วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน 2569

Login
Login

ลุ้นบอร์ด 'บีโอไอ' รื้อเกณฑ์ลงทุนใหม่ ‘วราวุธ’ ดันคัดอุตฯ ทำไทยได้ประโยชน์จริง

ลุ้นบอร์ด 'บีโอไอ' รื้อเกณฑ์ลงทุนใหม่ ‘วราวุธ’ ดันคัดอุตฯ ทำไทยได้ประโยชน์จริง

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ในวันที่ 23 เม.ย. 2569 ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน จะมีการหารือถึงแนวทางปรับเงื่อนไขการส่งเสริมการลงทุนใหม่ โดยเน้นการ “คัดเลือกอุตสาหกรรม” ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมเสนอให้มีการ “ยกระดับเงื่อนไข” การดึงดูดการลงทุน โดยเฉพาะการกำหนดให้โครงการที่เข้ามาลงทุนต้องสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศมากขึ้น ทั้งในมิติของการใช้วัตถุดิบในประเทศ (Local Content) และการจ้างงานแรงงานไทยอย่างเป็นรูปธรรม หลังพบว่าบางอุตสาหกรรมที่เข้ามาลงทุนในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้เชื่อมโยงกับซัพพลายเชนในประเทศ หรือมีการจ้างงานในประเทศในระดับจำกัด

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมระบุว่า แนวคิดดังกล่าวไม่ได้เป็นการ “ปิดกั้นการลงทุน” แต่เป็นการปรับสมดุลให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์สูงสุดจากเม็ดเงินลงทุนที่เข้ามา ยกตัวอย่างอุตสาหกรรมดาต้าเซนเตอร์ ซึ่งยังคงเปิดรับการลงทุน แต่ต้องพิจารณาว่ามีการใช้ชิ้นส่วนหรือวัตถุดิบในประเทศ เช่น แผงวงจรพิมพ์ (PCB) หรือไม่ รวมถึงสร้างการจ้างงานในประเทศมากน้อยเพียงใด

“เราไม่ได้บอกว่าจะไม่รับบางอุตสาหกรรม แต่ต้องดูว่าเมื่อเข้ามาแล้ว ประเทศไทยได้อะไรบ้าง มีการจ้างงานหรือไม่ ใช้วัตถุดิบในประเทศอย่างไร หากบางอุตสาหกรรมมีการใช้ Local Content สูงถึง 80-100% ก็เป็นสิ่งที่เราพร้อมสนับสนุน ดังนั้นจำเป็นต้องหารือร่วมกับกระทรวงการคลังและบีโอไอ เพื่อปรับเงื่อนไขให้เหมาะสม” นายวราวุธ กล่าว

เขายังสะท้อนว่า เงื่อนไขส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอบางส่วนอาจล้าสมัย เนื่องจากถูกกำหนดขึ้นมานานแล้ว จึงถึงเวลาที่ต้องทบทวนให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจโลกและโครงสร้างอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนไป เพื่อให้การให้สิทธิประโยชน์ “คุ้มค่า” กับสิ่งที่ประเทศได้รับ

นอกจากนี้ ภายใต้สถานการณ์ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและความขัดแย้งระหว่างประเทศ รัฐบาลมองว่าประเทศไทยจำเป็นต้องกำหนดยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมอย่างรอบคอบ โดยต้องพิจารณาว่าอุตสาหกรรมใดควรได้รับการส่งเสริมในช่วงเวลาใด และต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

ในมุมมองของกระทรวงอุตสาหกรรม ย้ำว่า “ความมั่นคงทางอาหาร” ยังคงเป็นจุดแข็งสำคัญของประเทศไทย จึงควรเร่งสนับสนุนอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร เพื่อยกระดับมูลค่าเพิ่มและสร้างความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจฐานราก ควบคู่ไปกับการคัดกรองการลงทุนใหม่ให้สอดคล้องกับผลประโยชน์ของประเทศในระยะยาว

การประชุมบอร์ดบีโอไอครั้งนี้จึงถูกจับตาอย่างใกล้ชิด ว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการ “รีเซ็ตนโยบายส่งเสริมการลงทุน” ของไทย เพื่อเปลี่ยนผ่านจากการเน้นปริมาณเงินลงทุน ไปสู่การเน้น “คุณภาพและผลประโยชน์เชิงโครงสร้าง” ของเศรษฐกิจไทยในอนาคต