ค.2569 อยู่ในสัดส่วนประมาณ 4–5% ของตารางบินทั้งหมด และเป็นการปรับในระยะสั้นเท่านั้น โดยบริษัทได้จัดตั้งวอร์รูมเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดแบบวันต่อวัน พร้อมบูรณาการ การทำงานของทุกหน่วยงาน เพื่อให้สามารถปรับแผนได้อย่างทันท่วงที และมีประสิทธิภาพ หากสถานการณ์ความต้องการเดินทางกลับมาฟื้นตัว โดยเฉพาะในช่วงไฮซีซันก็พร้อมกลับมาเพิ่มเที่ยวบินตามปกติ
ทั้งนี้ ด้านต้นทุนราคาน้ำมันอากาศยานเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจ โดยก่อนสิ้นเดือนก.พ.2569 ราคาน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนจะปรับตัวขึ้นสูงสุดแตะระดับราว 240 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า แม้ปัจจุบันราคาจะเริ่มอ่อนตัวลงบ้าง แต่ยังคงอยู่ในระดับสูงเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า ส่งผลให้สายการบินจำเป็นต้องบริหารจัดการต้นทุนอย่างเข้มงวด และปรับราคาบัตรโดยสารให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง
นายชาย กล่าวด้วยว่า แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 1/2569 เป็นที่น่าพอใจ และไม่มีอะไรน่าเซอร์ไพรส์ อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อไปตลอดทั้งปี ยอมรับว่าจะส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมการบินทั่วโลก ซึ่งในส่วนของการบินไทย จะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสม และรักษาเสถียรภาพทางธุรกิจในระยะยาว
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





