“แก๊งลูกเทพ” หรือ “แก๊งลูกบังเกิดเกล้า” หมายถึง สส.รุ่นใหม่กลุ่มหนึ่งของพรรคภูมิใจไทย ล้วนเป็น สส. เจนใหม่ บ้านใหญ่มีของ เป็นสายเลือดทางการเมือง มีผลงานและมีความรู้ความสามารถ ภายใต้รัฐบาล “อนุทิน 2” มีการแต่งตั้งแก๊งลูกเทพเข้ามาเป็นคณะรัฐมนตรีหลายตำแหน่ง โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม ได้ 3 ลูกเทพเข้ามานั่งเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงแนวทางการทำงานภายหลังได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลหลายหน่วยงานในสังกัดกระทรวงส่วนของระบบขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางราง และกำกับพื้นที่ภาคอีสาน โดยระบุว่า ภารกิจสำคัญในระยะเริ่มต้น คือ การเข้าไปปรับโครงสร้างการทำงานของหน่วยงานต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด บริหารจัดการเพื่อให้บริการประชาชนในราคาที่เหมาะสม และต้องลดภาวะขาดทุน คู่ขนานไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพทางการเงิน
ทั้งนี้ ตนได้วางกรอบแนวคิดแบบเร่งผลลัพธ์ในระยะสั้น ตั้งเป้าให้การทำงานทุกอย่างต้องเห็นผลภายใน 4 เดือน ยกระดับระบบขนส่งสาธารณะทั้งระบบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น มุ่งเน้นการเชื่อมต่อระหว่างล้อ ราง เรือ ให้เป็นโครงข่ายเดียวกัน รวมถึงปรับรูปแบบการเดินรถขนส่งสาธารณะใหม่ให้เหมาะสมกับพฤติกรรมการเดินทางของประชาชน ผลักดันการใช้พลังงานสะอาด เช่น รถโดยสารไฟฟ้า (EV) เพื่อลดต้นทุนระยะยาว และบริหารจัดการแพลตฟอร์มบริการขนส่ง เช่น ระบบแท็กซี่และแพลตฟอร์มดิจิทัล ให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นธรรม
“การทำงานของผมสิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่คำวิจารณ์ แต่คือผลงานที่ประชาชนได้รับจริง ต้องโปร่งใส ตรงไปตรงมา และยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก นี่คือโอกาสสำคัญในการพิสูจน์ตัวเอง สุดท้ายแล้วประชาชนจะเป็นคนตัดสินว่า สิ่งที่เราทำดีหรือไม่ดี ไม่ใช่คำพูด แต่คือผลลัพธ์”
นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ตนในฐานะกำกับดูแลหน่วยงานด้านอากาศ ยืนยันว่าตนมีประสบการณ์การทำงานด้านโลจิสติกส์มาเป็นอย่างดี ดังนั้นมั่นใจว่าจะสามารถขับเคลื่อนองค์กรและแก้ไขปัญหาได้เป็นอย่างดี แต่ในช่วงแรกจะขอเวลาเข้าไปศึกษาโครงสร้างและข้อจำกัดของแต่ละหน่วยงานให้ชัดเจนก่อน เพื่อกำหนดนโยบายและการขับเคลื่อนงานเป็นไปอย่างตรงจุดและเกิดผลในทางปฏิบัติได้จริง
สำหรับภาพรวมเป้าหมายการทำงานในระยะต่อไป แม้ยังไม่กำหนดเป็นนโยบายเชิงรูปธรรมในทันที แต่ทิศทางเบื้องต้นจะมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินให้รองรับการเติบโตในอนาคต ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างขีดความสามารถของบุคลากรในอุตสาหกรรมการบิน และการใช้ภาคการบินเป็นเครื่องมือสนับสนุนการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เผยในฐานะที่กำกับดูแลหน่วยงานทางน้ำ รวมไปถึงบริหารบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) บริษัทลูกบริหารสินทรัพย์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยตนจะมุ่งยกระดับการขนส่งทางน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในมิติของความรวดเร็ว ความสะดวก ความปลอดภัย และความทันสมัย เพื่อให้สามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้
ขณะที่ในระยะสั้น จะเร่งลงไปศึกษารายละเอียดของแต่ละหน่วยงานอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินศักยภาพ ปัญหา และข้อจำกัด ก่อนกำหนดมาตรการขับเคลื่อนที่ชัดเจน มีเป้าหมายนำเทคโนโลยีเข้ามายกระดับระบบความปลอดภัยทางน้ำ โดยเฉพาะการติดตั้งระบบ GPS เพื่อติดตามเรือแบบเรียลไทม์ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ และเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อให้สามารถตรวจสอบและรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ในด้านการกำกับดูแล SRTA จะมุ่งยกระดับการบริหารจัดการทรัพย์สินให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งในมิติของการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ การพัฒนาโครงการในพื้นที่ศักยภาพ และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพย์สินของภาครัฐในระยะยาว
“ในฐานะนักการเมืองรุ่นใหม่ แม้จะถูกจับตามองเรื่องอายุและประสบการณ์ แต่ยืนยันว่าพร้อมทำงานอย่างเต็มที่ ซึ่งตนมีประสบการณ์เป็น สส. มาแล้ว 2 สมัย พร้อมที่จะทำงานยึดหลักความโปร่งใส ตรงไปตรงมา และคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ”





