กรมการค้าภายใน เตรียมประกาศราคาแนะนำปุ๋ย รายจังหวัด ทุกสัปดาห์ เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงราคายุติธรรมและป้องกันการบวกกำไรเกินควรของร้านค้าปลีก โดยเริ่มประกาศสัปดาห์หน้า ครอบคลุมสูตรปุ๋ยที่ใช้แพร่หลาย พร้อมส่งเสริมการใช้ปุ๋ยสูตรทดแทนเพื่อลดต้นทุนท่ามกลางความผันผวนราคาปุ๋ยโลก
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจเกษตรไทย สมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย สมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร และสมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย เพื่อติดตามสถานการณ์ปุ๋ยเคมีและแผนดำเนินการช่วยเหลือเกษตร ว่า ที่ประชุมได้มีมติให้ประกาศราคาแนะนำการจำหน่ายปุ๋ยเคมีในแต่ละจังหวัด โดยคำนวณราคาจากหน้าโรงงานไปถึง ณ อำเภอเมืองของจังหวัดต่าง ๆ ที่รวมค่าขนส่ง ค่ายก ค่าบริหารจัดการและส่วนเหลื่อมกำไร จะทำให้รู้ว่าราคาที่เหมาะสมในการจำหน่ายในแต่ละจังหวัด ควรจะเป็นเท่าไร
โดยจะเริ่มประกาศราคาแนะนำรายสัปดาห์ เริ่มได้ตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป ผ่านทางเว็บไซต์ของกรม และแจ้งไปยังคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กจร.) ให้รับทราบด้วย เพื่อที่จะได้กำกับดูแลได้อย่างเหมาะสม ซึ่งการประกาศราคาแนะนำโดยจะเน้นเฉพาะสูตรปุ๋ยที่มีความจำเป็นและใช้กันอย่างแพร่หลาย ได้แก่ สูตร 46-0-0 , 21-0-0 ,0-0-60 ,15-5,15 ,16-20-0 และ 16-8-8 เป็นต้น เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการกำกับดูแลและเพื่อให้เกษตรกรได้ทราบราคาขายในพื้นที่นั้น ๆ และป้องกันไม่ให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบ การค้ากำไรเกินควร ทั้งนี้หากร้านค้าปลีกมีการจำหน่ายเกินราคาแนะนำสูงเกินไป ถือว่ากระทำผิดกฎหมาย
“การประกาศราคาแนะนำเพื่อแก้ปัญหาความผันผวนราคาหน้าโรงงานไปยังร้านค้าปลีก ซึ่งจาการตรวจสอบพบว่ามีส่วนต่างราคามาก ร้านค้าปลีกมีการบวกเพิ่มจากราคาหน้าโรงงาน 30-500 บาทต่อกระสอบ ”นายวิทยากร กล่าว
ทั้งนี้ที่ผ่านมากรมได้มีการตรวจสอบความสอดคล้องของราคาปุ๋ยตั้งแต่หน้าโรงงานไปจนถึงร้านค้าปลีก ซึ่งพบว่ามีส่วนต่างราคาค่อนข้างสูง โดยได้ตรวจสอบร้านค้ารวม 1,135 แห่ง พบการกระทำผิด 51 แห่ง โดยได้ดำเนินคดีแล้ว 6 แห่ง ขณะที่บางกรณียังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม
นายวิทยากร กล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังเดินหน้ามาตรการลดภาระต้นทุนเกษตรกร โดยเตรียมจัดกิจกรรมโครงการ"ธงเขียวพลัส" ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งกรมพัฒนาที่ดิน และกรมวิชาการเกษตร เพื่อกำหนดพื้นที่ที่เหมาะสมกับการใช้ปุ๋ยแต่ละประเภท นอกจากนี้ จะขอความร่วมมือจากผู้ผลิตปุ๋ยในการจัดสรรทั้งปุ๋ยแม่ ปุ๋ยผสม และปุ๋ยสูตรสำเร็จ เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงปุ๋ยในราคาที่ประหยัดมากขึ้น รวมถึงการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยสูตรทดแทน เพื่อลดต้นทุนในภาวะที่ราคาปุ๋ยในตลาดโลกยังมีความผันผวน อย่างไรก็ตาม ภาครัฐย้ำว่าจะติดตามสถานการณ์ราคาปุ๋ยอย่างใกล้ชิด และปรับมาตรการให้สอดคล้องกับต้นทุนจริง เพื่อสร้างความเป็นธรรมทั้งต่อผู้ประกอบการและเกษตรกรในระยะยาว
สำหรับสต็อกปุ๋ยเคมี ณ วันที่ 15 เม.ย.2569 ที่รวบรวมจากผู้ผลิต 48 บริษัท จากผู้ผลิตทั้งหมด 54 บริษัท มีจำนวน 9.2 แสนตัน อยู่ทั้งกับผู้ผลิต ตัวแทนจำหน่าย และระหว่างนำเข้า โดยฤดูการเพาะปลูกจะเริ่มตั้งแต่เดือน พ.ค.2569 เป็นต้นไป ซึ่งขณะนี้ ผู้ผลิตได้เตรียมหาแหล่งนำเข้าปุ๋ยจากแหล่งอื่นนอกจากตะวันออกกลางเข้ามาเพิ่มเติม ทั้งจากมาเลเซีย บรูไน และอินโดนีเซีย เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
นายเทพวิทย์ เตียวสุรัตน์กุล ที่ปรึกษาสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจเกษตรไทย กล่าวว่า ตั้งเกิดสงครามทำให้ราคาปุ๋ยปรับขึ้นสูงสุด 100 % จากราคา 500 ดอลลาร์ต่อตัน ปรับขึ้นเป็น 900 กว่าดอลลาร์ต่อตันถือว่าเป็นราคาสูงสุด หากกำหนดเป็นราคาขายปลีกจะตกราคากระสอบละ 1,700 บาท ซึ่งเกษตรกรไม่มีความสามารถซื้อได้ราคานี้ ขณะที่ผู้นำเข้าก็มีความเสี่ยงในการนำเข้า ดังนั้นการนำเข้าปุ๋ยอาจน้อยลง แต่คาดว่าจะไม่มีปัญหาการขาดแคลนปุ๋ยในประเทศ หากเกษตรกรมีการปรับใช้สูตรปุ๋ยอื่นแทนปุ๋ยยูเรีย ทั้งนี้ในแต่ละปีไทยไทยนำเข้าปุ๋ยประมาณ 5.5 ล้านตัน แต่ในช่วง 4 เดือนคือ พ.ค.-ส.ค. ซึ่งเป็นฤดูกาลการผลิตสำคัญจะใช้ปุ๋ยประมาณ 50 % หรือ 3 ล้านตัน เฉลี่ย 4-5 แสนต่อเดือน





