วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน 2569

Login
Login

เปิดลิสต์รัฐบาลหั่นงบฯปี 70 ตัดรายการ‘ฟุ่มเฟือย’ เตรียมกระสุนรับวิกฤต ลุย 'ไทยช่วยไทยพลัส'

เปิดลิสต์รัฐบาลหั่นงบฯปี 70  ตัดรายการ‘ฟุ่มเฟือย’ เตรียมกระสุนรับวิกฤต ลุย 'ไทยช่วยไทยพลัส'

การจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 2570 ของรัฐบาล แม้จะมีการคงกรอบรายจ่ายงบประมาณไว้เท่าเดิมที่ 3.788 ล้านล้านบาท แม้จะมีการปรับลดสมมุติฐานการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) โดยสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ปรับลดลงเหลือ 1.4% จากเดิม 2% ซึ่งในส่วนของหน่วยงานรับงบประมาณจะมีการเสนอโครงการให้สำนักงบประมาณพิจารณาภายในวันที่ 1 พ.ค.นี้ โดยในการเสนอของบประมาณในปีงบประมาณ 2570 รัฐบาลมีนโยบายเข้มงวดในการปรับลดงบประมาณที่ไม่จำเป็น เพื่อนำงบประมาณที่เหลือมารองรับวิกฤตที่เกิดจากการสู้รบในตะวันออกกลาง

ทั้งนี้ในช่วงเวลาที่ผ่านมารัฐบาลได้มีนโยบายให้ตัดงบประมาณที่ไม่จำเป็นทั้งในส่วนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง รวมทั้งนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงบประมาณ ได้ให้นโยบายกับหน่วยงานราชการชัดเจนในเรื่องของการปรับลดงบประมาณที่ไม่จำเป็น หรือชะลอออกไปก่อนได้ โดยมีสาระสำคัญดังนี้

นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายในการจัดทำงบประมาณปี 2570 เมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมาว่ารัฐบาลจะยึดหลัก งบประมาณฐานศูนย์ (Zero-based Budgeting) ซึ่งจะพิจารณาจากความจำเป็นและความคุ้มค่าจริง ไม่ยึดติดกับฐานงบเดิมรวมทั้งตั้ง "กฎเหล็ก" ให้หน่วยงานเสนอคำขอเพิ่มงบประมาณได้ ไม่เกิน20% ของปีที่ผ่านมา เพื่อลดปัญหาการของบประมาณเพื่อเผื่อตัดที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

นอกจากนั้นนายกฯ ยังสั่งการให้ปรับลดงบประมาณที่ฟุ่มเฟือย ทั้งการงดศึกษาดูงานต่างประเทศ และให้ชะลอการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่เป็นเวลา 1-2 ปี โดยแนะนำให้เปลี่ยนเป็นรูปแบบการเช่าหรือร่วมลงทุนกับเอกชน (PPP) แทน สำหรับด้านคมนาคม ให้เน้นการซ่อมแซมเส้นทางเดิมมากกว่าการขยายเส้นทางใหม่ในช่วง 1-2 ปีนี้

“เอกนิติ” ผ่าตัดงบฟุ่มเฟือย-สั่งตัดค่ายูนิฟอร์ม

 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ได้กล่าวย้ำถึงความจำเป็นที่ต้องตัดงบประมาณที่ไม่จำเป็นทั้งหมด เช่น งบประมาณค่ายูนิฟอร์ม (เครื่องแบบ) และงบดูงาน  โดยการตัดงบประมาณจะนำงบไปเยียวยากลุ่มเปราะบางและเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน โดยยืนยันว่าการจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 2570 ในภาพรวมแฝงความยั่งยืนทางคลังอยู่

ด้าน นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่าการจัดทำงบประมารณในปี 2570 การปรับลดงบประมาณที่ไม่จำเป็น ซึ่งถือว่าเป็นมาตรการรัดเข็มขัดที่จะนำมาใช้เพื่อให้การจัดทำงบประมาณมีประสิทธิภาพ ได้แก่ ให้เสนอคำของบประมาณ เพิ่มขึ้นได้ไม่เกิน 20% จากกรอบเดิมเพื่อความรวดเร็วในการกลั่นกรอง โดยในการจัดทำงบประมาณรัฐบาลได้ปรับลดแผนงานบูรณาการ โดยปรับลดจากเดิม 9 แผน ให้เหลือเพียง 3 แผนสำคัญ ได้แก่ การบริหารจัดการน้ำ รัฐบาลดิจิทัล และการป้องกันปราบปรามการทุจริต

นอกจากนั้นให้ชะลอการของบประมาณดังต่อไปนี้การสร้างอาคารสำนักงานใหม่ 1-2 ปี ให้ใช้การเช่าหรือ PPP แทน ไม่อนุญาตให้ข้าราชการไปดูงานต่างประเทศเพื่อประหยัดงบ หากจำเป็นต้องประชุมให้จำกัดคนน้อยที่สุด นอกจากนี้ให้งดงบกลุ่มจังหวัดชั่วคราว ส่วนงบจังหวัดให้ตัดโครงการซ้ำซ้อนอย่างถนนและแหล่งน้ำ โดยมุ่งเน้นเฉพาะการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน คาดว่าจะปรับลดงบส่วนนี้จากกว่า 20,000 ล้านบาท เหลือเพียง 4,000 ล้านบาท ประหยัดไปได้ถึง 20,000 ล้านบาท

นอกจากนั้นมีนโยบายที่จะเปลี่ยนรถราชการเป็นรถ EV ทั้งหมด ซึ่งหากไม่สามารถดำเนินการได้ในปีงบประมาณนี้ให้ดำเนินการเช่าแทนก่อน ส่วนการติดตั้ง Solar Roof ในอาคารรัฐ จะเปิดช่องให้เจรจาคู่สัญญาเดิมเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานสะอาด

นายภราดร กล่าวต่อไปว่า สำหรับงบประมาณที่ประหยัดได้ รัฐบาลจะไม่นำไปเก็บไว้ในงบกลาง แต่จะโอนไปใส่ในโครงการเยียวยาประชาชนเป็นลำดับแรก เพื่อทำโครงการภายใต้ร่มใหญ่ที่ชื่อว่าไทยช่วยไทย  ซึ่งจะครอบคลุมกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.4 ล้านคน รวมถึงโครงการปุ๋ยราคาถูก ลดดอกเบี้ยเกษตรกร ธงฟ้าราคาประหยัด และโครงการคนละครึ่งพลัส ที่ตั้งเป้าผู้ร่วมโครงการ 20-30 ล้านคน โดจะได้ไม่ต่ำกว่าเดิมที่ได้คนละ 2,000 บาท

ซึ่งจากกรอบวงเงินงบประมาณ 3.78 ล้านล้านบาท เมื่อหักรายจ่ายประจำแล้ว รัฐบาลจะมีช่องว่างทางการคลัง (Fiscal Space) สำหรับขับเคลื่อนนโยบายจริง700,000 - 800,000 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาทุกข์ประชาชนในช่วงวิกฤตนี้แน่นอน

ทั้งนี้เงินที่ประหยัดได้จากการตัดลดงบประมาณที่ไม่จำเป็นจะถูกนำมาใช้ในโครงการภายใต้ร่มใหญ่ที่ชื่อว่า "ไทยช่วยไทย" ที่รัฐบาลจะมีการจัดทำโครงการเพื่อพยุงเศรษฐกิจประกอบไปด้วยโครงการต่างๆเช่น  "คนละครึ่งพลัส" ที่คาดว่าจะครอบคลุมประชาชน 20-30 ล้านคน ด้วยวงเงินความช่วยเหลือเบื้องต้นไม่น้อยกว่า 2,000 บาท นอกจากนี้ยังมีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผ่านการลดราคาปุ๋ยและลดดอกเบี้ย รวมถึงโครงการธงฟ้าและรถพุ่มพวงเพื่อลดภาระค่าครองชีพ, โดยรัฐบาลคาดว่าจะมีพื้นที่ทางการคลัง (Fiscal Space) สำหรับบริหารจัดการนโยบายได้จริงประมาณ 7-8 แสนล้านบาท

เช็กลิสต์ตัดงบฟุ่มเฟือย

ทั้งนี้เมื่อสรุปจากการมอบนโยบายการจัดทำงบประมาณปี 2570 ในส่วนของงบประมาณที่จะถูกปรับลดงบประมาณลงได้แก่

  • งบเดินทางไปดูงานต่างประเทศ สั่งงดหรือปรับลดการเดินทางไปดูงานต่างประเทศเพื่อประหยัดงบประมาณ
  • การก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่ ให้ชะลอการก่อสร้างอาคารใหม่ไว้เป็นเวลา 1-2 ปี โดยแนะนำให้ใช้วิธีการเช่าอาคารแทน หรือหากจำเป็นจริงๆ ให้พิจารณาลงทุนในรูปแบบร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP)
  • งบประมาณจังหวัดและกลุ่มจังหวัดในส่วนที่ซ้ำซ้อน โดยงบกลุ่มจังหวัดคาดว่าจะปรับลดจาก 2 หมื่นกว่าล้านบาท เหลือเพียงประมาณ 4 พันล้านบาท
  • ชะลอโครงการประเภทก่อสร้างถนน และแหล่งน้ำที่มีความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานหลัก
  • การขยายเส้นทางคมนาคมใหม่ โดยมุ่งเน้นงบประมาณเพื่อซ่อมแซมเส้นทางเดิมมากกว่าการขยายเส้นทางใหม่ในช่วง 1-2 ปีนี้
  • งบประมาณค่าเครื่องแบบ (ยูนิฟอร์ม)